
'ปู'รับละคร'บางกอกนฤมิต'ชี้ชะตาการแสดง(คลิป)
"ปู"ไปรยา ลุนด์เบิร์ก แจงคิวลงตัวกับละครช่องวัน ไม่หวั่นถูกมองว่าเสียบแทน"พลอย"เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์
สร้างความฮือฮาไม่น้อย สำหรับละครเรื่อง "บางกอกนฤมิต" ของทางช่องวันที่ก่อนหน้าประกาศว่าได้สาว "พลอย"เฌอมาลย์ มาแสดงแต่ล่าสุดนางเอกสาวถอนตัว จนในที่สุดบทเด่นนี้ตกเป็นของ "ปู"ไปรยา นางเอกสาวที่เพิ่งหมดสัญญากับวิกหมอชิตมาหมาดๆ งานนี้เมื่อพบสาว"ปู"ไปรยา ในพิธีบวงสรวงละครเรื่องดังกล่าวจึงต้องถามไถ่ได้ความว่า
"จริงๆ ได้มีการพูดคุยกันเอาจริงๆนะคิว ตรงคิวถ่ายทำของปูน่าจะถ่ายทำ 45 คิวทั้งหมด แล้วก็มีการบินไปไปมามาอยู่ที่นู่น 2 สัปดาห์กลับมาถ่ายที่ประเทศไทยอีก 2 น่าจะปิดกล้องได้ภายใน 4 - 5 เดือน จริงๆ ดีใจที่ได้รับละครที่บทประพันธ์ดีเป็นครั้งแรกที่ได้เล่นละครที่ คุณพงศกร เป็นคนประพันธ์ เรื่องนี้บทบาทของมาลัยวรรณคือจริงๆ ปูถือว่าอยู่ในวัยที่จะมารับบทแบบนี้มานานแล้ว ได้เล่นเป็นตัวละครที่ร้ายและขนาดเดียวกันก็มีที่มาที่ไป และปูมารับบทบาทที่จะทำให้ปูรู้สึกว่าต้องพยายามมากและปูก็อยากให้มันออกมาดี แต่ว่าปูโชคดีค่ะปูดีใจ"
ทำการบ้านกับเรื่องนี้ขนาดไหน
"ที่บินกลับไปนิวยอร์กครั้งนี้ปูไปเรียนการแสดงคอร์สเข้มข้นมีเรียนทุกวันก็ดีน (ทำไมถึงเลือกเรียนการแสดงที่โน่น)ที่ประเทศไทยก็เรียน ตอนช่องวันติดต่อมาสิ่งแรกที่ปูขอก็คือปูขอให้มีครูวอยซ์ และก็มีครูการแสดงประกบทุกฉาก จะไม่เดินเข้าฉากโดยที่ไม่มีครูการแสดงซึ่งใช้ทั้งสองอย่างเลยใช้ครูที่ประเทศไทยและครูที่นิวยอร์กด้วย "
เป็นการเพิ่มความมั่นใจ
"เพราะว่าเราโตมากับละครและเรามีทุกวันนี้เพราะละครแต่สิ่งเดียวที่ปูรู้สึกว่าผูกขาดคือปูไม่เคยมองว่ามันเป็นศิลปะแต่มองว่ามันคืองาน อีกอย่างเราก็เริ่มอยู่ในวัยที่อย่างที่บอกทำไมถึงกลับมารับก็เพราะว่าคิวมันไม่ได้เยอะมากที่ปูจะรู้สึกแน่นจนจัดตารางไม่ได้คิวมันลงตัวมันสั้นมันเป็นโอกาสที่ปูได้มารับละครที่พออ่านบทรู้สึกว่าอ่านแล้วชอบก็เลยลองดูอีกครั้งหนึ่ง"
ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าวางพลอยเอาไว้แล้วเรามาเสียบแทนเรารู้เรื่องนี้มาก่อนไหม
