
ศิลป์แห่งแผ่นดิน - ครูหลังม้า
เมื่อตอนผมไปเป็นวิทยากรอบรมครู กศน. ครูบนพื้นที่สูง ที่จังหวัดตาก (เมื่อเดือนกันยายน) ผมได้มีโอกาสพบและพูดคุยกับ ครูดอย วัยหนุ่มสาวหลายคน เรื่องราว และอุดมการณ์ของเขาแต่ละคนล้วนน่าสนใจ หลายเรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี กระทั่งภาพยนตร์ เมื่อหลายปีก่อนก็เค
“บนยอดเขาปลายดอย เด็กตัวน้อยกำลังรอ วันนี้จะมาไหมหนอ เจ้ารอคอยด้วยความหวัง วันนี้ครูคงมา... เด็กตัวน้อยในพนา ตั้งตารอคอย โอ้คุณครู ครูหลังม้าใจดี กลางดงดอยป่าเขา แว่วเสียงอาขยาน เป็นดั่งสัญญาณ ว่าครูกลับมา ครึ่งค่อนเดือนถึงจะมาเยือนเราสักที วันนี้ครูคงลา ครูจ๋าเราจะรอ พรุ่งนี้จะนานไหมหนอ..หวังเจ้าหวัง..ครูหลังม้าจะกลับมา” เป็นเพลงที่จัดอยู่ในประเภท “เพลงเพื่อชีวิต” ประมาณนั้น
ความฝันของศิลปินหนุ่มบนถนนสายดนตรี กับการได้มีอัลบั้มเพลงของตนเองออกมาสักชุด ปัจจุบันนี้คงไม่ใช่เรื่องยากแล้ว แทบจะพูดได้ว่าใครๆ ก็ออกอัลบั้มได้ ซึ่งย่อมรวมถึง “ป้อม กีตาร์เมา” ด้วย
เพลงชุด “สหายพันจอก” ของเขา ทำออกมาหลายปีแล้ว มีเพลง “บุญถึง” ผู้สิ้นไร้ไม้ตอกในสังคมกลียุค คิดสั้นผูกคอตายด้วยผ้าขาวม้าลายตาหมากรุก เพลง “สหายพันจอก” ที่มีประโยคเจ็บๆ “พูดเรื่องการเมืองพอหอมปากหอมคอ ฉันไม่อยากลำบากกับพวกเสียงดีกว่านิสัย พูดมากไปจะอันตราย สุนัขรับใช้จะฟัดเราตายถ้ายุ่งกะมัน”
ผมไม่ได้รู้จักมักจี่ “ป้อม กีตาร์เมา” หรอกครับ เผอิญได้เจอเขาในห้องบันทึกเสียง (ของเพื่อนของเขาที่นครสวรรค์) เขามอบ ซีดี เพลงให้ผมชุดหนึ่ง เมื่อได้ฟังก็อยากพูดถึงเขา และเพลงชุดนี้ ในแง่ที่ว่า กาลครั้งหนึ่งยังมีหนุ่มน้อยคนหนึ่งใฝ่ฝันอยากจะเป็นมือกระบี่ ฝึกวิทยายุทธ์ (ดนตรี) มาแรมปี ตระเวนเล่นตามร้านอาหาร ผับ ร้านเหล้า และโรงแรมมาหลายที่ ครั้นวิชาแก่กล้าก็อาจหาญแต่งเพลง และในที่สุดก็ทำเพลงชุดแรกออกมาจนได้ ด้วยกำลังเท่าที่มี ด้วยแรงสนับสนุนจากเพื่อนมิตร
นับสิบปีแล้วที่ “ป้อม กีตาร์เมา” ร่อนเร่ไปในยุทธจักรเพลง ในฐานะนักดนตรี ทั้งเล่นเดี่ยว และเล่นวง ในฐานนักเพลงประจำ (โรงแรม) ที่ต้องเล่นเพลงทุกคืนเป็นอาชีพ บางเวลาอาจเหนื่อยล้า อ่อนแรง เล่นเพลงเดิมซ้ำๆ ในแต่ละคืน เล่นเพลงตามคำขอของแขก โดยต้องเล่น “เพลงของคนอื่น” เป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรเขาก็มี “เพลงของตัวเอง” อย่างน้อยก็ชุด “สหายพันจอก” ที่มีเพลงดีๆ เช่น “ครูหลังม้า” “คืนใจ” และ “คิดถึงแม่” เขาคงมีความสุขหากมีใครสักคนตะโกนขอเพลงของเขา เพลงที่เขาแต่งขึ้น และขับร้องด้วยหัวใจ ด้วยเสียงของเขาเอง
ผมเขียนถึง “สหายพันจอก” ก็เพราะผมรับรู้ว่า ถนนสายดนตรีอันยาวไกล ยังมีคนเพลง “นอกระบบธุรกิจเพลง” กระแสหลักอีกมากมายเดินทางรอนแรมกันอยู่คลาคล่ำ ขอเพียงผู้คนเงี่ยหูฟังเพลงพวกเขาบ้าง พวกเขาก็พอมีกำลังใจ...
ศิลปินเพลงคนเล็กคนน้อยเหล่านี้ เปรียบได้ดั่ง “ครูหลังม้า” แม้ดูไม่ยิ่งใหญ่ แต่ก็มีความหมายสำหรับเด็กๆ ที่รอคอย
"ศัดิ์สิริ มีสมสืบ"



