
‘ตั๊ก’ เปิดใจหลังโดนดราม่าบริจาคเงินให้ ‘ตูน’
“ตั๊ก” บงกช เบญจรงค์กุล แจงดราม่า บริจาคเงิน 1.1 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนโครงการ "ก้าวคนละก้าว" ของ ตูน บอดี้สแลม ลั่นมีงานมีเงินเก็บ
เรียกว่าทำอะไรก็เป็นที่จับตาสำหรับ"ตั๊ก" บงกช เบญจรงคกุล ที่ล่าสุดได้ร่วมบริจาคเงิน 1.1 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนโครงการ "ก้าวคนละก้าว" ของ ตูน บอดี้สแลม แต่แทนที่จะได้บุญกลับโดนดราม่าว่าเอาเงินสามีและขายสมบัติของแม่มาบริจาค ได้สอบถาม "ตั๊ก" บงกช ถึงกระแสดราม่าในงานเปิดตัวภาพยนตร์ "Loving Vincent ภาพสุดท้ายของแวนโก๊ะ" ที่สยามพารากอนได้ความว่า
“ก็อธิบายในเฟสบุ๊กไปแล้วว่าเป็นเงินของคุณแม่ และก่อนแต่งงานเราก็มีงานทำ เราก็อยู่ในวงการภาพยนตร์มีแสดงภาพยนตร์เรื่อง จันดารา ได้ทำหนังเรื่อง นางฟ้า เราก็มีเงินจึงมีเงินเก็บของเราอยู่แล้ว แม้เราจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่เราก็ไม่ได้ลำบาก (รู้สึกอย่างไรที่คนมามองแบบนี้) ตั๊กก็ย้อนดูพี่ตูนเป็นตัวอย่าง เพราะขนาดพี่ตูนทำเยอะแต่เขาก็ยังโดนว่า กับเราเรื่องเล็ก ถามว่ารู้สึกแย่ไหมไม่ได้รู้สึกแย่นะ แค่อยากให้คนคิดให้ดีกว่านี้หน่อย เพราะถ้าคิดดี มันก็จะดี (ข้อความไหนที่ทำให้เราตัดสินใจออกมาโพสชี้แจง) ก็มีเพื่อนที่คอปคอมเมนท์มาให้อ่าน เพราะปกติเราจะเป็นคนไม่อ่านคอมเมนท์อยู่แล้ว เพราะเรารู้สึกว่าพี่ตูนพูดถูก ที่ว่าเขาก็ไม่อ่านคอมเมนท์ เราเลยเลือกจะไม่อ่านคอมเมนท์บ้าง แต่ว่าพอเพื่อนแคปส่งมาให้เราอ่านแบบนั้น เราก็เลยจำเป็นต้องชี้แจงในอินสตาแกรมให้แฟนคลับเก่าๆ ของเราเข้าใจ(แฟนๆ ว่าอย่างไร) เขาก็บอกว่าที่ตั๊กพูดมาก็ไม่ได้โกหก เขาก็ไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไร เพราะว่าทุกอย่างที่ตั๊กพูดมันก็เป็นความจริง (มันทำให้เราบั่นทอนเรื่องการทำดีต่อไปไหม) ก็ไม่นะ จริงๆ ก็อยากแนะนำว่า อนุโมทนาบุญไปกับเราไปกับคนที่เขาทำก็ดีนะคะ เพราะเราจะได้บุญไปด้วย เพราะบุญได้จากการอนุโมทนาบุญให้ค่ะ คือเห็นดีด้วย เห็นถูกด้วย (ได้เจอตูนแล้วได้พลังบวกยังไงบ้าง) ก็ได้ความเพียร ความอุตสาหะ อุเบกขานะ คือการวางเฉย เพราะพี่ตูนก็เหมือนพระไปแล้วตอนนี้ คือความรู้สึกตั๊ก ตั๊กว่าเขามีหลายอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่า เราควรทำตามเขา อย่างน้อยถึงเราไม่ได้เท่าเขา แต่ว่าเราก็ดำเนินชีวิต มีแรงบันดาลใจเป็นเขาน่ะ (เราได้บอกกล่าวคุณแม่ยังไงบ้าง) ตั๊กบริจาคเสร็จแล้วป้าเต็น แม่ของพี่ตูน บอกว่าให้กรวดน้ำให้แม่ แล้วบอกแม่ที่วัดด้วยว่าหนูเอาเงินแม่มาทำบุญหมดแล้วนะ เพราะว่าเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร หนูเอามาใช้หนูก็กระดากใจ ไม่กล้าใช้ เอาไปทำบุญทำให้คนอื่นเขาเกิดประโยชน์ดีกว่า ตอนนี้ก็สบายใจขึ้น (ทางเจ้าสัวว่ายังไงบ้าง) คือเราไม่เคยบอกเขาว่าเราไม่สบายใจอะไร ยิ่งเรื่องแบบนี้พอเราบอกเขาเดี๋ยวเขาก็บอกเราอีกว่า มันเป็นเรื่องที่เราเคยเจอมาแล้วเราก็แก้ปัญหาไปสิ เขาก็เป็นผู้ใหญ่ (รู้สึกยังไงที่โซเชียลฯ ไม่มีขอบเขตแล้ว) "อืม...คือแฟนเราก็ทำงานการสื่อสาร ก็ไม่กล้าจะติอะไร (หัวเราะ) ก็จะบอกว่าอย่าเล่นเฟซเยอะ (ยิ้ม) ไม่หรอก เราก็เลือกเนอะ คือบางทีบางคนน่ะยิ่งหดหู่อยู่แล้วเนอะ พอไปดูแล้วหดหู่กว่าเดิม เลือกที่จะดูเอาแล้วกัน"
