
'กุญแจซอล' ปรากฎตัวต่อหน้าสื่อครั้งแรก พร้อมสามีและลูก(คลิป)
"กุญแจซอล" ป่านทอทอง บุญทอง ควงคู่สามี นาวาอากาศโทฌณัฏฐ์ เลิศพัฒนาไทย ออกงานพร้อมลูกชาย หลังถูก "พ่อนึกคิด-แม่มุกดา" ตัดขาด เหตุเพราะเลือกสามีมากกว่า
เป็นเรื่องดราม่าหนักเมื่อช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ หลังคุณพ่อนึกคิด และ คุณแม่มุกดา บุญทอง พ่อแม่ของ "กุญแจซอล" ป่านทอทอง ออกมาประกาศตามหาลูกสาว ก่อนจะมีเรื่องราวมากมายตามมา ทั้งการตั้งท้องและคลอดลูกชายของกุญแจซอล การที่กัปตันณัฏฐ์ไม่ให้พ่อแม่พบลูกสาวและหลานชาย จนมาถึงวันที่พ่อนึกคิดแม่มุกดาออกมาประกาศตัดขาดกุญแจซอล ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา กุญแจซอลก็เก็บตัวไม่ออกงานและไม่ตอบคำถามใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ จนล่าสุดวันนี้ในงาน "Bnagkok Wedding Festival 2018" ที่โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว บางกอก ฟอร์จูน กุญแจซอล พร้อมสามีและลูกออกงานด้วยกันเป็นครั้งแรก และพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ดังนี้
ทำไมถึงตัดสินใจมาออกงานครั้งแรก
กุญแจซอล "เพราะคิดถึงวงการค่ะ อยากมาออก ได้มาเดินแบบเป็นอะไรที่ชอบอยู่แล้ว ถามว่าตัดสินใจนานไหมที่รับงานนี้ ก็นานเหมือนกันค่ะ ดูคิวของสามีด้วยว่าเราสะดวกตรงกันไหม ถามว่ามีงานติดต่อเข้ามาเยอะไหม ก็เรื่อยๆค่ะ ช่วงนี้รับบ้างไม่รับบ้างเพราะต้องเลี้ยงลูก เราเลี้ยงเอง วันนี้ก็มาพร้อมหน้าครอบครัว"
ถามถึงเรื่องที่ผ่านมาอยากจะบอกอะไรกับสังคม มันเกิดอะไรขึ้น
กุญแจซอล "ขอไม่บอกอะไรค่ะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องในครอบครัว ก็ไม่อยากพูดอะไร ส่วนที่คนมองเราในแง่ลบก็ไม่เป็นไรค่ะ ถามว่าเครียดไหมกับเรื่องที่ถาโถมเข้ามาก็มีอยู่แล้วค่ะ"
ณัฏฐ์ "ก็ต้องเจออยู่แล้ว เราก็ต้องปลอบกัน เป็นกำลังใจให้กัน เราก็มีลูกชายเป็นกำลังใจ"
ตอนที่โดนสังคมตัดสินเราเครียดขนาดไหน
กุญแจซอล "แค่ลำพังตอนนี้พอเรามาเป็นแม่ เรามาโฟกัสที่ลูกก็หนักแล้วค่ะ แค่เวลาในการดูแลลูกยังไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนแล้ว ถามว่าอยากอธิบายอะไร กับสังคมเพราะคนมองว่าเราเลือกแฟนมากกว่าพ่อแม่ เราขอไม่พูดอะไรดีกว่าค่ะ
ณัฏฐ์ "มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนครับ ไม่พูดอะไรดีกว่าครับ"
ตอนที่เราท้องอยู่แล้วมีข่าวเครียดถึงขั้นไหน
กุญแจซอล "เครียดมากค่ะ"
ณัฏฐ์ "เครียดอยู่แล้วครับ แต่ว่าเราก็เป็นกำลังใจให้กัน"
พอมีลูกคนมองว่าหลานจะเป็นตัวเชื่อม
กุญแจซอล "ตอนนี้หลานยังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ โอกาสที่จะได้กลับไปคุยกับพ่อแม่ เป็นเรื่องของอนาคตและเป็นเรื่องของเวลาค่ะ เราก็บอกไม่ได้ แต่ว่าทุกคนก็มีเหตุผลเป็นของตัวเองเนาะ ส่วนที่จะพาหลานไปหาตายาย เดี๋ยวคงมีเวลาที่เหมาะสมค่ะ ถามว่าเวลาจะเยียวยาทุกอย่างไหม ก็ใช่ค่ะ
