
อินละครจัดทำหมู"เลือดออก
หมู ดิลก ทองวัฒนา กระเบื้องบาดเท้าเย็บ 11 เข็ม ยันอินการแสดง เปรยรู้สึกดีที่วันนี้มีงาน
ช่วงนี้ดาราเจ็บตัวกันบ่อย ล่าสุดดารารุ่นใหญ่อย่าง “หมู” ดิลก ก็เพิ่งเจ็บ เพราะเศษกระเบื้องบาดเท้าขณะถ่ายทำละครเรื่อง ทัดดาวบุษยา เมื่อมาเจอในกองละครเรื่องดังกล่าว ที่ท่าแพร จ.เชียงใหม่ เลยถามไถ่อาการกันสักหน่อย ซึ่งเล่าว่าเกิดอุบัติเหตุเมื่อวันเสาร์ (3 ต.ค.) ที่ผ่านมา
“ในเรื่องอยากเอาชนะใจต่อง (สาวิตรี สามิภักดิ์) ก็เลยมาพิสูจน์ตัวเองโดยการทำตัวจนๆ ก็ไปช่วยเขาล้างจาน แล้วตามฉากต้องทำจานแตก จริงๆ ทีมงานก็อยากให้ใส่รองเท้าเข้าฉาก ส่วนเราก็อยากให้ละครสมจริง เลยไม่ยอมใส่ เพราะคิดว่าคนอยู่ในบ้านใส่รองเท้าทำกับข้าว ล้างจานมันดูตลก เลยไม่ยอมใส่ ทีนี้ตอนทำจานแตก เศษกระเบื้องเกิดสไลต์หล่นอยู่ใต้เท้า พอดีกับจังหวะที่เราเซล้ม เศษจากกระเบื้องก็เลยบาดที่เท้า" หมูเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
อาดิลกยังเล่าอีก ว่ากว่าจะถ่ายจบซีน ก็ตอนบ่ายสามถึงบ่ายสี่โมงแล้ว ทีมงานก็รีบพาโรงพยาบาลล้านนา ที่เชียงใหม่ ตอนนั้นรู้ว่าต้องเย็บ เพราะเลือดไหลไม่หยุด ขนาดประสบอุบัติเหตุนิดหน่อยยังเจ็บขนาดนี้ เลยได้คิด ว่าคนที่ประสบอุบัติเหตุหนักๆ นี่จะเจ็บขนาดไหน
“เย็บไป 11 เข็ม พอกลับมา เราก็ห่วงงาน เข้าฉากต่อ คือตอนนั้นยาชายังออกฤทธิ์อยู่ เราก็เดินทำโน่นทำนี่ พอสองทุ่มหมดฤทธิ์ยา เรารู้สึกเลยว่ามันเจ็บมาก ก็กลับไปหาหมอใหม่ หมอก็ให้ยาแก้ปวดมา เราก็ทานแล้วพักที่โรงแรม ซึ่งเรารู้ว่าฤทธิ์ยาเอาไม่อยู่ มันนอนไม่หลับ ท้ายสุดต้องกลับไปหาหมออีกครั้งเพื่อฉีดมอร์ฟีนระงับอาการปวด"
นักแสดงรุ่นใหญ่ ยังกล่าวด้วย ว่าทำให้กองถ่ายต้องหยุดไปหนึ่งวัน รวมทั้งต้องเปลี่ยนตารางการทำงาน ในการถ่ายทำทั้งหมด โดยย้ายซีนยากๆ ไปก่อน เอาซีนที่ไม่ต้องเดินมากมาถ่ายก่อน เพราะในเรื่องเป็นคนเจ้าอารมณ์จะนิ่งๆ ก็ไม่ได้ ต้องแสดงออกด้วยท่าทางเยอะๆ
"ตอนนี้ก็ต้องล้างแผลทุกวัน หมอบอกว่าอีก 2 อาทิตย์ก็ตัดไหมได้ ตอนนี้มันกระเทือนงานอื่นๆ เพราะกลับไป ก็ต้องไปเล่นละครต่อ ตอนนี้มีโทรศัพท์มาถามกันใหญ่ว่าเป็นอย่างไรบ้างทั้งห่วงเรา และห่วงงานเขาด้วยแหละ เพราะตอนนี้นอกจากละคร "ทัดดาวบุษยา" แล้ว ยังมีงานถ่ายละครอีก 4-5 เรื่อง มีสู้ยิบตา เลื่อมพรายลายรัก เหลี่ยมรัก และยังมีเรื่องคุณนายสามสลึง ที่เพิ่งเปิดกล้องไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตอนนี้ก็รู้สึกดีที่วันนี้ยังมีงานเพราะนักแสดงต่อให้มีงานเยอะขนาดไหนปีหน้าจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครรู้” ดิลกกล่าวปิดท้าย



