บันเทิง

คมเคียวคมปากกา-ลาวไทยไม่โง่

คมเคียวคมปากกา-ลาวไทยไม่โง่

02 มี.ค. 2552

เพลงสำเนียงปักษ์ใต้ของนักร้องค่ายอาร์สยาม อย่าง บ่าววี, บิว กัลยาณี และอีกหลายคน ทยอยตามมาอย่างคึกคัก ก็นึกทึ่งใจเอาการ

เดิมทีเคยรู้สึกฝังหัวว่า สำเนียงปักษ์ใต้ ยากที่จะร้องเป็นเพลงให้คนภาคอื่นฟังแล้วไพเราะด้วยได้ พูดความรู้สึกจริงอย่างนี้ คนใต้คงไม่คิดมากนะครับ
 เพราะมองไปในอดีต นักร้องปักษ์ใต้ขนานแท้ อย่าง โรม ศรีธรรมราช ก็ยังร้องด้วยสำเนียงกลางชัดแจ๋ว ส่วนนักร้องอื่นจะมีบ้างที่ร้องสำเนียงใต้โด่งดัง ก็เช่น สาลิกา กิ่งทอง มองโดยรวมๆ แล้ว เรียกว่า ลูกทุ่งปักษ์ใต้สมัยก่อนหาทำยายาก 
 พอมาสมัยนี้ เพลงสำเนียงใต้คึกคัก จึงทำให้รู้สึกทึ่ง และรู้สึกดี เหมือนเรามีอาหารอร่อยๆ ให้เลือกกินมากขึ้น ต่างจากความรู้สึกต่อเพลงสำเนียงลาว ที่คึกคักมาตลอดทศวรรษ ช่วงปี 2540-2550 และถึงวันนี้ก็ยังคึกคักหนักแน่น มีเพลงฮิตไม่ขาดแคลน ทั้งแบบเพลงซึ้ง และเพลงตลก
 มองไปในอดีตแล้วไม่แปลกใจ คนไทยภาคต่างๆ และในกรุงเทพฯ คุ้นเคยกับเพลงสำเนียงลาวมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งกิจการอัดแผ่นเสียงเริ่มต้นนั่นแล
 คือยุคของเพลง เบญจมินทร์ ที่ต่อรุ่นด้วย สุรพล สมบัติเจริญ, ปอง ปรีดา, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, สมัย อ่อนวงศ์ ขนาดลาวเทียมอย่าง สุรพล สมบัติเจริญ อาศัยเป็นคนหัวไว แม่นการตลาด เพลงดังสุดขีดของเขาอย่าง เสียวไส้, ของปลอม ก็อาศัยบทพูดแทรกสำเนียงลาว ในลีลาของการ "สอย" ได้อย่างเหมาะ เช่น “ฮ่วย ต๊กน่ำลงไปเล้ย” (เพลงเสียวไส้) หรือ “ของแท่ที่อีพ่ออีแม่ให่มา มั้นบ่พ้อใจ่ ดั๊นไปใส่ของปลอมเดินโซ้ว์ เป็นทรงบักโมบ๊างเบิด...แท้น่อ...ฮ่วย” (เพลงของปลอม)
 ยิ่งยุค ไวพจน์ เพชรสุพรรณ และสมัย อ่อนวงศ์ โสตหูคนไทยคุ้นเคยกับเพลงสำเนียงลาวเป็นอย่างดี
 จากตลาดเพลงสู่ตลาดการเมือง...คนละเรื่องเดียวกัน ลองย้อนมองไปในอดีตเชื่อมโยงปัจจุบัน ที่เราได้ยินแกนนำพันธมิตรยิงคำว่า "การเมืองใหม่" ออกมา โดยไม่ได้อธิบายชัดเจนนัก และอาจจะจินตนาการต่างกัน เข้าใจต่างกัน
 ย้อนมองไปในอดีต ตลาดการเมืองในภาคอีสานได้เกิด "การเมืองใหม่" มานานแล้ว!
 การเมืองใหม่ในแบบประชาธิปไตยแท้ เคยเกิดขึ้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน สกลนคร-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-อุบลราชธานี เมื่อผู้แทนราษฎรอย่าง นายเตียง นายจำลอง นายถวิล นายทองอินทร์ ครูครอง จันดาวงศ์ ไปปราศรัยมีคนฟังเป็นหมื่นๆ ในแต่ละค่ำคืน เลือกตั้งไม่มีการซื้อเสียง
 นี่คือการเมืองใหม่ที่เกิดขึ้นจริงราว 60 ปีที่แล้ว
 ตำนานการเมืองใหม่ของ จ.สุรินทร์ เมื่อ พ.ศ.2500 คือ ชาวสุรินทร์แห่แหนมาส่งผู้แทนของเขาที่สถานีรถไฟ คือ นายเปลื้อง วรรณศรี และสุธี ภูวพันธ์ พร้อมทั้งรวบรวมเงินให้ผู้แทนไปใช้ในการทำงานการเมือง เป็นปากเสียงให้ประชาชน
 ชาวบ้านให้เงินผู้แทน คือการเมืองใหม่ เกิดสมัย 50-60 ปีที่แล้ว ก่อนจะถูก "การเมืองเก่า" ทำลายยับเยิน ด้วยการสังหารสี่รัฐมนตรีอีสาน และทำรัฐประหารจับคนเข้าคุกหลายร้อยคนในปี 2500 และ 2501
 จากนั้น "การเมืองเก่า" ก็ขึงพืดสังคมไทยมาจนถึงรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
 เอวัง...

 

วัฒน์ วรรลยางกูร