
คมเคียวคมปากกา-พงศาวดารครูไพบูลย์ 4
พงศาวดารครูไพบูลย์ บุตรขัน ยืดเยื้อยั้วเยี้ยมาสี่จันทร์ ถึงเวลาต้องจบจันทร์นี้ ด้วยประเด็นสุดท้ายว่า ตอนที่แม่พร้อม แม่ของครูไพบูลย์ตายลงนั้น ครูไพบูลย์ ไม่มีเงินจัดงานศพแม่จริงหรือ ทั้งที่มีญาติพี่น้องอยู่เต็มบ้านท้องคุ้ง รวมทั้งมีวงศาคณาญาติทางกรุงเทพฯ
พูดกันจริงๆ วงศาคณาญาติของครูไพบูลย์ทางกรุงเทพฯ นั้นมีฐานะพอที่จะจัดงานศพให้ได้โดยไม่ลำบากยากเย็น อย่างอาเจน น้องชายแท้ๆ ของพ่อครูไพบูลย์ ก็เป็นข้าราชการทำงานรถไฟ เรื่องงานศพแม่ กับเรื่องเพลงรักคนแก่ดีกว่า มาช่วยยืนยันเกี่ยวกับวันเวลาการเริ่มดังของ บุปผา สายชล
มีข้อเขียนของ ลาวัณย์ โชตามระ นักหนังสือพิมพ์สาวโสดตลอดชีวิต ซึ่งเคยให้ความช่วยเหลือครูไพบูลย์ ทั้งหาหมอมารักษาโรคให้ หาทนายมาจัดการเรื่องปัญหามรดก ทั้งสองประการนั้นไม่มีการคิดเงิน จนครูไพบูลย์ซึ้งใจว่า หากหายป่วยจะบวชให้คุณลาวัณย์ และฟังให้ดีมีเพลงของครูไพบูลย์ที่พรรณนาคำว่า “ลาวัณย์ๆ” อยู่หลายเพลง ป้าลาวัณย์สาวโสดนั้น ผม(วัฒน์)เคยพบปะสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ ดูว่าสมัยท่านเป็นสาวๆ ก็คงงามตาไม่น้อย
ลาวัณย์ โชตามระ เขียนอย่างซาบซึ้งใจในชีวิตของ ไพบูลย์ บุตรขัน เป็นสารคดีลงในหนังสือไทยโทรทัศน์ เมื่อกรกฎาคม 2508 ว่า “ชีวิตของเขาช่างเศร้าสร้อยอะไรเช่นนั้น มีรัก รักก็ร้างราไป แถมยังมีโรคร้ายเบียดเบียนอีกด้วย แต่ไพบูลย์ยังมีแม่สุดที่รักอยู่ด้วย แม่เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ไม่เคยทำให้เขาช้ำใจ มีแต่ทำให้เขาชื่นใจและอุ่นใจ แต่ทว่าแม่ตายจากเขาไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2508 และได้ทำการฌาปนกิจเรียบร้อยเมื่อ 5 มิถุนายน ปีเดียวกัน ที่วัดสำแล จังหวัดปทุมธานี”
ต่อมายังข้อเขียนของ ครูมงคล อมาตยกุล ในหนังสืองานศพครูไพบูลย์ ครูมงคลเล่าว่า ราวๆ หลังปี 2500 กว่าๆ มา ไพบูลย์เข้าสู่ช่วงดวงตก โรคภัยไข้เจ็บประดัง คนที่เคยห้อมล้อมหายไป มารดาบังเกิดเกล้าก็มาสิ้นชีวิตลง (ครูมงคลเขียนว่าไม่แน่ใจเป็น พ.ศ.ไหน) และเขียนบรรยายว่า
“มีผม(มงคล)และเพื่อนฝูงอีก 2-3 คนไ ด้ไปที่บ้านปทุมธานี พบไพบูลย์นั่งซึมทำอะไรไม่ถูก เขาจะเผาศพมารดาของเขาในวันนั้น ผมไม่ยอม ไพบูลย์บอกว่า “ผมทำอะไรไม่ถูก ไม่มีเงิน ก็อยากจะทำให้เสร็จสิ้นไป” ผมจึงให้เก็บศพไว้ก่อน เรื่องเงินไม่ต้องห่วง ผมจะหาให้เอง”
นี่เองศพมารดาครูไพบูลย์ ตาย 30 เมษายน จึงมาเผา 5 มิถุนายน ปีเดียวกัน
มงคล อมาตยกุล นำวงดนตรีไปแสดงที่โรงภาพยนตร์ศรีย่าน ได้เงิน 8,000 บาท มาให้ครูไพบูลย์ได้จัดงานศพแม่
ครูมงคล เขียนเล่าไว้อีกว่า หลังเสร็จงานศพเรียบร้อย จึงชวนไพบูลย์ บุตรขัน ว่าอย่ามัวอายเหนียมเก็บตัวอยู่เลย ขอให้ไปร่วมเดินสาย นั่งรถวงดนตรีจุฬารัตน์ไป (มีเบี้ยเลี้ยงให้ด้วย) จะได้หายหงอยเหงาเศร้าโศก เกิดแรงบันดาลใจ แล้วก็เกิดจริงๆ
มงคล อมาตยกุล เล่าว่า “ในที่สุดภายในรถบัสของชาวจุฬารัตน์ ไพบูลย์ก็เขียนเพลงนี้ออกมา...ถึงเขาแก่แล้วฉันก็จะรัก ใครจะทำไม...เขาเข้าสู่จุดแห่งความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็มีผลงานที่ยอดเยี่ยมติดตามออกมาเป็นลำดับ”
สรุปประเด็น ครูไพบูลย์ดวงตก-จริง ไม่มีเงินเผาศพแม่-จริง (เฉพาะตัวครูไพบูลย์ ไม่เกี่ยวกับญาติ) และเพลงดังเพลงแรกของบุปผา สายชล คือ รักคนแก่ดีกว่า พ.ศ.2508
วัฒน์ วรรลยางกูร



