
‘ปู’ แจงเหตุที่ ‘โก้’ ไม่ได้ดูแลต่อ
“ปู” ไปรยา ย้ำลาจาก โก้ อดีตผู้จัดการด้วยดี แจงอากาศยังมีเปลี่ยนแปลง สถานะเปลี่ยนก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ย้ำยังเคารพและรัก “โก้” อดีตผู้จัดการเหมือนพี่สาวเหมือนเด
จู่ก็มีข่าวว่าสาว “ปู” ไปรยา ได้เปลี่ยนคนดูแลใหม่แล้ว ได้สอบถามในรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง “คนปล้นวิญญาณ” ที่สยามพารากอนได้ความว่า
(ปู และ โก้ )
“ตอนนี้มาวางระบบงานใหม่แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ปูก็ยังเคารพและรักพี่โก้เหมือนเดิมแต่พอถึงจุดๆ หนึ่งในอาชีพ ปูอายุเยอะขึ้นและปีหน้าก็มีโปรเจคใหม่ที่ต้องทำหลายอย่างที่นอกเหนือจากการเล่นหนัง-ละคร ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยการวางระบบใหม่ แล้วเราก็เดินทางบ่อยเลยรู้สึกว่าตอนนี้ต้องเปลี่ยนการโฟกัส ปูคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีของปูและพี่โก้นะ เราทั้งคู่โตมาด้วยกัน เขาก็ยังเป็นเพื่อนเป็น พี่สาวของปู ปูยังรักและเคารพเขาเหมือนเดิม (มีคุยกันก่อนไหม) มีคุยกันก่อนแล้ว มันเกือบ 6 ปี แล้วมันก็ถึงเวลา เดี๋ยวต่อไปจะมีทีมมาดูแต่ไม่ได้เป็นผู้จัดการนะ เป็นทีมผู้ช่วย เป็นทีมงานคนไทย (คนมองทำไมปูไม่เอาพี่โก้ดูงานที่ไทยแล้วให้คนอื่นดูงานต่างประเทศ) ปูอยากให้พี่โก้ได้โต ได้เจอคนอื่น เพราะกว่าเราจะถึงจุดหมายเราต้องเอาตัวเองให้ถึงก่อน ปูถึงบออกว่าเรื่องนี้ปูคิดมานานแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ว่าเขาดีหรือไม่ดี เขาเป็นคนดีแต่วิสัยทัศน์ในการทำงานตรงนี้ความต้องการอยู่ตรงไหน (คนมองทิ้งพี่โก้) คนพูดก็พูดง่ายว่าสร้างมาด้วยกันเวลาขึ้นก็ขึ้นด้วยกัน แต่เวลาที่ปูไปเมืองนอก ไปทำงานสังคม ปูสู้แทบตายนะ การตัดสินใจครั้งนี้ปูอาศัยวุฒิภาวะ ปูคิดแล้วว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูก (มีคุยกันก่อนจบ) ก็คุยดีอยู่แล้ว ว่ามีอะไรให้ช่วยก็บอกปูยินดีช่วยเสมอแต่ไม่ใช่ในฐานะผู้จัดการ พี่โก้เป็นคนเก่งเขาเป็นพี่สาวปู ปูเชื่อว่าเขารักปู ถามว่าการลาจากมันเป็นเรื่องที่เศร้านะ แต่อากาศยังเปลี่ยนเลย กาลเวลาก็เปลี่ยน สถานะก็เปลี่ยน วาระก็เปลี่ยน
เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน คนอาจจะโฟกัสว่าเราต้องมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า จริงๆ แล้วไม่นะ เพราะการทำงานในชีวิตจริงเราไม่ได้มองที่ปัญหา แต่เรามองว่าในอนาคตเรามีแพลนอะไร เรื่องพวกนี้ปูต้องคิดเพราะปูจะเป็นแค่ปูไปรยาไม่ได้ ปูต้องคิดหลายเรื่อง ส่วนที่มีทีมมาดูแลเป็นเพราะปูสามารถสั่งวิสัยทัศน์เขาได้ว่าปูต้องการอะไร ซึ่งไม่ใช่งานในวงการเท่านั้น แต่มีหลายอย่างเพราะปูต้องการทำหลายอย่าง ไม่เกี่ยวกับอัพเกรทอะไรเพราะปูไม่เคยมองอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ปูจะมองว่าปูจะทำธุรกิจด้านอื่นหรือเปล่าและตรงนี้เราต้องสร้างลูกน้องมาดูแลตรงนี้ให้ได้ ซึ่งระบบตรงนี้เราก็มีผู้ใหญ่หลายคนให้คำปรึกษา (ความไว้ใจจะเหมือนตอนมีพี่โก้ไหม) คนเราเดินไปข้างหน้าต้องไม่กลัว ปูเหมือนแมว 9 ชีวิต วงการนี้สอนให้รู้ว่ามิตรแท้ศัตรูถาวรไม่มีแต่ความดีคงที่ พี่โก้ก็เป็นคนดี ปูก็มีความดีในแบบของปูต่างคนต่างอยู่รอดได้ ละครยังมีวันจบ ชีวิตก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง (เปลี่ยนคนดูแลการรับงานที่ไทยจะน้อยลงไหม) ปูว่าอยู่ที่ปูจะรับหรือเปล่า เพราะทุกวันนี้ปูวิ่งงานอยู่เมืองนอกปูหวังว่าจะมีงานกลับมา ก็หวังว่าคนที่ปูสั่งให้ทำงานเขาจะสามารถต่อรองกับลูกค้าได้ (เรียกว่าจะไม่เข้าสังกัด) ไม่แน่นอน เพราะการเข้าสังกัดเป็นการหยามพี่โก้อย่างรุนแรง ปูเป็นผู้หญิงแมนๆ ปูไม่วิ่งไปหาคนอื่นเพื่อให้เขามาทำหน้าที่แทนพี่โก้” ปู กล่าว
