
รู้ทันกฎหมาย - ค่าเสียหาย
เรื่องความเสียหายไม่ใช่เรื่องมงคลทั้งแก่คนที่ได้รับและคนที่ทำให้เกิด และเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากไปเกี่ยวข้องกับความเสียหายกันทั้งนั้น แต่ก็อาจจะมีวันที่ได้เจอะเจอ
ในประเด็นที่ว่าใครต้องรับผิดชอบนั้นเรื่องหนึ่ง แต่ในส่วนที่ว่าค่าเสียหายมันเรียกร้องกันได้แค่ไหน ก็ทะเลาะกันแทบเป็นแทบตายมาหลายสมัยหลายคดี แม้จะมีเกณฑ์วางไว้ให้แต่ก็ไม่วายจะพิพาทกัน
กฎหมายไม่ได้กำหนดเอาไว้ตายตัวว่าจะเรียกค่าเสียหายในอัตราเท่าใดในเรื่องอะไร เว้นแต่ค่าเสียหายที่เป็นหนี้เงินนั้น ท่านกำหนดให้เรียกได้ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี
การคิดค่าเสียหายจึงต้องใช้หลักความจริงเป็นเกณฑ์ แต่บางเรื่องก็ลำบากที่จะบอกได้ ทั้งๆ ที่รู้ๆ กันได้ว่ามันเสียหายเสียเหลือเกิน
อย่างรถชนจนรถเสียหาย ก็สามารถจะบอกได้ว่าค่าซ่อมเท่าไหร่ แต่ที่จริงก็ยังมีความเสียหายอื่นติดสอยห้อยตามมาด้วย เช่น ในระหว่างการซ่อมรถ จะต้องนั่งรถแท็กซี่ไปทำงาน หรือไม่ก็มีค่ารักษาพยาบาลจากการถูกรถชน เป็นต้น
เหล่านี้เป็นความเสียหายซึ่งก็พอจะพิสูจน์หรือคำนวณได้ แต่ถ้าจะว่ากันไปถึงความตาย ความเสียหายที่เรียกร้องได้นอกจากค่ารักษาพยาบาลก็เป็นค่าทำศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่นๆ ด้วย แต่จะเป็นตัวเลขเท่าไหร่ก็ต้องบอกว่าพอสมควร
แค่ไหนที่ว่าพอสมควรในเมื่อคนจ่ายก็อยากให้น้อย คนจะได้ก็ต้องการให้มากเข้าไว้ ซึ่งต่อให้จ่ายจริงไปเท่าไหร่ก็ต้องคำนึงถึงความสมควรด้วย ไม่ใช่จัดงานศพหลายล้านเพราะต้องการให้ตระการตา ก็ต้องลดราคามาพอสมควร
ในกรณีที่มีปัญหาในเรื่องตัวเลขค่าเสียหาย เป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิพากษาให้ได้เท่าไหร่ ต่อให้เขียนในสัญญากันไว้ หากมันเกินความสมควรเกินไป ศาลมีอำนาจวินิจฉัยตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการละเมิดจนเกิดความเสียหายนั้น
ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้เสียหายประกอบด้วย ศาลจะต้องพิจารณาว่าฝ่ายใดเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายยิ่งหย่อนกว่ากัน
ยังมีความเสียหายที่ไม่อาจจะคำนวณได้ง่ายๆ นัก เช่น ความขายหน้าเสียชื่อเสียง มันก็ยากจะบอกได้ว่าจะผันเป็นตัวเลขสักเท่าไหร่ดี
ในกรณีแบบนี้ ก็ต้องนำองค์ประกอบหลายอย่างมาประมวลเข้าด้วยกัน เป็นต้นว่าหน้าที่การงานของคนที่เสียหาย สถานะทางสังคมของเขาเป็นอย่างไร มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแค่ไหน มีการศึกษาอย่างไร ลักษณะของความผิดหรือการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย
ส่วนความเสียหายต่อจิตใจ ในทางกฎหมายยังไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน เพียงแต่พาดพิงไว้ว่า ถ้าเสียหายแก่ร่างกาย อนามัยหรือเสรีภาพแล้ว ผู้เสียหายยังอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันมิใช่ตัวเงินได้ด้วย
ในเรื่องความเสียหายทางจิตใจจึงเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ความเสียหายได้ชัดเจน เพราะเป็นการเรียกค่าเสียหายตามความรู้สึก แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องรักษาพยาบาลคือต้องได้รับการบำบัดทางจิต ก็ว่าไปอย่าง
ค่าเสียหายจึงต้องอาศัยการพิสูจน์จากพยานหลักฐานว่ามันเข้าขั้นที่ต้องได้รับการชดเชยแค่ไหน
ความเสียหายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด แต่ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่กฎหมายก็ให้เรียกร้องได้พอหอมปากหอมคอ
"ศรัณยา ไชยสุต"



