บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - ลิขสิทธิ์ "ซีเกมส์"

มองผ่านเลนส์คม - ลิขสิทธิ์ "ซีเกมส์"

30 ก.ย. 2552

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 หรือ “เวียงจันทร์เกมส์” ระหว่างวันที่ 9-18 ธันวาคม 2552 ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นเจ้าภาพนั้น เริ่มส่อเค้าวุ่น

  เนื่องจากเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะมีการซื้อขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดวิทยุโทรทัศน์! 
 ซึ่งแน่นอนว่าอะไรที่เป็นของใหม่ หรือกติกาใหม่มักถูกตั้งคำถาม...

 แม้ว่าเวลานี้ ค่ายเพลงใหญ่อย่าง "อาร์เอส" ได้เสนอราคาจนเป็นผู้ถือสิทธิ์บริหารการถ่ายทอดอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม

 ถ้ายังจำได้ ปัญหาการเก็บค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพเคยเกิดขึ้นแล้ว โดยผู้แทนสถานีโทรทัศน์ในภูมิภาคอาเซียนเคยวอล์กเอาท์จากที่ประชุม จนในที่สุดคณะกรรมการจัดการแข่งขันของเราเอง ต้องยกเลิกแนวคิดนี้ไป  

 แต่ครั้งนี้มันมาไกลเกินกว่าการวอล์กเอาท์เสียแล้ว "สำนักงานทีวีพูล" ที่มีแม่ข่ายคือ ททบ. 5 จึงอยู่เฉยไม่ได้ โดยเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ท่านพลโทสบโชค ศรีสาคร เลขานุการบริหารโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ได้หารือกับสมาชิกฟรีทีวี คือช่อง 3, 5, 7 และ 9

 ซึ่งผลการประชุม สมาชิกทั้งหมดแสดงความไม่เห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่าผิดประเพณีการถ่ายทอดกีฬาภูมิภาคอาเซียน  ที่ต้องไม่แสวงผลกำไร แต่เป็นไปเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกนั้น 

 จึงได้ทำหนังสือไปยังคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ให้พิจารณาดำเนินการ ในการประชุม "มนตรีซีเกมส์" เร็วๆ นี้

 ทั้งนี้ "มนตรีซีเกมส์" มีนโยบายสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนทุกประเทศมีโอกาสชมบรรยากาศแห่งความสามัคคีของคนในภูมิภาค ผ่านการถ่ายทอดสดแบบ Free To Air โดยสมาชิกทุกประเทศร่วมกันทำหน้าที่สื่อกลางในการถ่ายทอดซีเกมส์ทุก 2 ปี

 ซึ่งประเทศเจ้าภาพจะทำหน้าที่เป็น Host Broadcaster จัดตั้งศูนย์ IBC ผลิตสัญญาณการแข่งขันแจกจ่าย และให้บริการแก่ประเทศสมาชิก โดยคิดค่าใช้จ่ายในอัตราที่ทุกประเทศยอมรับได้ และไม่เคยมีการเก็บค่าลิขสิทธิ์แต่ประการใด

 ข่าวว่าบริษัท เพ็ชรจำปา จำกัด ตัวแทนด้านธุรกิจสิทธิประโยชน์และดูแลการถ่ายทอดสดครั้งนี้ ตั้งเป้าหารายได้จากโฆษณาไม่ต่ำกว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 160 ล้านบาท

 นอกจากนี้ ยังมีการหารายได้จากการถ่ายทอดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และวิทยุโทรทัศน์อีกไม่น้อยกว่า 1 ล้านดอลลาห์สหรัฐ รวมทั้งสิ้นมีมูลค่าสูงกว่า 200 ล้านบาท

 งานนี้คนกลางอย่าง "มนตรีซีเกมส์" ต้องเร่งหาคำตอบสุดท้ายให้เร็วที่สุด
 คิดเล่นๆ ว่า ถ้ารับกติกาใหม่กันได้ ก็คงไม่แปลกอะไร เพราะเท่ากับรับในความเป็น "สากล" เพราะถึงที่สุดแล้ว "ซีเกมส์" ก็คงไม่ต่างจากการถ่ายทอดกีฬา "โอลิมปิก" หรือการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกต่างๆ

 ที่ต้อง "จ่าย" ให้กับ "เจ้าภาพ" เพื่อช่วยต้นทุนที่จะทำให้ "กีฬา" เป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"