เมื่อถามต่อว่าการที่เปลี่ยนคนดูแลเพราะจะทำงานต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งนักแสดงสาวแจงว่า “บอกเลยว่าปีหน้าปูจะอยู่เมืองไทยมากขึ้น เพราะคุณแมทจะย้ายมาอยู่เมืองไทยกับปูช่วงหนึ่งคือเขาไม่อยากให้ปูทิ้งงานตรงนี้ เพราะเขาเข้าใจว่าอาชีพปูตรงนี้ทำรายได้ค่อนข้างเยอะ และเขาบอกว่าถ้าทิ้งมันเป็นเรื่องหน้าเสียดาย ประมาณมกราคมก็จะได้เจอเขาที่นี่ (เรียกว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของปูคนเดียว) ของปูคนเดียวเพราะปูเป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครสั่งได้ อยู่แล้ว (ดึงแมทมาแทนที่พี่โก้หรือเปล่า) ไม่มีใครมาแทนที่ใครได้อยู่แล้ว แต่ถ้าถามว่าคนที่เป็นคู่ชีวิตปูจะมีส่วนในการให้คำปรึกษาปูหรือเปล่าบอกได้เลยว่ามีส่วนอยู่แล้ว เพราะการปักหลักสร้างครอบครัวใน 4-5 ปีข้างหน้าถ้าจริงจังชีวิตคนเราก็ต้องเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องแปลก คือถ้าคนฟังเหตุผลแล้วก็ต้องเข้าใจ คือพี่โก้เป็นพี่สาวและเป็นเพื่อนสนิท แต่วันหนึ่งถ้าปูจะสร้างลูกปูก็ต้องเริ่มเก็บเงิน มันมีอะไรที่มากกว่าเดินจากแล้วทิ้ง
(แล้วคุณแมทเขามาดูแลเรื่องอะไร) โปรดักซ์ชั่น เพราะเดี๋ยวจะมีโปรเจคร่วมกันที่นี่ (เรียกว่าต่อยอดอนาคต) คือปูมองว่าต่างคนต่างชอบตรงนี้ และปูอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ เพราะปูหาอะไรทำใหม่ๆ ทุกปี แล้วโปรเจคต่อไปคือการทำโปรดักซืชั่น และเขาก็เชี่ยวชาญด้านนี้มากกว่าปู ที่อยู่ที่เมืองไทยเพราะปูอยากอยู่เมืองไทยปูคิดถึงที่บ้าน ปูก็เลยดึงเขามาใช้ชีวิตที่นี่ช่วงหนึ่งเท่านั้น (มีส่วนในการตัดสินใจรับงานไหม) ปูว่าคนที่เป็นแฟนเป็นเพื่อนสนิทปูมีความคิดเห็นอยู่แล้ว ดาราทุกคนก่อนจะรับงานไม่แปลกถ้าเราจะถามคน ที่เรารักว่า งานนี้เหมาะกันเราไหมม การที่เราปรึกษาหลายๆ คนเรื่องการรับงานไม่ผิดนะเพราะมันแสดงว่าเราชั่งใจในการรับงาน เพราะเวลาที่ปูตัดสินใจอะไรเร็ว มักจะเป็นข้อผิดพลาด (เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวต้องแยกกันชัดเจนไหม) แยก เพราะการทำธุรกิจกับคู่มันเป็ฯเรื่องยาก แต่ปูไม่กลัวเพราะเป็นคนใจเด็ดกล้าได้กล้าเสีย คนภายนอกอาจมองว่าปูแกร่งแต่ในชีวิตนี้ปูเสียน้ำตามาเยอะ นะ เลยบอกว่าเวลาจะตัดสินใจอะไรปูต้องรักตัวเองให้มากๆ ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง ก็ลองดูว่ารอดไม่รอด แต่คนนี้ปูว่ารอดเพราะเขาเป็นคดี ถ้ารักไม่รอดงานก็ต้องอยู่ (แต่ที่ผ่านมากก็รักๆ เลิกๆ) ปูว่าข้ามทวีปมาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกลางวันของเขาเป็นกลางคืนของเรา กลางคืนของเขาเป็นกลางวันของเรา และปูเองก็บินไปเมืองโน้นเมืองนี้ การเป็นแฟนปูไม่ใช่เรื่องง่าย ในบางเรื่องปูก็ค่อนข้างเห็นแก่ตัวแต่ช่วงหลังปูเบาลงเยอะ เขาสบายใจอะไรเราก็ทำให้แล้วมันก็ดีขึ้นเยอะ" ปูกล่าวปิดท้าย



