บันเทิง

ดึงเรื่องจริงถ่ายทำ"เอ็มวี"อีกวิธีสร้างอารมณ์คนดู

ดึงเรื่องจริงถ่ายทำ"เอ็มวี"อีกวิธีสร้างอารมณ์คนดู

12 ต.ค. 2552

ทุกครั้งที่ดูละครที่มีเนื้อหาเศร้าโศก รันทด น้ำตาไหลพราก ขึ้นเทียบชั้นคำว่า น้ำเน่า ก็มักจะมีคำพูดเปรียบเปรยขึ้นมาเสมอว่า "ชีวิตจริงเน่ายิ่งกว่าในละคร" คำพูดนี้ดูเหมือนจะเป็นจริงซะด้วย โดยเฉพาะในมิวสิกวิดีโอที่เปรียบเสมือนละครสั้นประกอบเพลง ซึ่งช่วงหลังน

 เริ่มจากมิวสิกวิดีโอเพลง “คนไม่มีเวลา” ของหนุ่ม "ว่าน" ธนกฤต พานิชวิทย์ ซึ่งเนื้อเพลงได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของคู่รักคู่หนึ่งที่คบกันมายาวนานกว่า 8 ปี แต่หลังจากแต่งงานได้เพียงปีกว่า ฝ่ายหญิงกลับต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ฝ่ายชายเองก็ไม่ได้ทอดทิ้ง กลับเฝ้าดูแลทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดปาฏิหาริย์ กระทั่งวันหนึ่งเดินดุ่มๆ ไปที่ตึกแกรมมี่ ขอพบว่าน เพื่อจะขออัดเสียงไปฝากฝ่ายหญิงที่นอนหลับอยู่ ด้วยความที่เธอชอบว่านมากตั้งแต่เมื่อครั้งที่ประกวดเอเอฟ

 ความตั้งใจในวันนั้นของฝ่ายชาย จึงทำให้ว่านเกิดแรงบันดาลใจแต่งเพลงนี้ขึ้น นอกจากฝ่ายชายจะยอมให้นำเรื่องจริงมาถ่ายทอดประกอบเพลงแล้ว ยังร่วมแสดงและอนุญาตให้เก็บภาพฝ่ายหญิงที่นอนป่วยเพื่อใช้ประกอบในมิวสิกวิดีโออีกด้วย

 ต่อกันที่มิวสิกวิดีโอเรียลิตี้ 4 คู่รัก ในเพลง "เวลาของฉันกับเธอ" ซิงเกิลล่าสุดของนักร้องหนุ่ม "เจมส์" เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ เพลงความหมายดี ดนตรีเท่ ที่ได้ ณฐพล ศรีจอมขวัญ หรือ ก้อ กรู๊ฟไรเดอร์ส มาทำดนตรี เขียนเนื้อร้องโดย “บอย" ตรัย ภูมิรัตน

 เนื้อหาของเพลงนี้มาจากความรู้สึกของเจมส์ ที่มีต่อความรักในขณะนี้ กล่าวคือ หากว่าคุณพร้อมแล้วสำหรับความรัก ไม่ว่าจะรักในรูปแบบไหนก็ตาม ให้เพลงนี้เป็นตัวแทนถ่ายทอดความรู้สึกส่งให้คนที่คุณอยากจะบอกคำว่า “รัก”

 มิวสิกวิดีโอเพลงนี้บอกเล่าเรื่องจริงของคู่รัก 4 คู่ เริ่มจาก คู่ "บลู" เอวิกา กับ "ดีเจกอล์ฟ" ที่ฝ่ายชายแอบหลงรักฝ่ายหญิงมากว่า 5 ปี แต่ไม่กล้าบอก เพราะเห็นบลูเป็นถึงสาวดัชชี่ เป็นดารา กลัวว่าตัวเองจะเทียบกับบลูไม่ได้ได้แต่คอยติดตามผลงานมาอยู่ตลอด และด้วยความที่ฝ่ายชายทำงานเป็นโมเดลลิ่งและทำสถานีวิทยุด้วย จึงคอยแอบช่วยเหลือเรื่องงานให้บลูอยู่บ่อยๆ ทั้งงานโฆษณาและงานดีเจ จะได้ใกล้ชิดกัน แต่ไม่เคยกล้าบอกให้บลูรู้เลย

 คู่ของ "ไลล่า" กับ "แจ็ค" คู่รักแห่งความแตกต่าง เพราะอยู่ก็อยู่คนละที่ ฝ่ายชายทำงาน และพักอาศัยอยู่ที่ศรีราชา ส่วนไลล่าอยู่กรุงเทพฯ จะเจอกันแค่สัปดาห์ละครั้ง เพราะมาเรียนปริญญาโทด้วยกัน แถมยังต่างศาสนา ทำให้ทางบ้านของไลล่าไม่ค่อยมั่นใจ เพราะตามธรรมเนียมอิสลาม หากฝ่ายชายแต่งงานกับหญิงมุสลิม ต้องเปลี่ยนศาสนาตามผู้หญิง