"จริงๆมันไม่มีคำว่าเสียบแทนเพราะว่าการทำงานอาชีพนี้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าเขาจะเล่นหรือไม่เล่น มีการเปลี่ยนแปลงได้บอกว่าสมมุติถ้าปูไม่ได้รับงานนี้และมีคนอ่านมากขึ้นมาแทนปูมันไม่ได้มันไม่เรียกว่าเสียบแต่มันเรียกว่าเขาอาจจะมีโอกาสที่เขาชอบมากกว่าหรือเหมาะกับตัวเขามากกว่า อันนี้มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา(ไม่ได้มองว่าเรามาแทนใคร) ไม่มีทางปูรักพี่พลอยมากเลยบอกเลยเขาเป็นหนึ่งในเพื่อนของปู แล้ววิธีที่ะพูดก็ต้องระวังนิดนึง ปูเข้าใจว่าบางครั้งคนจะมองว่าคนเรามาแทนมันเป็นประเด็นดราม่าได้ แต่มันไม่มีคำว่าแทนเขาได้ทุกบทบาทมันก็มีตัวเลือกหลายคนหรือว่าคนนี้คิวไม่ตรงเขาก็ต้องหาคนอื่นมาเล่น"
แสดงว่าคิวของปูแน่นเหมือนกัน
"คิวแน่นมากเพราะว่าเดี๋ยวถ่ายอีก 3 วันก็ต้องบินไปอเมริกา 8 วันแล้วเดี๋ยวก็ต้องกลับมาประเทศไทยอยู่ที่นี่อีก 10 วันต้องบินกลับไปใหม่ ไปบินมาค่ะ"
แล้วถ้ามีคิวแทรกขึ้นมาล่ะ
"ไม่เป็นไรคุยกันได้ ปูไปรยานะพี่เงินก็ต้องใช้ คือมันไม่ได้เยอะขนาดนั้นคือคนมันจะมองว่าทำไมคนเราต้องสตริกเรื่องคิว จะได้ไม่ต้องมีข่าวออกมาทีหลังว่าเราไม่ได้สื่อสารกับกองละครตั้งแต่ต้น อันนี้คือชีวิตของเราวิถีชีวิตของเราเป็นแบบนี้การที่เราจะร่วมงานกันมันก็เหมือนกับเรามาเป็นครอบครัวกันมันก็ต้องมีการพูดคุยกันตรงๆตั้งแต่ต้นว่าปูมีลิมิต ตรงไหนโอเคกับอะไรแล้วก็คุยกับปูลงตัวปุ๊บเพราะเขาขออะไรเพิ่มแล้วก็ต้องให้ เพราะมันก็คือผลงานของเรา เราไม่ซีเรียสพี่
เคาะสนิมไหมเพราะห่างจากละครไปถึง 3 ปี
"ปูรู้สึกว่าปูเกร็งเหมือนกันนะ ไม่ใช่ไม่เกร็ง อย่างที่บอกมันอาจจะเป็นหนึ่งในสองเรื่องสุดท้ายที่ผู้รับแล้วเลยบอกว่าที่กลับมาเคาะคืออยากจะเล่นให้มันเต็มที่ถ้ามันทำให้คนชื่นชมและติดตามแค่นี้ปูก็ภาคภูมิใจแล้ว เพราะปูก็มีโครงการอื่นๆ ที่ใฝ่ฝันอยากทำต่อ นอกเหนือจากละคร "
แสดงว่าจะรีไทร์จากละครไปทำอย่างอื่น
"อย่างที่บอกงานที่เมืองนอกปูหนักและการที่ผู้รับละครที่นี่ทำให้ปูรับงานที่เมืองนอกไม่ได้แต่ว่าปูห่างหายจากการเล่นละครไปนานเลยอย่ากลับมารับละครเรื่องที่คิวลงตัว ใน 6 เดือนแรกแต่ว่าหลังจาก 6 เดือนแรกผ่านไปก็จะกลับไปรับงานที่ต่างประเทศ กลับไปแคสหนังทำงานที่นั่นเหมือนเดิม"
เป็นปีสุดท้ายที่จะได้เห็นปูในงานละครหรือเปล่า
