บันเทิง

"หนุ่ม" ปั้นฝันให้คุณหนูอีกครั้ง
ใน "เดอะ เทรนเนอร์ ซีนีเพล็กซ์ คอนเสิร์ต"

"หนุ่ม" ปั้นฝันให้คุณหนูอีกครั้ง ใน "เดอะ เทรนเนอร์ ซีนีเพล็กซ์ คอนเสิร์ต"

06 ต.ค. 2552

สร้างความประทับใจให้คนดูมาแล้วรอบหนึ่ง ในเรียลิตี้ "เดอะ เทรนเนอร์ ปั้น ฝัน สนั่นเวที" วันนี้เหล่าหนูน้อยจากเวทีนี้จะกลับมาสร้างความประทับใจอีกครังกับ ร้อง เล่น เต้น คุย ตะลุยแผ่นฟิล์ม "เดอะ เทรนเนอร์ ซีนีเพล็กซ์ อิน คอนเสิร์ต (The trainer Cineplex in con

  โดยนอกจากหนูน้อยทั้ง 7 คน อันได้แก่ "ไอซ์" ด.ช.เอกบุรุษ โสภณ "พอตเตอร์" ด.ช.สิรวิชญ์ พูลเขตร์กิจ "แจน" ด.ญ.ครองขวัญ มงคล "ข้าวปั้น" ด.ช.ธีธัช รัตนศรีทัย "วันใส" ด.ญ.กัญปภัส ฤดีขจรไชย "ดี" ด.ญ.ดีลิเรียล อัลฟอร์ด และ "พอลลีน" ด.ญ.พร วัฒโนดม แล้ว ในครั้งนี้ยังได้เหล่าเทรนเนอร์ทั้ง 5 "บอย" พิษณุ นิ่มสกุล "ก้อง" ปิยะ เศวตพิกุล โซเฟีย ลา "อิม" อชิตะ ธนาศาสตนันท์ และ "กอล์ฟ" เบญจพล เชยอรุณ มาร่วมโชว์

 "หนุ่ม" กิติกร เพ็ญโรจน์ ผู้บริหารแฮฟเอกู๊ดดรีม บริษัทปั้นฝันของหนูน้อย เผยว่าด้วยความเชื่อที่ว่าเด็กไทยมีความสามารถน่าจะสร้างโชว์ให้มีความสุขได้ไม่แพ้ผู้ใหญ่ บวกกับที่ผ่านมาทีมงานได้เห็นศักยภาพของเด็กๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การร้องเพลง แต่ยังมีความสามารถในด้านการแสดงด้วย จึงคิดว่าน่าจะนำความสามารถทั้งสองมาบวกกัน โชว์นี้จึงเกิดขึ้น

 "วันนั้นนอกจากจะได้เห็นความสามารถในการแสดงและร้องเพลงของน้องๆ แต่ละคน ซึ่งมีคาแรกเตอร์ชัดเจนที่จะมาโชว์ร่วมกับเหล่าเทรนเนอร์ ยังจะมีแขกรับเชิญพิเศษที่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นใครอีกด้วย

 ในส่วนของโชว์จะแบ่งเป็นช่วงของภาคดนตรีและช่วงทอล์กโชว์ โดยส่วนของทอล์กโชว์จะมีเหล่าเทรนเนอร์เป็นตัวหลัก ก่อนที่จะส่งเข้าช่วงของภาคดนตรี จะมีน้องๆ มาร้องเป็นหลัก เพลงที่นำมาร้องก็จะรวบรวมมาจากหนังที่ทุกคนจำได้ ไม่ว่าจะเป็น โกสท์, ชัตเตอร์, เดอะ ซาวด์ ออฟ มิวสิค, แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฯลฯ"

 ถามว่าทำไมทิ้งช่วงไปหลังรายการจบไปนานถึง 5 เดือนกว่าจะลุกขึ้นมาจัดคอนเสิร์ตใหญ่ ผู้บริหารคนเดิมตอบว่าเป็นเพราะเด็กแต่ละคนติดเรียนหนังสือ หากจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ต้องมีเวลาให้กับการซ้อม จึงจำเป็นต้องรอให้ถึงช่วงปิดเทอมก็คือช่วงนี้

