
หน้า กทม. อี 5 // ไดคัต สุขุมพันธุ์
11 ธ.ค. 2551
หน้า กทม. อี 5 // ไดคัต สุขุมพันธุ์
+
เฉือนชัยกันที่กลยุทธ์การตลาด
+
ถึงแม้ว่าจะถูกรุ่นหลานวัดรอยเท้าและแซงขึ้นนำในช่วงที่ปี่กลองเริ่มเชิดเพียงปลายจมูก แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับ คุณชายสุขุมพันธุ์ บริพัตร ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์
ถ้าหากยังโหยหาชัยชนะในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ก็ไม่มีทางเลือก หรือทางลัดอื่น ให้ "คุณชาย" ได้มีทางเดินสู่จุดหมาย นอกจากการเร่งปรับทุกอย่างที่ตรองจนตกผลึกกันแล้วให้เร็วที่สุด
เอแบคโพลล์ล่าสุดที่ออกมาเมื่อวันอังคาร ระบุชัดเจนว่า ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ คุณปลื้ม ผู้สมัครอิสระ มีคะแนนนิยมนำ
ถึงแม้ว่าจะนำไม่ถึง 1% แต่ก็ต้องเรียกว่า "นำ"
ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของระดับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์
เพียงแต่ว่า จะให้น้ำหนักในเรื่องนี้มากกว่าการเร่งจับขั้วรัฐบาลที่ยังไม่รู้ว่า สุดท้ายแล้วจะเป็นลูกผีลูกคน
ความจำเป็นเร่งด่วนในการจับขั้วตั้งรัฐบาล ประกอบกับ "คุณชาย" นั้น สายตรงถึงหัวหน้าพรรค ทำให้ภารกิจในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญในลำดับรองลงมา
เพราะต้องยอมรับว่า ภาพลักษณ์ความเป็น "ผู้ใหญ่" ของ "คุณชาย" เมื่อเทียบกับ คนวัยหนุ่มอย่าง "คุณปลื้ม" ที่ออกแนววัยรุ่นแล้ว ถ้ายังไม่รีบปรับปรุงเสียแต่เนิ่นๆ คะแนนนิยมอาจถ่างกว้างออกไปมากกว่านี้
บุคลิกที่นุ่มนวลพูดหลังจากคิดแล้ว จะต้องได้รับการทดแทนด้วยอะไรก็ตามแต่ที่จะแสดงให้เห็นว่า "คุณชาย" มีบางอย่างให้เลือก
แม้กระทั่งเรื่องโปสเตอร์ ที่คุณชายพยายามจะสร้างรอยยิ้ม แต่บางคนเข้าใจผิดคิดว่าจะร้องไห้ ก็จะต้องไปดูว่า ต้องปรับปรุงเพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้วยหรือไม่
ทีมงานที่เป็น "กุนซือ" ที่แท้จริง จะต้องคิดกระทั่งจังหวะก้าวย่างในแต่ละถนน แต่ละซอย เพื่อให้คุณชาย ผู้นุ่มนวล มีภาพของความมุ่งมั่น ที่จะทำเพื่อคนเมืองหลวง และเข้าถึงทุกกลุ่มก้อนในเมืองหลวง
ซึ่งสุดท้ายแล้วคงหนีไม่พ้น "กลยุทธ์การตลาด" สูตรสำเร็จทางการเมืองที่ทำให้พรรคไทยรักไทยยิ่งใหญ่ เป็นรัฐบาล 2 สมัย จนต่อเนื่องมาถึงพรรคพลังประชาชน
ต้องยอมรับว่า คะแนนวัย 18 ปี จนถึง 25 ปี มีแนวโน้มที่จะวูบไหวไปกับแรงเหวี่ยงของ "การตลาด" แต่สุดท้ายแล้ว ใครล่ะที่จะกล้าปฏิเสธว่า กระบวนการเช่นนี้คือกุญแจที่จะไขประตูสู่ชัยชนะ
เช่นเดียวกับ "คุณปลื้ม" ที่ใช้วิธีการแทบไม่ต่างจาก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เคยใช้มาแล้ว
มีปัญหาที่ไหนชูวิทย์ไปที่นั่น
ขณะเดียวกัน โปสเตอร์ของ ชูวิทย์ ที่วางแผนออกมาเป็นระยะๆ ก็ได้ชื่อว่า โดดเด่นโดนใจกว่าใคร
"โดน" มากกว่าป้ายหาเสียงของ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งล่าสุดเสียด้วยซ้ำไป
การไปยืนฟังปัญหา และจดข้อความเหมือนนักข่าวกำลังสัมภาษณ์แหล่งข่าว ก็เป็นวิธีการที่คล้ายกับเสี่ยชูวิทย์เคยทำมาก่อนหน้านี้
แต่ คุณปลื้ม ได้เปรียบกว่า ชูวิทย์ และได้เปรียบกว่าผู้สมัครทุกคน
เพราะสื่อที่คนเมืองหลวงรู้จักและเข้าถึงคือ "โทรทัศน์" ที่มี "คุณปลื้ม" เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของจอ
โดยเฉพาะรายการข่าวที่ภาพของคุณปลื้มอยู่หน้าจอทีวีทุกวัน
ส่วนผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ได้คะแนนลดหลั่นกันลงมา ก็ไม่ต่างกัน หากต้องการชัยชนะ ก็ต้องเร่งมองหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจคนเมืองหลวง
ถึงแม้ว่าแท้จริงแล้ว บางเรื่องบางครั้งเรียกได้ว่า นี่คือ "การแสดง" แต่เพื่อสร้างภาพ สร้างเอกลักษณ์ให้คนติดตา ต้องใจ
ถึงจะรู้ว่า เมื่อถึงวันหนึ่ง "กลยุทธ์การตลาด" จะสำแดงผลของมันออกมาว่า ไม่ใช่สิ่งที่จีรัง เมื่อเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ไม่อาจสร้างภาพได้เหมือนเดิม ความล้มเหลวอย่างรุนแรงจะย้อนมา "เอาคืน"
แต่ใครล่ะจะกล้าปฏิเสธ เมื่อยืนบนเวทีแข่งขันที่ให้เวลาเพียง 1 เดือนเศษเท่านั้น