เมื่อถามถึงเรื่องงานในวงการเพราะดูเหมือนจะหายหน้าหายตาไปจากวงการ ซึ่งนักแสดงสสาวลูกหนึ่งแจงว่า "ก็ถ้ามีโอกาส มีบทดีๆ ก็ได้กลับมาเล่น ถามว่ามีติดต่อมาไหม เขาคงยังไม่รู้ว่าเราพร้อมหรือไม่พร้อม แต่มีหม่อมน้อย (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) เคยติดต่อมาช่วงถ่ายหนังแผลเก่า แต่ตอนนั้นเรายังไม่พร้อม แต่ว่าหม่อมน้อยก็รู้ว่าเรายังไม่พร้อมจะเล่นหนัง (ตอนนี้พร้อมกลับมาแล้วหรือยัง) จริงๆ แล้วเราลดน้ำหนักเพราะเรื่องสุขภาพ และเราก็ผันตัวเองมาอยู่เบื้องหลังด้วย ตั๊กมาทำภาพยนตร์ที่อยากจะทำมานานแล้ว เราเก็บตรงนี้มาตั้งหลายปีแล้วตั้งแต่ตั๊กยังอยู่สหมงคลฟิล์ม พอแม่ป่วยก็หยุดไปเพราะไปดูแลแม่ พอได้โอกาสก็เลยทำ ตอนนี้อยู่ในช่วง Pre Pro ไฟนอลแล้ว แต่ขอเก็บไว้ก่อนเนอะ เรื่องนี้ตั๊กไม่ได้เล่น ตั๊กถ่ายทำเสร็จแล้ว เหลือไฟนอล ก็มีเป็นผู้กำกับและเขียนบท แล้วก็ร่วมโปรดิวซ์ ถามว่าจะได้ชมเมื่อไหร่ ประมาณช่วง ม.ค. (บอกได้ไหมว่าเป็นหนังรูปแบบไหน) อืม จริงๆ มันเป็นหนังทางเลือกนะ เป็นแนวอินดี้ แต่ว่าเราพยายามปรับเปลี่ยนให้ดูไม่ยาก อันนี้ทำเอง พอหนังเสร็จแล้วเราก็เอามาให้ทางเอ็มพิคเจอร์ดูซึ่งทางนั้นก็สนใจ ส่วนเรื่องงานแสดงยังไม่มีอะไร ตอนนี้ก็เลี้ยงลูกด้วย ทำหนังเรื่องนี้ไปด้วย” ตั๊กกล่าวแจง
ถามถึงเรื่องการดูแลตัวเอง "จริงๆ เราดูแลตัวเองมากขึ้นเพราะเราเห็นว่าพอเราอายุเข้าเลข 3 เราก็กลัวเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ก็ต้องกลับมาดูแลตัวเอง กินผักกินอะไรให้มันกระฉับกระเฉง เพราะเรามีลูกเล็ก เราต้องดูแลลูกก็ดูแลเรื่องการกิน ไม่กินตามใจปาก ไม่กินหวานมาก เพราะว่าคุณแม่มีเชื้อเป็นเบาหวาน คุณพ่อก็เตือนว่าระวังนะ เราก็โอเค ไม่กินแป้ง กินแต่แป้งดีๆ กินข้าวกล้อง ไปตรวจสุขภาพมาก็ดูว่าเราควรกินเท่าไร กินตามกรุ๊ปเลือด และก็ออกกำลังคือวิ่งนี่แหละ วิ่งข้างนอก ไม่ได้วิ่งบนลู่วิ่ง ถามว่ากลัวเรื่องโรคกรรมพันธุ์ที่ตามมาไหม คือเราก็ไม่รู้ เพราะว่าโรคถ้าเราไม่ดูแล ยิ่งอายุเยอะยังไงก็เป็นโรค มนุษย์เราทุกคนพออายุมากก็ต้องมี เราก็ต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรง (ตอนนี้ลดได้เท่าไรแล้ว) จริงๆ เอาสุขภาพแข็งแรง ไม่หักโหม เริ่มลดมาตั้งแต่เดือน เม.ย. ปีที่แล้ว แต่มาลงเห็นชัดตอนที่ไปถือศีลก็เลยผอมลงเพราะว่าไม่ได้ทานเนื้อสัตว์ ไม่กินเย็น ก็ลดไป 20 กก. ได้ ช่วงที่คลอดลูกใหม่ๆ และช่วงที่แม่ป่วยก็น้ำหนักเยอะอยู่ ถามว่าอยากลดลงกว่านี้ไหม มันก็ไม่ควรขึ้น ถ้าไม่ลงก็ประมาณนี้แหละ พอตรวจสุขภาพผลออกมาก็ไม่มีอะไร สุขภาพดี" ตั๊ก กล่าวปิดท้าย



