บันเทิง

'โอปอล์-หมอโอ๊ค' พร้อมทนายโร่แจ้งความเอาผิดเพจแอบอ้างชื่อ

'โอปอล์-หมอโอ๊ค' พร้อมทนายโร่แจ้งความเอาผิดเพจแอบอ้างชื่อ

04 มิ.ย. 2561

"หมอโอ๊ค-โอปอล์" แจ้งความเอาผิด เพจยาลดความอ้วนแอบอ้างชื่อ และนำภาพไปตัดต่อเพื่อโฆษณา วอนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ

         จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีเพจขายสินค้านำรูปของ "โอปอล์" ปาณิสรา และสามี "หมอโอ๊ค" สมิทธิ์ อารยะสกุล ไปตัดต่อ แอบอ้างชื่อขายสินค้าลดน้ำหนัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการเข้าใจผิด คนมีคนมาสอบถามและต่อว่าเพราะสินค้าไม่ได้มาตราฐานจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้ทั้งคู่เสื่อมเสียชื่อเสียงในวงกว้าง จนกระทั้งคืนวันที่ 3 มิ.ย. โอปอล์ ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า “พรุ่งนี้ บ่าย2 ที่สน.ทองหล่อ โอป และคุณหมอโอ๊ค @oak_smith จะไปแจ้งความกรณีที่ถูกนำภาพไปตัดต่อและแอบอ้างเพื่อโฆษณาสินค้านะคะ จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างและแนวทางปฎิบัติสำหรับคนอื่นๆต่อไป และจะอัพเดทเป็นระยะๆนะคะ :)” 

'โอปอล์-หมอโอ๊ค' พร้อมทนายโร่แจ้งความเอาผิดเพจแอบอ้างชื่อ

         ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 4 มิ.ย. เวลา 14.00น. หมอโอ๊ค สมิทธิ์ "โอปอล์" ปาณิสรา อารยะสกุล พร้อมด้วยนายสิทธิชัย เพชรโมกุล ทนายความ ได้เข้าพบ พตท.พิษณุพล เดชศรีสารวัตรสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกรณีมีผู้นำภาพไปใช้แอบอ้างขายสินค้า ทำให้เกิดการเข้าใจผิดในวงกว้าง ส่งผลให้เกิดการเสื่อมเสียชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือ

'โอปอล์-หมอโอ๊ค' พร้อมทนายโร่แจ้งความเอาผิดเพจแอบอ้างชื่อ

 

         “ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีเฟสบุ๊คจากแอคเค้าท์หนึ่งได้โพสข้อความขายผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก โดยโพสนี้ได้ใช้ภาพของผมพร้อมชื่อ-นามสกุลจริงนำมาประกอบการขาย และมีการใช้คำพูดยืนยันโดย แอบอ้างรูปไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นรูปของผู้ที่ลดน้ำหนักกล่าวอ้างว่า เป็นชื่อของผมและเป็นผลิตภัณฑ์ของผมซึ่งย้ำความมั่นใจให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง และมีเพื่อนของเราที่หลงเชื่อและได้ซื้อสินค้านี้ไปจริง และส่งข้อความมาสอบถามว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งแสดงว่ามีการซื้อขายได้จริงทางเราก็เลยไม่อยากจะนิ่งนอนใจ หลังจากนั้นก็เลยได้ค้นหารูปภาพต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีการตัดต่อเกิดขึ้น จากวันที่ผมเปิดพ็อกเก็ตบุ๊คก็จะมีการนำผลิตภัณฑ์ไปซ้อนภาพหนังสือ

'โอปอล์-หมอโอ๊ค' พร้อมทนายโร่แจ้งความเอาผิดเพจแอบอ้างชื่อ

         นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาพในคลีนิคส่วนตัวมีการนำภาพไปตัดต่อใส่ผลิตภัณฑ์อยู่บนโต๊ะซึ่งดูค่อนข้างเป็นมืออาชีพเพราะมีการใส่เงา รวมไปถึงรายการโทรทัศน์ คลับฟรายเดย์โชว์ก็มีการตัดต่อนำผลิตภัณฑ์ไปใส่บนโต๊ะ ส่วนโลโก้ด้านหลังก็นำไปใสสโลแกนของสินค้า ถือว่าเราเป็นผู้เสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการนำภาพที่ผมใส่เสื้อกราวของแพทย์ซึ่งเรื่องนี้ผมรับไม่ได้จริงๆ เพราะกฎระเบียบของแพทย์เราไม่สามารถใส่เสื้อกราวเพื่อเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์ในการรับรองใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเราจะระมัดระวังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผม ก็ดำเนินตามกติกานี้มาตลอดชีวิต แม้แต่ผลิตภัณฑ์ของตัวเองเราก็พยายามระวังอย่างที่สุด อันนี้มีการใช้เสื้อกราวน์ ชื่อ และโลโก้ของโรงพยาบาลที่เราประจำอยู่ด้วย ซึ่งผมถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ที่สุด