 คู่ "อุ๋ม" กับ "ฬาร" คู่รักที่คบกันมายาวนานตั้งแต่สมัยเรียนที่ ม.ธรรมศาสตร์ ด้วยกัน จนเรียนจบ ทำงานมาหลายปีก็ยังคบกันอยู่ ด้วยความที่รักกันมานานเลยเป็นเหมือนทั้งเพื่อน ทั้งพี่ ทั้งแฟนในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังเกิด วัน เดือน ปี เดียวกันซะด้วย คู่นี้พิเศษตรงที่ขอแต่งงานกันต่อหน้าทีมงานที่ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเลยทีเดียว 

 คู่สุดท้ายเป็นคู่ของ "นาตาลี" กับ "บิ๊ก" คู่นี้คบกันมา 4 ปี อยู่กันแบบเหมือนเพื่อน ไม่ค่อยโรแมนติก เป็นตัวแทนของคู่รักวัยรุ่นยุคใหม่ที่ชอบอะไรผาดโผน

 เป็นอีกมิวสิกวิดีโอหนึ่งที่เรียกน้ำตาได้ท่วมจอ สำหรับเพลง “ฝุ่น” เพลงฮิตจากวง “บิ๊กแอสส์” ซึ่งถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของศิลปินแต่ละคน ในขณะที่คอนเซ็ปต์ของมิวสิกวิดีโอจะเป็นภาพที่แทนความคิดถึงที่แตกต่างกันออกไป จากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนที่มารวมไว้ จะมีหลากหลายอาชีพกันไป ไม่ว่าจะเป็น แม่บ้าน รปภ. ความรักแม่ลูก หรือแม้แต่คนแก่ ที่ความตายก็ไม่สามารถพรากความรักของกันและกันไปได้

 ในมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ ทุกคนที่มาร่วมแสดงให้ ไม่ใช่นักแสดงเลย แต่เป็นคนธรรมดาที่อยู่ในความรู้สึกคิดถึงจริงๆ ผูกพันจริงๆ โดยการถ่ายทำทีมงานจะเปิดเพลงฝุ่นให้แต่ละคนฟัง แล้วตั้งกล้องถ่ายทำไว้ โดยที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ภาพที่ได้มาจึงเป็นภาพสดๆ ที่เกิดขึ้นจริงๆ

 มาถึงมิวสิกวิดีโอของหนุ่ม "ดิว" พงศธร สุภิญโญ รองแชมป์เดอะสตาร์ 5 กับซิงเกิล “ยิ่งมืดยิ่งเห็นดาว” เพลงที่เปรียบเปรยความรักเหมือนกับดวงดาวที่ส่องแสงสว่างในยามท้องที่ฟ้ามืดมิด ในมิวสิกวิดีโอจะนำเสนอความรักในชีวิตจริงที่มีเรื่องราวตรงกับเพลง 3 รูปแบบด้วยกัน เริ่มจากความรักในโลกที่มืดมนของคู่รักตาบอด "นุ้ย" ปฏิการ เทพมงคล และ "เท่ห์" เทวพงศ์ พวงเพชร ที่แม้ทั้งคู่จะตาบอดแต่ต่างก็ดูแลซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี

 ต่อมาเป็นความรักที่อบอุ่นของครอบครัว "ตุ๊ก-บ๊วย" ที่มีน้องแพรว ลูกสาวมาคอยเติมเต็มความสุข ส่วนเรื่องสุดท้ายเป็นความรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนของ พญ.ดร.เคลียวพันธ์ สูรพันธุ์ สูติ-นรีแพทย์ รพ.บำรุงราษฎร์ ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานนำเงินมาสร้างมูลนิธิชัยพฤกษ์ เลี้ยงดูเด็กๆ ที่ด้อยโอกาส

 อีกหนึ่งมิวสิกวิดีโอที่แม้จะพูดได้ไม่เต็มปากว่ามาจากเรื่องจริงหรือไม่ แต่ก็ชวนให้คนดูสงสัยเหลือเกิน นั่นคือมิวสิกวิดีโอ “บาปกรรมมีจริง” ของ “ปาน" ธนพร แวกประยูร เพราะนอกจากจะได้ “แหม่ม" วิชุดา พินดัม มานำแสดงในบทรักสามเส้า ซึ่งอีกฝ่ายดันใช้ชื่อใกล้เคียงกับคนที่แหม่มกำลังเป็นคู่กรณีอยู่ โดยใช้ว่า "มะปราง" (ชื่อคล้ายปราย) แถมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมิวสิกวิดีโอแต่ละเรื่องก็ไปพ้องกับสิ่งที่เป็นข่าวเหลือเกิน เลยชวนให้สงสัยซะนี่

 ..จะเห็นได้ว่ามิวสิกวิดีโอที่ถ่ายทอดจากเรื่องจริง แค่อ่านเรื่องราวก็กินใจคนดูได้มากกว่าแล้ว ไม่แปลกเลยที่เวลานี้จะมีหลายๆ เพลงหยิบคอนเซ็ปต์นำเรื่องจริงมาใช้ถ่ายทำกันมากมายขึ้นเรื่อยๆ