บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - "มหกรรมหนังสือฯ"

มองผ่านเลนส์คม - "มหกรรมหนังสือฯ"

22 ต.ค. 2552

งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ยังอุ่นหน้าฝาคั่งไปด้วยหนอนหนังสือเหมือนเคย

  แม้จะวัดกันแล้วบางเบากว่าปีที่ผ่านๆ ซึ่งอาจเป็นด้วย ฟ้าฝน เศรษฐกิจ การเมือง แต่ก็ถือว่ายังได้รับความสนใจอยู่ 

 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ยามนี้ เลยกลายเป็นอีกหนึ่งของสถานที่เที่ยวไป
 หลายคนตั้งใจมาพบนักเขียนในดวงใจ และอีกไม่น้อยที่เตรียมตัวเต็มที่ เพื่อว่าจะได้ซื้อหาหนังสือราคาถูก

 แต่หากมองอีกมุมก็เหมือนอย่างที่ คุณมกุฏ อรฤดี เจ้าของสำนักพิมพ์ผีเสื้อเคยพูดไว้ งานมหกรรมหนังสือฯ หรือสัปดาห์หนังสือฯ ทำให้เสียระบบการขาย รวมทั้งนิสัยการอ่านของคนทั่วไป 

 เพราะจะเอาแต่รอคอยให้ถึงเวลานี้ เพื่อจะได้ซื้อหาในราคาที่ถูก ขณะเดียวกันร้านปลีกย่อยต่างๆ ก็แทบจะขายไม่ได้เลย

 "การอ่าน" น่าจะเป็นกิจวัตรมากกว่า "เทศกาล" บังคับซื้อ-บังคับอ่าน   
 แต่ความจริงที่น่าปวดใจก็คือ บางสำนักพิมพ์กลับอยู่ได้ ด้วยงานที่จัดกันปีละ 2 หน ที่ว่านี้! 

 บางทีสิ่งที่เกิดขึ้น ก็พิสูจน์กลายๆ ว่า อุดมการณ์กับความจริง มักเดินคู่ขนานกัน 
 ทุกคนในวงล้อมธุรกิจหนังสือย่อมรู้อยู่แก่ใจ แต่ในเมื่อ "หนังสือ" เป็น "สินค้า" ที่ต้องพรีเซ็นต์ ต้องโปรโมท ต้องเข้าสู่ระบบส่งเสริมการขาย หลายค่ายจึงเดินหน้าเพื่อทำให้สิ่งที่ว่านั้นเกิดขึ้นอย่างจริงจัง 

 อย่างที่เห็นล่าสุด...นอกจากการแข่งขัน ที่จะเฟ้นหานักเขียนที่เป็นแม่เหล็กแล้ว การออกแบบปกและรูปเล่มยังต้องให้สวยงามสะดุดตา รวมไปถึงการจัดโปรโมชั่นที่ต้อง "ตูม" ทั้งทางตรงและทางอ้อม

 ยิ่งในงานนี้ โปรโมชั่นแรงเหลือเกิน ปกติ "หนังสือใหม่" ลดราคาจากหน้าปก 15-20 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้กระหน่ำลดถึง 20-25 เปอร์เซ็นต์

 สะท้อนถึงภาวะการอยู่ให้รอดของธุรกิจสิ่งพิมพ์  อย่างที่ "เฮียกวง" วรพันธ์ โลกิตสถาพร อุปนายกฝ่ายในประเทศ สมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายว่าไว้

 กระเป๋าเงินคนเราจำกัดขึ้น อำนาจซื้อลดลง นี่คือความกังวลของผู้ประกอบการ พวกเขาจึงคิดกันว่า ทำอย่างไรถึงจะช่วงชิงเงินในกระเป๋าของผู้ซื้อให้ได้ การเอานักเขียนมาพบนักอ่าน หรือ ลด แลก แจก แถม นั้นธรรมดาแล้ว เริ่มขยับให้มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ซื้อครั้งแรกลดให้เท่านี้ ครั้งต่อไปลดมากกว่าเดิมอีกเท่านี้ ปรับจนมาถึงให้มีของแถมขนาดใหญ่โตขึ้น ...นั่นเป็นปรากฏการณ์ที่เห็น

 ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เชิงปัญหา แต่อาจทำให้ยอดขายไม่พุ่งกระฉูดเหมือนปีที่ผ่านมา
 คือปีนี้หาไฮไลท์หนังสือยากมาก
 ที่ผ่านมา จะต้องมีเล่มเด่น เช่น ไม่ "มหาชนก" พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ "กรรมกรข่าว" ของคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา แต่วันนี้เรามองไม่เห็น "ตัวเอก" เลย 

 แม้แต่อีหนู "หลินปิง" จากเครืออมรินทร์ หรือค่ายเนชั่นเอง ก็ไม่ช่วย เพราะถือว่าเป็นกลุ่มตลาดเด็ก รวมทั้ง "โฟโต้บุ๊ก" ของเซ็กส์ซิมโบลอย่าง "อั้ม" พัชราภา ไชยเชื้อ ก็ยังวัดผลอะไรตอนนี้ไม่ได้ 

 ส่วน "ซีไรต์" ไม่ต้องพูดถึง เพราะน่าจะเป็นกลุ่มอาจารย์ที่อยู่ห้องสมุด หรือนักอยากอ่านจริงๆ เท่านั้น 

 เห็นแล้วนึกถึงสิ่งที่คุณมกุฏว่าไว้ ถ้าเราทำได้ อาจไม่วุ่นวายขนาดนี้ก็เป็นได้

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"