 

'โอปอล์-หมอโอ๊ค' พร้อมทนายโร่แจ้งความเอาผิดเพจแอบอ้างชื่อ

          (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานหรือยัง) ไม่นานเลย ก็ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตอนแรกเห็นอยู่ภาพเดียวก็คิดว่าอาจจะเป็นการเข้าใจผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการเราก็เลยลงตักเตือนก่อน คือเราคิดว่าการเตือนมีประโยชน์คือเราเตือนผู้ทำและเตือนผู้ที่จะซื้อด้วย พอเราลงตักเตือนไปเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะยังมีการลงรูปใหม่อย่างต่อเนื่องจนถึงขั้นว่าพอผมกดรีพอร์ทก็มีการรีพอร์ทเพจผมกลับมาอีก ว่าเพจผมเป็นเพจปลอม ผมกลัวว่าจะเป็นมิจฉาชีพที่เป็นมืออาชีพ ถ้าเป็นลักษณะนี้เราต้องไม่ปล่อยผ่านเพราะมันอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวไทยของเรา และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะมีผู้ที่ส่งมาทั้งข้อความ แมสเสจต่างๆ ว่าได้ซื้อไปจริงราคาก็ไม่ได้ถูกเป็นหลักพันบาท บางคนก็โทรมาที่คลีนิกบ้างก็มาสอบถามว่ามีจริงหรือเปล่า บ้างก็มาตำหนิว่าทำไมถึงขายผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ บ้างก็มาติดต่อซื้อสินค้าซึ่งมันเชื่อได้ว่ามีคนเชื่อจริงและเป็นการหลอกที่แนบเนียน (เขาแอบอ้างว่าเป็นสินค้างของหมอโอ๊ค) ใช่ เพราะเขาใช้คำว่าต้องขอบคุณนายแพทย์สมิทธิ์ อารยะสกุล ที่ได้ผลิตผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมา

         (คาดได้ไหมว่าคนที่กระทำเป็นคนไทยหรือต่างชาติ) ในพรบ.คอมพิวเตอร์ ใหม่คือ ไม่ว่าจะใครก็ตาม ถ้ามีการโพสต์แล้วเกิดความเสียหายในประเทศไทย ก็สามารถดำเนินคดีได้ครับ วันนี้ที่เราตั้งใจมาคือมี 2 ประเด็น อย่างแรกคือผลิตภัณฑ์เหล่านี้เราไม่เกี่ยวข้อง อาจจะเกิดอันตรายได้ถ้าหากมีคนนำไปใช้ อย่างที่สองสำคัญมากๆ คืออยากให้เป็นบรรทัดฐานว่า ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเรา อย่าละเลยครับ เพราะสิ่งที่ผมเจ็บปวดที่สุด ผมมองไปในหลายๆ คอมเมนต์ หลายท่านยังขาดความเข้าใจ บางท่านบอกว่ายังไงก็เอาผิดไม่ได้อยู่แล้ว ให้ปล่อยไปเลย บางคนบอกทำไปเถอะคนไทยขี้เกียจ ไม่อ่านหนังสือเยอะ ยังไงก็ซื้อ หรือคนที่โดนแอบอ้างก็ขี้เกียจไม่ทำอะไรหรอก ผมอยากบอกว่าคนไทยไม่ได้ง่ายขนาดนี้ ต้องขอบคุณหลายท่านที่ติดต่อมา ให้หลักฐานและให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน (เคยอินบ๊อกซ์ไปคุยกับทางนั้นเลยไหม) เขาไม่รับเลยเขารีพอร์ตเรา เขาเป็นมืออาชีพมากก็ไม่แปลกที่มีคนหลงเชื่อมาก เพราะมีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนข้อความ เอารูปมาแอบอ้าง และมีการซื้อสปอร์นเซอร์อย่างเป็นทางการในเฟซบุ๊ก รันตลอดเวลาน่าจะด้วยเงินค่อนข้างเยอะ รู้สึกว่าเป็นกระบวนการและธุรกิจที่ใหญ่ การลดน้ำหนักไม่เคยมีทางลัด แต่สิ่งช่วยที่ดีที่สุดคือพฤติกรรมของเรา การออกกำลังกาย ขอยืนยันไม่นั้นคนก็ผอมกันหมดแล้ว”

'โอปอล์-หมอโอ๊ค' พร้อมทนายโร่แจ้งความเอาผิดเพจแอบอ้างชื่อ

 