"ดูเรื่องนี้ก่อนว่าชอบไหมถ้าชอบแล้วคนชอบจริงๆอย่างที่บอกเรามีตารางงานเมืองนอกว่าถ้าถึงจุดหนึ่งถ้ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเราก็จะกลับมารับแต่ถ้ามันไม่ใช่ก็ขอไปทำตามความฝันต่อไป แล้วที่ต้องบินไปมาเพราะเราก็ยังมีการทำงานกับเอเจนซี่ที่ต่างประเทศอยู่ถ้าปูไม่อยู่กับงานที่โน่น เขาจะสามารถบอกได้ว่าถ้าไม่สะดวกทำงานที่ต่างประเทศก็ไม่ต้องทำเราก็เลยต้องบินไปบินมาแต่ว่าเราชอบเราไม่มีปัญหาเรารู้สึกว่าทุกครั้งที่มีงานเรารู้สึกว่าเราโชคดี อย่างที่บอกปูไปยาเมื่อ 6 ปีที่แล้วโฆษณาตัวนึงปูยังไม่มีเลยค่ะเราเคยอยู่ในจุดที่มันไม่ใช่จุดนี้เลยบอกว่าตราบใดที่มีงาน ตราบใดที่ดินไหวตราบใดที่เขายังอยากได้เราอยู่แล้วก็ทำทำไปเถอะพี่อย่าคิดอะไรมาก"
ตอนนั้นงานที่นั่นเยอะขนาดไหน
"ในระดับหนึ่งไม่เยอะมากแต่ประเด็นคือการแข่งขันมันสูงอย่างที่บอกเราก็เพิ่งเริ่มเรียนการแสดงแต่ว่าเราชอบนะจริงๆเรามีความสุขเราได้ลดทิฐิในแต่ละเรื่อง เราก็การสู้เพื่ออาชีพตัวเอง ในเชิงศิลปะแต่ไม่ได้สู้เพื่อให้ได้โฆษณา มันเป็นความรู้สึกที่ต่างกันนะ ที่นี่ปูเล่นปูอยากได้กระแสมันเป็นจิตใต้สำนึกของเราที่อยากได้กระแสถึงได้เล่นแต่กลับที่ต่างประเทศเราไม่ได้เป็นปูไปรยาปูเป็นใครก็ไม่รู้แล้วมันสู้ด้วยความสามารถจริงๆ เราก็รู้ว่าในด้านนางแบบเราได้แต่ว่าในด้านการแสดงเราจะไปสู้คนที่เขาเรียนมาเป็น 10 ปีมันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ว่ามันเป็นบทเรียนที่มีค่ามาก เลยบอกว่าไม่อยากจะแลกกับอะไรเลยการที่ปูไปเริ่มสูญที่โน่นมันทำให้ปูรู้สึกว่าปูเป็นคนโชคดีมาก"
คาดหวังกับผลงานเรื่องนี้ยังไงบ้าง
"คาดหวังมาก คาดหวังมากๆจริงๆ ไม่ได้คาดหวังกระแสนะ แต่คาดหวังเรื่องเดียวว่าเป็นเรื่องที่คนจะบอกว่าปูเล่นแล้วเขาชอบ ขอสักเรื่องหนึ่งตั้งแต่เด็กจนโตขอเรื่องนี้แหละที่คนบอกว่าเราเล่นแล้วติดชอบ ขอแค่นี้เลย"
เรียกว่ามันเป็นปมของปูในเรื่องการแสดง
"ปูว่ามันไม่เชิงปม ปูเซ็นกับสังกัดบ้านเกิดตอนปูอายุ 13 ตอนนั้นปูเรียนรู้ภาษาไทยกับกองถ่าย เรียนรู้การแสดงกับกองถ่าย และมีทุกวันนี้ก็เพราะกองถ่าย แต่เด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้ใฝ่ฝันจะเป็นนักแสดงมาเล่นละครยังไงมันก็ไม่ได้เล่นดีอยู่แล้วเพราะนั่นไม่ใช่ความฝันของเขา แต่พอปูโตขึ้นนี่แหละคือความฝันของปู ปูรู้แล้วว่านี่คือสิ่งที่ปูชอบ ปูรู้ว่านี่คือสิ่งที่ปูต้องการให้คนเห็นความสามารถของปูในด้านนี้ ก็เลยขอเรื่องนี้เป็นเรื่องเดิมพันว่าจะพยายามทำให้เห็นว่าปู ไปรยาทำอะไรแล้วไม่ถอย"
ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ตั้งใจไม่สุดกับงาน
"ไม่ใช่ว่าไม่ตั้งใจไม่สุดแต่เด็กที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยตั้งแต่อายุ 14 จนอายุ 28 แล้ว ชีวิตอยู่กับกองถ่ายจริงๆ ที่ปูห่างหายไป 3 ปีเพราะปูรู้สึกว่าต้องรีเซ็ทใหม่ถามใจตัวเองว่าชอบเป็นนักแสดงหรือเปล่า แล้วเมื่อไหร่ที่ชอบกลับมาเล่นแล้วครั้งนี้หลังจากเรียนการแสดง หลังจากไปสู้ที่เมืองนอก ปูก็คุยกับคุณแมท(แมทธิว บราก) คุยกันค่อนข้างลึกซึ้งว่าในชีวิตปูอะไรทำให้ปูเครียดมาโดยตลอด เขาก็เลยบอกว่าอยากให้ปูกลับมารับเรื่องนี้ ถ้าจะเป็นเรื่องหนึ่งในเรื่องสุดท้ายหรือสองเรื่องสุดท้าย ขอให้ปูตั้งใจเล่นให้ดีที่สุดและปูจะได้มองกลับไปคำว่านักแสดงยังใช้กับปู ไปรยาได้อยู่เราไม่ใช่แค่เป็นดารา"
ได้คุยกับผู้จัดผู้กำกับว่ายังไงเพราะเป็นละครความหวังของปู
"คุยนะ ตอนที่เขาส่งบทมามีช่วยกันแก้ ปูอ่านกันมาหลายรอบ ปูชอบนิยายเรื่องนี้มาก บท มาลัยวรรณ ปูชอบตัวละครตัวนี้เขาร้ายนะ ปูเคยเป็นเหมือนเขา คนที่ไม่เข้าใจ พยายามเท่าไหร่ทำไมไม่ได้ทำไมคนที่สวยกว่า ดีกว่าเขาได้ ทำไมฉันต้องสู้ ทำไมฉันต้องพยายาม ทำไมโอกาสฉันไม่มาสักทีแล้วเมื่อมันมาแล้ว ทำไมมันหายไปได้ทันที การกระทำของเขาในหลายเรื่องมันเป็นสิ่งที่ปูผ่านมาในชีวิตมา 4-5 ปี พอเรามีความเข้าใจว่าคนมีทั้งคนดีและไม่ดี แล้วเจตนาของเขาทำไมดีหรือไม่ดีมันทำให้ปูอยากเล่นเรื่องนี้มาก ไหนจะทำเสน่ห์โน่นนี่ เราเข้าใจนาง"
เสียดายไหมที่เราให้คำตอบกับตัวเองช้าไปหน่อยในเรื่องของการแสดงว่าเราชอบการแสดงจริงๆ
"ไม่เคยเสียดายเพราะมันพูดยาก เวลาตอนเด็กๆทั้งเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยดูแลครอบครัวไปด้วยส่งตัวเองเรียนด้วย ความรับผิดชอบมันสูงเลยบอกว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับคิดช้าหรอก คนที่ไม่ได้อยู่ในจุดๆปูไม่เข้าใจหรอกว่าการเป็นนักแสดงหรือการเป็นดารามันมาพร้อมกับสิ่งที่เสียสละไปเยอะมากรวมถึงวัยเด็กเลยถึงบอกว่ามันพูดยาก บ้านเกิดปูดูแลและประคองปูจนปูมีทุกวันนี้เลยบอกว่าปูขอบคุณนะที่ปูคิดได้วันนี้เพราะว่าบ้านเกิดปู"
มารับละครเรื่องนี้ทำให้อยู่เมืองไทยยาว?
