
‘สายฟ้า-พายุ’ พรีเซนเตอร์โฆษณาที่อายุน้อยที่ได้ค่าตัวสูงสุด?
“ชมพู่” อารยา เอฮาร์เกต กังวลลูกออกงานอีเว้นท์ครั้งแรก อึกอักค่าตัว 15 ล้าน แจงรู้กันกับลูกค้าแต่เป็นราคาที่เหมาะสม
เรียกว่าเป็นซุปตาร์แม่ลูกอ่อนที่แฟนๆ ยังให้ความสนใจไม่ขาดสำหรับ “ชมพู่” อารยา เอฮาร์เกต ที่ล่าสุดยอมใจอ่อนให้ลูกแฝดซุปตาร์ตัวน้อยรับงานพรีเซ็นเตอร์ให้ผลิตภัณฑ์เบบี้เลิฟ โดยนักแสดงสาวได้กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้ให้พรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้ ในงาน “babylove Premium Launching” ที่ชั้น G เอ็มบาสซี่ ได้ความว่า
"ก็ตื่นเต้นเนอะเครียดคือลืมตัวเองไปเลย นึกถึงแต่ลูกว่าจะรอดไหม กับโฆษณาชิ้นนี้ วันที่ไปถ่ายมีโอกาสได้เห็นสตอรี่บอร์ดก็ชอบนะ เพราะว่าถือว่าฉีกกฏโฆษณาผ้าอ้อมเด็ก และรู้สึกว่ามันก็สะท้อนตัวตนของเรา มันโดน มันใช่ ในเมื่อเราเชื่อในสตอรี่บอร์ดและคนดูก็น่าจะเชื่อเหมือนกัน (ลูกให้ความร่วมมืออย่างไรบ้าง) ก็ถือว่าโอเคเลยนะ ทีมงานทุกคนก็บอกว่าถ่ายเด็กมาถือว่าเขาก็ใช้ได้ แต่ว่าเด็กก็ต้องมีเวลาให้เขานอน เวลาที่เขานอนทั้งกองก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องรอเขานอน ไม่อย่างนั้นเขาก็จะงอแง (มีแววเป็นนักแสดงเหมือนคุณแม่ไหม) อันนี้แววยังไม่ออก (หัวเราะ) ก็ต้องดูต่อไป ถามว่าเขากลัวกล้องไหม จริงๆ เขาก็ไม่ค่อยกลัวคนมากนะ แต่วันนี้ก็น่าจะเจอคนเยอะที่สุดแล้วล่ะ เราก็พยายามพาเขาไปเจอคนตลอดเวลา ก็ไม่อยากให้เขากลัวคน (เรากลัวอะไร) ด้วยความที่เราอยู่วงการนี้มาก่อน เราก็จะกลัวความลำบาก กลัวร้อนนิดหนึ่ง แต่ทีมงานและทางผู้กำกับก็น่ารัก เขาถ่ายเด็กก็ต้องเอาเด็กเป็นหลักอยู่แล้ว (ดูสีหน้าชมพู่มีกังวล) เราก็ไม่อยากให้ลูกร้อง (อัดนมอัดนอนเต็มที่) ก่อนมาเขาก็นอนไป 3 รอบแล้ว (มีบอกลูกไหมว่ามาออกงาน) เราก็บอกลูกว่าอย่าทำงามหน้านะลูก(หัวเราะ) เขาก็ปกติ เมื่อคืนเขาก็หลับ และตื่นตามเวลาเขาหลับมาเต็มที่" ชมพู่ กล่าว
เมื่อถามถึงอาการป่วยก่อนหน้านี้ ซึ่งนักแสดงสาวยอมรับว่า ใช่ "แม่ป่วยลูกก็ติดแม่ พี่เลี้ยงก็ติดลูก ยายก็ติดหลาน ก็เลยป่วยกันทั้งบ้าน แต่ตอนนี้ดีขึ้น เหลือแต่ชมที่ยังป่วย คนอื่นหายหมดแล้ว (จะเห็นน้องออกงานอีกไหม) ก็ต้องแล้วแต่ความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินค้ามันก็ต้องตรงกับไลฟ์สไตล์เราจริงๆ ถ้าเราไม่เชื่อคนดูจะเชื่อได้อย่างไร ชมว่าวิธีการสื่อสารของโฆษณาชุดนี้มันใช่เรา (เขาติดต่อมานานไหม) จริงๆ ก็คุยมาสักพักแล้ว แต่เราต้องรอลูกโตก่อน ตอนที่ถ่ายเขาอายุประมาณ 4-5 เดือนเท่านั้น ซึ่งเด็กอายุขนาดนี้ยังคลานไม่ได้ ยังนั่งไม่ได้ เขาก็จะมีข้อจำกัดของเขา ก็จะได้ประมาณหนึ่ง (สามีมีส่วนในการตัดสินใจรับงานไหม) เขาแล้วแต่เรา (เรื่องค่าตัวเท่าไหร่) เอาเป็นว่าเหมาะสมดีกว่า (มีข่าวว่า 15 ล้าน) เอาเป็นว่ารู้กันระหว่างเรากับลูกค้าละกัน แต่ก็เป็นอะไรที่เหมาะสมแหละ ส่วนค่าตัวที่ได้วันที่ถ่ายงานไม่ถึงกับชิล และลูกต้องมาเอาท์ดอก็ให้เขาหมด (เราต้องเก็บเรื่องนี้ไปบอกเขาไหม) จริงๆ เราก็อยู่ในยุคที่เราเก็บเรื่องราวเหล่านี้ได้ง่ายพอสมควร มันมีไฟล์ที่เก็บได้ คิดว่ามันคงเป็นอะไรที่มีคุณค่าทางจิตใจเมื่อเขาโตขึ้น (มีคนติดต่องานให้น้องไหม) มีคุยๆ บ้าง แต่ไม่ถึงกับเยอะมาก ชมคิดว่าเอากลางๆ ดีกว่า ให้เขาเติบโตตามวัยเขาดีกว่า งานที่ทำวันสองวันจบ (อีเว้นท์จะมีอีกไหม) ตัวแม่ยังไม่ค่อยออกอีเว้นท์เลยขอลูกก็คงจะลักษณะเดียวกัน ส่วนใหญ่ก็ไปงานลูกค้า คือเรากำหนดมาตราฐานรับงานประมาณนี้ ถ้าไม่ใช่งานลูกค้าก็ไม่น่าได้เจอเราตามอีเว้นท์” ชมพู่กล่าวปิดท้าย