        ในขณะที่ โอปอล์ กล่าวเสริมว่า “ตามขั้นตอนวันนี้เรามาพบท่านสารวัตรและท่านก็รับแจ้งความ หลังจากนี้ที่เราคุยกันคือเราจะไปที่ปอท. (เห็นว่ามีคนส่งเมลแปลกๆ เข้ามา) ก่อนที่จะมาเป็นรูปพี่โอ๊ค เพื่อนปอล์หลายๆ คนในหลายวงการโดน เพื่อนที่เป็นนักข่าวนั่งอ่านข่าวแต่มีโลโก้ผลิตภัณฑ์นั้นอยู่ เรายังนั่งขำกับเพื่อนอยู่เลยว่าตลกมาก แต่พอมันเกิดกับเราจริงๆ มันไม่ตลกแล้วเพราะตอนแรกที่เห็นรูปพี่โอ๊คคือพีคมากนะ และดันมีคนเชื่อจริงๆ มีคนสั่งซื้อจริงๆ มีคนอีเมล์มาต่อว่าเยอะ ว่าทำไมขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ตอนแรกเราก็งงว่าขายอะไร ปอล์กับพี่โอ๊คเลยคุยกันว่ามีคนโดนตัดต่อแบบเราเยอะมาก แต่คนที่โดนกระทำแบบพวกเรา ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ ลองมาลุยดูเพื่อเป็นต้นแบบว่าทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะถ้าคนที่ซื้อกินหรือใช้มันเกิดเป็นอะไร เราจะทำยังไง เราคงเสียใจ เลยอยากบอกทุกคนว่าเราไม่เกี่ยวข้อง คือมันมีข้อสังเกตเยอะ นอกจากการตัดต่อที่ไม่เนียน การใช้ภาษาอีก ถ้าอันไหนเป็นของเรามันจะปรากฏในไอจีและเฟซบุ๊กเราสองคน (คาดได้ไหมว่าคนที่กระทำเป็นคนไทยหรือต่างชาติ)ถ้าทางกฏหมายเมื่อสักครู่ที่คุยกับท่านสารวัตร ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือนอกประเทศ เราสามารถเอาผิดได้ทั้งหมด ตั้งแต่อยู่กับพี่โอ๊คมา ไม่เคยเห็นเขาโมโหได้ด้วยประเด็นไหน แต่พอเป็นเรื่องนี้ปุ๊บเรารู้เรื่องว่าแตะประเด็นเซนซิทีฟพี่โอ๊คเยอะมาก เพราะเขาจะไม่ทำอะไรที่ส่งผลเสียกับใครแน่ๆ และเอารูปเขาในชุดเสื้อกาวน์ไปใช้อวดอ้าง ซึ่งพี่โอ๊คไม่ทำ ที่สำคัญดันมีคนเชื่อและโทรไปหาพี่โอ๊คที่คลินิก คือเขากำลังใช้ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือมาล้อเล่นกับคนอื่น หลายคนที่ดูถูกกระบวนการยุติธรรม เมื่อสักครู่คุยกับคุณตำรวจ คือจริงๆ มันเช็กเส้นทางของอินเตอร์เน็ตได้หมดเลยนะ ถ้าใครเป็นผู้เสียหายของเพจนี้ แจ้งความเถอะค่ะ เราคิดว่าครั้งนี้อย่างน้อยน่าจะมีคนไทยร่วมด้วย ส่วนวิธีระวังมันมีหลายอัน อะไรที่เป็นการอวดอ้างที่เกินจริง เราต้องระวังแล้ว เพราะอย่างอันนี้เราค่อนข้างตกใจ เพราะเขาอวดอ้างว่าขายได้ 30 วัน 2,100 ล้านบาท หรือที่อวดอ้างว่าแปะหน้าท้อง 7 วันหน้าท้องแบนราบ” โอปอล์ กล่าว 

'โอปอล์-หมอโอ๊ค' พร้อมทนายโร่แจ้งความเอาผิดเพจแอบอ้างชื่อ

         ทางด้านนายสิทธิชัย เพชรโมกุล ทนายความกล่าวเสริมว่า "วันนี้พาคุณหมอมาแจ้งความ เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลที่แอบอ้าง นำรูปและนำชื่อคุณหมอไปตัดต่อและใส่ข้อมูลอันเป็นเท็จและไปขายสินค้าที่หลอกลวงผู้บริโภคที่เป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณหมอเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกลุ่มบุคคลดังกล่าว ฝากสื่อมวลชนสื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบข้อเท็จจริง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ (เบื้องต้นเราดำเนินคดีส่วนใดได้บ้าง) พรบ.คอมพิวเตอร์ และตัวสินค้าของเขาถ้าผิดกฏหมายใดก็สามารถโยงไปได้" นายสิทธิชัย แจง