บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - มหรสพ-คอนเสิร์ต

มองผ่านเลนส์คม - มหรสพ-คอนเสิร์ต

20 ต.ค. 2552

แม้ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองจะมีเรื่องน่าเบื่อเกี่ยวกับการชุมนุมหรืออุทกภัยที่ทำความเสียหายให้แก่ประชาชนทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

 อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ ยังคงมีกลุ่มคนที่ใฝ่หาความสุขในการชมคอนเสิร์ตหรือละครเวทีทั้งศิลปินในประเทศและต่างประเทศอย่างแทบไม่เว้นสัปดาห์ และได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลงคับคั่งอย่างที่ไม่บางคนคาดไม่ถึง

 มาถึงวันนี้คอนเสิร์ตหรือการแสดงต่างๆ บัตรราคาสองพันขึ้นไปก็ยังมีคนจับจองเข้าชมกันแน่น ทำให้ผู้ที่นำเข้าคอนเสิร์ตต่างๆ มีกำลังใจที่จะจัดงานเพราะตลาดคอนเสิร์ตยังมีช่องให้เติบโตอยู่  สินค้าต่างๆ ก็พาเหรดสนับสนุนหรือเหมารอบเพื่อนำไปสมนาคุณกับลูกค้า

 ยุคแรกๆ ของการจัดคอนเสิร์ตต่างประเทศ ยังเคยนึกน้อยใจแทนคนจัดงานว่า ลงทุนมหาศาลนำงานแสดงดีๆ มาให้ชม แต่คนส่วนหนึ่งยังรับไม่ได้กับราคาบัตร มาถึงวันนี้ช่องว่างดังกล่าวหายไปแล้ว

 เด็กวัยมัธยมสามารถกำเงินหลักพันมาดูคอนเสิร์ตร็อกจากต่างประเทศหรือกรี๊ดกับนักร้องเกาหลีได้ โดยมีผู้ปกครองสนับสนุนอย่างเข้าใจในวัยของเขา

 แม้ว่าเราไม่สามารถปิดกั้นวัฒนธรรมดนตรีจากต่างซีกโลกได้ แต่สิ่งที่อดห่วงใยนิดๆ ไม่ได้ตรงที่ว่า มหรสพไทยๆ ถ้าไม่ปรับตัว อีกหน่อยเด็กรุ่นใหม่จะลืมเลือน

 ยกตัวอย่างง่ายๆ  การแสดงโขนซึ่งสวยงามอลังการ นับวันจะหาโอกาสดูกันยาก ถ้าไม่ใช่งานสำคัญต่างๆ ของชาติ ค่าจ้างโขนวงใหญ่ของกรมศิลปากรราคาหลายแสนบาทต่อการออกไปแสดงนอกสถานที่ ถ้าเลือกได้เจ้าภาพก็จะนำเอาการแสดงที่ราคาต่ำกว่ามาแสดงแทน

 กระทรวงวัฒนธรรมควรเข้ามามีส่วนผลักดันให้งานแสดงดีๆ ของชาติ รวมถึงการแสดงพื้นบ้านได้มีพื้นที่หรือเวทีแสดงให้ถี่ขึ้นกว่าเดิม

 ในภาคเอกชนเองก็ใช่จะปฏิเสธการแสดงที่เป็นรากเหง้าเหล่านี้ เดือนหน้าทราบมาว่า วงโปงลางสะออน ที่จะจัดคอนเสิร์ตประจำปี นอกจากจะมีการเชิญแขกตามธรรมเนียมนิยมของบ้านเราแล้ว พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะขนเอานาฏศิลป์ดีๆ จากภาคอีสานมาสอดแทรกในการแสดงด้วย

 นับว่าเป็นทางออกที่ดีในการรังสรรค์การแสดงที่ไม่ทิ้งของเก่า แต่นำมาเสนอให้ร่วมสมัยไม่อืดอาดยืดยาด คนรุ่นใหญ่ได้ซึมซับและสนุกสนานไปด้วย งานดีๆ แบบนี้น่าให้การสนับสนุนยิ่งนัก

 วันนี้เราต่อต้านวัฒนธรรมต่างชาติไม่ได้แล้ว ด้วยโลกของการสื่อสารที่เชื่อมโลกเข้าด้วยกัน แต่เราควรจะมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรที่ทำให้มหรสพที่เป็นรากเหง้าสามารถยืนร่วมเวทีกับนานาชาติได้อย่างภาคภูมิ

"นคร ศรีเพชร"