 "เรื่องว่ารายการจบไปนาน กระแสซาแล้ว จะมีผลกับคอนเสิร์ตหรือไม่ ผมว่าก็คงมีบ้าง เพราะถ้าตอนนั้นเราทำเลยกระแสก็คงจะแรงกว่า แต่ผมก็เชื่อว่าน้องๆ เขายังได้รับการต้อนรับอย่างต่อเนื่อง เพราะเรามีข้อมูลคนดูอยู่ อีกทั้งเราได้มีการสำรวจความเห็นมาแล้วด้วยว่าคนดูยังอยากให้น้องๆ ได้ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตใหญ่"

 ถามต่อถึงธันเดอร์โดม สถานที่จัดโชว์ ซึ่งมีความจุถึง 5,000 คน ว่าจะใหญ่ไปหรือไม่ สำหรับโชว์ของเด็ก "หนุ่ม" กิติกร อธิบายว่า

 "ผมว่าขึ้นอยู่กับโชว์ว่าจะเป็นลักษณะไหน ผมยังยืนยันว่าเด็กต้องมีเวที และไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเวทีเล็ก ยิ่งน้องๆ เขาได้มีโอกาสมาอยู่ในรายการเดอะ เทรนเนอร์ ซึ่งได้การตอบรับอย่างดีระดับหนึ่ง เขายิ่งน่าจะมีโอกาสได้ขึ้นเวทีใหญ่ ที่สำคัญคอนเสิร์ตนี้ไม่ได้เป็นคอนเสิร์ตเด็กอย่างเดียว เป็นการผสมระหว่างคอนเสิร์ตและทอล์กโชว์ เช่นเดียวกับรายการเดอะ เทรนเนอร์ ซึ่งผมก็ย้ำตลอดว่าไม่ใช่รายการเด็ก เป็นเรียลิตี้ผู้ใหญ่ นำเสนอเรื่องของเทรนเนอร์ว่าเขามีวิธีการอย่างไรที่จะสอนน้องๆ ให้เป็นมืออาชีพ"

 หนุ่มยังย้ำด้วยว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้กลุ่มคนดูไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นเด็ก แต่จะกว้างมาก เป็นลักษณะกลุ่มครอบครัวมาดูด้วยกัน ส่วนเรื่องที่ว่าเหตุใดจึงไม่มีชื่อของเทรนเนอร์ "พอล" ภัทรพล ศิลปาจารย์ และ "ตอง" ภครมัย โปตระนันทน์ เพราะต้องดูคิวงานอีกครั้งว่าทั้งคู่มีเวลาที่ว่างพอจะมาซ้อมหรือไม่ อีกทั้งขึ้นอยู่กับเนื้อหาของโชว์ด้วยว่าเหมาะสมกับใคร เรื่องค่าตัวก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ผิดใจหรือทะเลาะกัน สำหรับอัลบั้มเพลงของน้องๆ ก็จะออกวางแผงในเดือนพฤศจิกายนเช่นกัน

 เมื่อถามถึงรายการเดอะ เทรนเนอร์ ซีซั่น 2 "หนุ่ม" กิติกร กล่าวว่า คาดว่าจะเริ่มต้นในเดือนเมษายน-พฤษภาคม โดยรูปแบบจะใกล้เคียงเดิม เพียงแต่อาจจะมีการขยายสัปดาห์ในการออกอากาศให้มากขึ้น เพิ่มการถ่ายทอดสดในช่วงของการโชว์ ซึ่งก่อนหน้านี้จะใช้วิธีบันทึกเทป

 "ตลาดเด็กรายการลักษณะนี้ยังไม่มีคู่แข่ง ศิลปินที่เป็นเด็กก็ยังไม่ค่อยมี ที่ผ่านมาเรตติ้งเราชนะรายการเรียลิตี้ผู้ใหญ่ที่เกิดมาหลายปี เราเองในฐานะบริษัทบริหารจัดการศิลปิน น้องๆ จากรายการเดอะ เทรนเนอร์ ไม่ว่าจะซีซั่นนี้ หรือซีซั่นต่อๆ ไป เราจะเป็นตัวกลางในการสร้างชิ้นงานให้น้องๆ ซึ่งน้องๆ จะเซ็นสัญญาอยู่กับเรา 5 ปีด้วยกัน" หนุ่มกล่าวทิ้งท้าย