บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - โลกร้อน เย็นธรรม

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - โลกร้อน เย็นธรรม

06 ต.ค. 2552

ผมได้รับหนังสือ “โลกร้อน เย็นธรรม” จัดทำตามโครงการ ที่ร่วมกันระหว่าง กลุ่มจิตรกรไทย สมาคมสร้างสรรค์ไทย จากมือของ สมภพ บุตราช ผู้ประสานงานกลุ่มจิตรกรไทย

  ได้อ่านบทความของ พระไพศาล วิสาโล สารจากคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย เรื่องเล่าของหลวงพ่อคำเขียน ได้รับทราบกิจกรรม เห็นภาพการร่วมมือร่วมใจของเหล่าจิตรกรไทย ที่ “ลงพื้นที่” ภูแลนคา ภูหลง ลำปะทาว จากนั้นศิลปินแต่ละท่านก็ได้สร้างงานจิตรกรรมตามหัวข้อ “โลกร้อน เย็นธรรม” (โครงการปี ๒๕๕๑)

 มีศิลปินรับเชิญหลายท่าน ทุกรุ่น ทุกระดับ ผมเองแม้เรียนจบมาทางจิตรกรรม (จาก ร.ร.เพาะช่าง) โดยตรง แต่ก็ได้หันเหมาทางสายวรรณกรรมเสียเต็มตัวเต็มใจ ห่างเหินการเขียนภาพมาจน “มือขึ้นสนิม” ก็ได้แต่หวังว่าเวลาที่เหลือในชีวิตจะหันมาทุ่มเทให้งานจิตรกรรมที่ตนรัก

 ที่บ้านของผม “กระท่อมเกี่ยวก้อย” เป็นสถานที่พำนักอันสุขสงบตลอดมา แต่เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องคิดทบทวนถึงเรื่องจิตใจตนเอง คือ มีนกพิราบตัวหนึ่งมาทำรังอยู่ที่ชายคาหน้าจั่วบ้าน นกพิราบเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป มันจะอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ และมีนิสัยขี้เกียจทำรัง มันจึงเที่ยวหาที่อยู่ตามชายคาบ้านเรือนมนุษย์ โดยเฉพาะตามวัดวาอารามชายคาโบสถ์ วิหาร ที่แต่ละวัดต้องหาวิธีป้องกัน บางทีอาจถึงกับต้อง “กำจัด” กันเลยทีเดียว

 โบสถ์ วิหารที่สร้างขึ้นในระยะหลังนี้ ก็มักจะต้องติดตาข่ายลวดคลุมทั่วบริเวณหน้าบันอุโบสถที่มีลายปูนปั้นนูนสูง คลุมทั่วซุ้มประตูหน้าต่าง ทำให้สถาปัตยกรรมถูกบั่นทอนความงดงามลงไป แม้จะพยายามทำให้ดูกลมกลืนแล้วก็ตาม ทราบมาว่าทางวัดต้องเสียเงินนับแสนบาทสำหรับการติดตาข่ายป้องกันนกพิราบนี้

 ผมคิดเล่นๆ ว่า นี่ถ้าหากมีใครคิด “เทคโนโลยีไล่นกพิราบ” ที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาได้ รับประกันได้เลยว่าต้องรวยเละ เพราะวัดทุกวัดในประเทศไทย รวมทั้งอาคารบ้านเรือนที่มีปัญหาถูกนกพิราบรุกราน คือลูกค้ากลุ่มใหญ่

 เทคโนโลยีที่ว่าต้องมีขนาดเล็กกะทัดรัด อาจเป็นอุปกรณ์ประเภท ผลิตคลื่นเสียง หรือรังสีอะไรสักอย่าง ซึ่งผมเองไม่มีปัญญาคิด

 ผมต้องหงุดหงิดรำคาญใจ คอยตะโกนไล่ หรือไม่ก็เอาไม้เคาะให้เกิดเสียงดัง เจ้านกพิราบก็ไม่ยอมย้ายไปจากชายคาของผม ก่อนหน้านี้มีนก “กางเขนดง” อกสีน้ำตาล มาทำรัง ซึ่งผมกลับรู้สึกเอ็นดูและเกรงใจมัน เมื่อมันย้ายออกไปผมก็คิดถึง

 คงต้องยอมรับว่า ผมมี “อคติ” ต่อนกพิราบมาก กลัวมันจะมาแพร่เชื้อไวรส ไม่ชอบรูปร่างหน้าตามัน รวมทั้งเสียงร้องอันน่ากลัว

 บางทีที่เขาชิงชังมัน ก็ถึงกับใช้หนังสติ๊กยิง ใช้ตังเหนียวจับ หรือใช้ข้าวคลุกยาเบื่อให้มันกิน ซึ่งผมคงทำเช่นนั้นไม่ได้ ได้แต่คิดหาวิธีการต่างๆ ที่จะขับไล่มันไป เมื่อนับวันมันเพิ่มจำนวนขึ้นจนผมหวั่นใจ
 ผมเป็นนักดูนก (สมัครเล่น) รักนก ชอบดูนก ในสวนบ้านผม มีนกหลายชนิดมาอยู่อาศัย แต่ไม่รู้ทำไมผมเกลียดชังนกพิราบเสียจริง ขณะเขียนบทความนี้ก็ยังไม่วาย กระทืบเท้า ตบมือ ตะโกนไล่พวกมัน

 นกแต่ละชนิดต่างถูกมนุษย์คุกคาม รุกรานที่อยู่อาศัย จนค่อยๆ ทยอยสูญพันธุ์ไป มีก็แต่นกพิราบ (และนกกระจอกด้วย) ที่เพิ่มทวีพลเมือง และคุกคามรุกราน ความสงบสุขของมนุษย์ ยังความหงุดหงิดรำคาญใจ เสียยิ่งนัก ผมเข้าไปในห้องตั้งใจจะหยิบหนังสติ๊กมายิงเจ้านกพิราบเสียให้ดิ้น แต่สายตาเหลือบแลไปเจอหนังสือ “โลกร้อน เย็นธรรม” จึงวางหนังสติ๊ก แล้วหยิบหนังสือมาเปิดดู มีภาพจิตรกรรมสวยๆ ของจิตรกรไทยหลายท่าน ก็เลยเพลิดเพลินจนลืมหนังสติ๊กไปเลย

 ศิลปะแห่งแผ่นดินฉบับนี้ ก็จึงเลือกภาพสวยๆ มาฝากท่านผู้อ่านครับ

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"