"ก็ไปๆมาๆ(ถ้าไม่ได้ตามที่เราคาดหวังจะไปอยู่เมืองนอกไหม)ไม่ๆ เราจะมาโทษประเทศไทยเพราะว่าเราเล่นไม่เก่งมันใช่เรื่องมั้ย ถ้าเล่นไม่ดีก็คือความผิดตัวเองสิคะ นี่ก็คือบ้านเกิดหนู ที่อยากกลับมาเล่นคือคุยกับแมทและแมทบอกว่าสุดท้ายอาชีพเธอเป็นอะไร เป็นนักแสดงงั้นก็เธอก็ควรทำให้อาชีพนี้ภาคภูมิใจก็กลับมาเล่น ปูอยากทำให้เขาภูมิใจอยากทำให้ตัวเองภูมิใจ"
เข้าฉากไปแล้วเป็นยังไงบ้าง
ดีนะ เป็นครั้งแรกที่ร้าย ร้ายเหลือเกิน ชอบประทับใจ มีความสุข "
ที่ต่างประเทศมีงานไหม
"ก็มีหนังที่ต่างประเทศที่รับไม่ได้เพราะตัดสินใจได้ละครเรื่องนี้อีกแต่ก็เป็นการตัดสินใจที่ปู คิดแล้วว่าปูเลือกละคร เพราะปูมั่นใจ ว่าอย่างน้อยที่นี่ก็คือพื้นฐานของปูสร้างฐานให้แข็งก่อนแล้วค่อยไปสู้ต่อที่นู่น ถ้าเราห่างหายไปจากจอทีวีมากเกินไป คิดว่าแค่กระแสงานเมืองนอกปู มันเอาไม่อยู่ยังไงก็ต้องกลับมารับงานที่นี่ คิดเรื่องนี้มาเยอะนะ"
ก่อนหน้านี้มีนักแสดงช่อง 7 ที่หลังจากหมดสัญญาแล้วก็ถูกแท็กภาพสตอเบอรี่ หนึ่งในนั้นมีชื่อเราด้วยรู้สึกยังไงบ้าง
"ชีวิตมันสั้นนะ เอาง่ายๆปูผ่านขาวผ่านเรื่องราวอะไรมาเยอะมากในชีวิต เราผ่านในจุดที่คนด่ามาแล้วคนชอบก็แล้วมันคือสัจธรรม เราอย่าลืมว่า ในวันหนึ่งเราอาจจะเป็นคนที่ทุกคนรักแต่ว่าในวันหนึ่งเราก็เป็นคนที่ทุกคนไม่ชอบมันอยู่ที่การกระทำและนิสัยของเรา แต่ว่ามันก็ต้องอยู่ที่เราเราต้องคิดดีทำดีเราไม่สามารถทําให้ทุกคนมารักเราได้ แต่เราเชื่อนะว่าทุกคนมีเหตุผลของเขา ทุกคน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็นมันก็คือสิทธิ์ของเขาแต่ว่าเราก็มีสิทธิ์ที่จะมีความเมตตากับเขามีสิทธิ์ที่จะเข้าใจเขา อันนั้นคือสิ่งที่เราต้องอย่าลืมว่าเราคือบุคคลของประชาชน อาชีพนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสังคม เราจงอย่าว่าเขาถ้าเขามีความคิดเห็นเกี่ยวกับชีวิตของเรา เราจงรับและปรับปรุงตัวเราเอง"
ตอนนี้มีอะไรมาทำอะไรโปรดได้รึเปล่า
"ชีวิตนี้หรอเราเจอมาเยอะแล้วนะ อย่างที่บอกชีวิตของเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ถ้ามันโรยด้วยกลีบกุหลาบจริงๆเราคงไม่ต้องมาเป็นแบบนี้ เราชิวมากค่ะไม่เป็นไร" ปู กล่าว