ได้มีติดต่อกลับไปหาพ่อแม่บ้างไหม
ณัฏฐ์ "ไม่พูดแล้วกันนะครับ"
ไม่ถึงกับตัดขาดกันไปเลยใช่ไหม
ณัฏฐ์ "มันก็อยู่ที่หลายปัจจัยมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เราแค่สองหรือสามคน มันเป็นเรื่องของหลายคนและเรื่องอนาคต ส่วนที่คนมองว่าผมไปพรากกุญแจซอลมาจากพ่อแม่ ผมไม่สามารถไปบังคับความคิดของใครได้ ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านก็แล้วกัน ผมไม่สามารถไปชี้นำความคิดของใครได้"
ถามกุญแจซอลสิ่งที่เราเลือกเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับเราแล้วใช่ไหม
กุญแจซอล "ก็คิดว่าทำให้ดีที่สุดค่ะ เพราะคนเราอยู่ด้วยกันก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เราก็ทำให้ดีที่สุด ยิ่งเรามาเป็นแม่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือลูก ใช้เวลาที่มีอยู่ให้มีค่าที่สุด อย่างที่บอกเราก็มีเหตุผลเป็นของตัวเอง ไม่อยากพูดเพราะว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน"
ณัฏฐ์ "ขออนุญาตไม่พาดพิงแล้วกัน"
ในวันที่เป็นแม่แล้วเข้าใจในความรู้สึกของแม่ที่เป็นห่วงลูกมากขึ้นไหม
กุญแจซอล "ก็เข้าใจค่ะ"
คิดถึงคุณพ่อคุณแม่ของเราไหม
กุญแจซอล "ก็คิดถึงนะคะ ขอเวลาที่เหมาะสม ถึงจะกลับไป พ่อแม่ใครใครก็คิดถึงทั้งนั้นค่ะ"
แต่ว่าทางฝั่งครอบครัวเราก็ประกาศตัดขาดเราไปแล้ว มีผลกระทบกับจิตใจแค่ไหน
กุญแจซอล "ก็มีผลนะคะ แต่ว่าที่บ้านไม่ได้เลี้ยงเราแบบอ่อนหวานตั้งแต่แรก ก็โอเคนะ (หัวเราะ)"
ตกใจกับคำว่าตัดขาดไหม
กุญแจซอล "ตกใจค่ะ"
ก่อนหน้านี้คนชื่นชอบเรา แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้หลายคนก็แอนตี้ เรารู้สึกยังไง
กุญแจซอล "เราห้ามความคิดใครไม่ได้ ถามว่ามีผลต่อความรู้สึกแค่ไหน ก็บอกไม่ถูกค่ะ"
ณัฏฐ์ "มนุษย์เรานอกจากความรู้สึกก็ยังมีคำว่าเหตุผลและปัจจัยอื่น ชีวิตมันต้องเดินต่อไป มันไม่มีอะไรสมบูรณ์เพอร์เฟค 100 เปอร์เซนต์"
พอเห็นคอมเมนต์ที่ด่าทอเรา ท้อไหม
กุญแจซอล "ก็มีบ้างค่ะ มาแบบจัดเต็มมาก มีเยอะมาก"
แต่บางคนขี้นขั้นมองว่าเราเป็นลูกอกตัญญู
กุญแจซอล "ก็ไม่เป็นไรค่ะ ปล่อยให้เขามองไปแบบนั้น แล้วแต่เขาเลยค่ะ"
ให้กำลังใจกันอย่างไรบ้าง
ณัฏฐ์ "บางอย่างเราหาวิธีแก้ไขปัญหาไม่ได้ อย่างน้อยก็ปลอบ คำปลอบโยนอาจจะช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็ให้กำลังใจและมีกันและกัน ที่สำคัญเลยเรายังมีลูกตัวน้อยๆ"
จากเหตุการณ์ที่พ่อแม่เราไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลตอนคลอดลูก หลังจากนั้นได้มีโอกาสติดต่อกันอีกไหม
กุญแจซอล "(มองหน้าสามี) ไม่บอกดีกว่า (ยิ้ม)"
ช่วงที่มีข่าว ครอบครัวของฝ่ายชายค่อนข้างจะโดนสังคมโจมตีหนัก เราได้คุยหรือเคลียร์กันไหม
ณัฏฐ์ "ในครอบครัวก็คุยกันอยู่แล้ว แต่เรื่องพวกนี้ขอไม่มาพูดในที่นี้แล้วกันครับ"
กุญแจซอลเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับทางครอบครัวสามีใช่ไหม
กุญแจซอล "หนูเข้าได้ แต่ไม่ได้แน่ใจว่าป๊ากับม๊าจะเข้ากับหนูได้หรือเปล่า คือหนูไม่อยากพูดเข้าข้างตัวเอง แต่หนูว่าท่านก็เอ็นดูหนูนะ"
ณัฏฐ์ "พ่อกับแม่ผมก็เห็นกุญแจซอลเป็นเหมือนลูกสาวอีกคนหนึ่งครับ"
พอมีลูกแล้วทำให้ครอบครัวของเราเติมเต็มกันยังไงบ้าง
กุญแจซอล "อย่างล่าสุดที่หนูไปรับปริญญาแค่ครึ่งวัน หนูก็คิดถึงลูกแล้ว"
แต่วันนั้นพ่อแม่เราก็ไปรับปริญญาน้องสาวในวันเดียวกันและสถานที่เดียวกันด้วย
กุญแจซอล "หนูไม่ทราบเลยค่ะ ถามว่าน้อยใจไหม ไม่ค่ะ วันนั้นหนูเองก็รีบๆ อีกอย่างวันนั้นหนูก็ไม่ได้บอกแฟนคลับเลย คือมีคนรู้น้อยมาก เพราะหนูต้องรีบกลับไปให้นมลูก"
ดูเหมือนเราใจแข็ง ตัดขาดพ่อแม่โดยไม่สนใจ
กุญแจซอล "ขอไม่พูดแล้วกันค่ะ"
ณัฏฐ์ "ไม่ได้ตัดขาดครับ คำนี้มันดูรุนแรงไป"
พอเป็นแม่คนแล้วชีวิตเปลี่ยนไปไหม
กุญแจซอล "เปลี่ยนค่ะ มันถึงจุดที่ต้องกินข้าวไปด้วยให้นมลูกไปด้วย ต้องมานั่งเล่นกับลูก อาบน้ำให้ลูก"
วางแผนจะมีลูกคนที่สองตามมาไหม
กุญแจซอล "อันนี้ต้องถามสามีค่ะ"
ณัฏฐ์ "เดี๋ยวรอชมติดตามต่อไปครับ (ยิ้ม)"
หลังจากนี้จะจัดงานแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีไหม
ณัฏฐ์ "เรื่องการจัดงานคือผมกับกุญแจซอลเราแต่งงานกันไปแล้ว เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2560 ส่วนถ้าถามว่าเลี้ยงลูกยากไหม คนโบราณเขาบอกไว้ว่าอย่าทักว่าเลี้ยงยากหรือง่าย เอาเป็นว่าก็ชื่นใจครับ"
ในวันงานแต่งได้มีคำมั่นสัญญาอะไรให้กันไหม
กุญแจซอล "ไม่ค่ะ ไม่ได้สัญญา"
ณัฏฐ์ "เราสู้ด้วยกันมา ตอบได้แค่นี้"
ถ้าลูกโตขึ้นจะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ลูกฟังว่ายังไง
ณัฏฐ์ "ก็เคยคุยกันเรื่องนี้ วันหนึ่งน้องก็ต้องมีความคิดอ่าน มีความเป็นผู้ใหญ่ของเขา เราก็คงให้ข้อมูลได้ในระดับหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่เขาว่าน้องเขาจะรู้สึกยังไง"
กุญแจซอลจะกลับมาทำงานในวงการอีกไหม
กุญแจซอล "ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับมานะคะ ยังชอบอยู่ แต่ช่วงนี้ก็ยังดูลูกอยู่ ถ้าเป็นงานระยะสั้นก็ยังได้อยู่"
ตอนนี้ไม่มีสัญญากับทางช่อง7 แล้วใช่ไหม
กุญแจซอล "ใช่ค่ะ เป็นฟรีแลนซ์ ส่วนที่มีข่าวว่าพี่ณัฏฐ์พาไปฉีกสัญญาถึงช่องเลยนั้น ไม่ได้ฉีกค่ะ เราคุยกันด้วยดีค่ะ"
กลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะมีผลต่องานในวงการในอนาคตไหม
กุญแจซอล "ก็แล้วแต่ผู้จ้างงานเลยค่ะ ถ้าสบายใจก็จ้าง แต่หากไม่สบายใจก็ไม่เป็นไร"
ณัฏฐ์ "นี่คือสิ่งที่กุญแจซอลชอบ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นวิชาชีพของเขา เขาอยากทำ เพราะมันเป็นส่วนเติมเต็มในชีวิตเขาที่อยู่ในชีวิตเขามา 10 ปีแล้ว ซึ่งผมก็ไม่เคยห้ามเขา"
ตอนนี้ครอบครัวเรามีความสุขดีใช่ไหม
กุญแจซอล "ใช่ค่ะ (ยิ้ม)"



