
‘ใบเตย อาร์สยาม’ สับสนความรัก ‘ดีเจ.แมน’
“ใบเตย” สุธีวัน ทวีสิน รับหยุดเจอ หยุดคุย “แมน” พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา เพื่อทบทวนความสัมพันธ์ เผยสับสนว่าจะยุดหรือจะเดินต่อไป
ความสัมพันธ์คลุมเคลืออยู่ สำหรับความรักระหว่าง “ใบเตย อาร์สยาม” กับ “ดีเจ.แมน” พัฒนพล เพราะล่าสุดสาวใบเตยไปเที่ยวต่างประเทศก็ไร้เงาหนุ่มแมนไปเคียงข้างเหมือนทุกๆ ครั้ง แถมภาพหวานของทั้งคู่นี้ก็ห่างหายกันมาพักใหญ่แล้ว ล่าสุดมีโอกาสเจอสาวใบเตยจึงถามถึงเรื่องนี้
"เป็นช่วงที่หยุดจริงๆ นะ หยุดความสัมพันธ์ในที่นี้ก็คือหยุดเจอกัน หยุดคุยกัน เอาเวลาไปทบทวนว่าจะไปต่อหรือถอยหลัง ซึ่งหลังจากกลับมาจากอเมริกาก็เพิ่งได้คุยกันว่าพอไปอยู่ไกลๆ ไม่ได้เจอกัน คุยกัน เราก็ได้เห็น ได้มอง ได้นึก ตอนไปอเมริกาเราได้เห็นคู่อื่นด้วย เรารู้สึกว่าไม่ต่างจากเราเลย จริงๆ ก็ไม่มีคู่ไหนที่เพอร์เฟคเลย เพราะว่าไปกับฝ้าย เวฬุรีย์ ก็ต้องไปห้ามมวยเหมือนกัน (หัวเราะ) ทุกคู่ก็มีปัญหาหมด ไปคืออยู่กับ 3 คน มีฝ้าย-แฟน แล้วก็มีหนู มันรู้สึกเหงาโคตรนะ เพราะที่ผ่านมาเราไปไหนมาไหนกับพี่แมนตลอดจริงๆ พอได้มาคนเดียวเราก็ได้มองทุกๆ มุม ทำให้คิดถึงเขา ว่าเขาก็มีข้อดีนะ เราก็ได้มองเห็นจากที่เราไม่เคยมองเห็นเลยเพราะอยู่กับแฟนตลอดมา พอได้ถอยหลังมาแล้วได้มองโลกรอบข้างเราทำให้เห็นว่าทุกคนก็มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่แบบผู้หญิงทุกคนก็ต้องร้องไห้ ก็ต้องเสียใจ ก็เลยได้กลับมาคิดว่าเออ....จะเอายังไงต่อดี จะหยุดหรือเดินต่อ ตอนนี้ยังรักกันมากพอมั้ย ยังไหวหรือเปล่า อย่างทุกคนก็จะบอกถ้ายังรักก็ต้องยังไหวอะไรอย่างนี้ ซึ่งใบเตยก็จะมีเพื่อน 2 มุม ทั้งมุมที่เชียร์ให้ไปต่อ และมุมที่บอกว่าหยุดเถอะ แต่เชียร์ให้ไปต่อก็เยอะกว่านะ ตอนแรกไม่นึกหรอกว่าจะเยอะ เพราะทุกคนก็รู้สึกว่าดูรักพี่แมนงงมากๆ"
นักร้องสาวชื่อดังยังบอกอีกว่าการเป็นใบเตย อาร์สยาม วันนี้อยู่กับภาษีสังคมเยอะมาก
"หนูต้องต่อสู้กับอะไรพวกนี้มากนะนี้แหละเป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้คิดหนัก ตัดสินใจยากมากในชีวิต สิ่งแวดล้อมมันทำให้เราคิดเยอะมากๆ ว่าจะยังไง จะโอเคมั้ย จะดีหรือเปล่า มันจะไม่เหมือนแบบที่ผ่านมาใช่มั้ย เอาจริงๆ ไม่มีเคยมีปัญหาใหญ่เลย ไม่มีมือที่ 3 หรือเรื่องราวใหญ่โต มันเป็นแค่นิสัยที่เหมือนชีวิตคู่ไม่ใช่ว่าปรับแล้ว เปลี่ยนกันไม่ได้ พี่แมนก็เปลี่ยนเพื่อหนูมากมากจากที่กะเลวกะลาดมาวันนี้ดีขึ้นมากเป็นผู้เป็นคน ซึ่งเรารู้ในความตั้งใจของเรา เอาจริงๆ ครอบครัวพี่แมนดีมาก อันนี้สิ่งหนึ่งที่ทำให้ยังอยากกลับไป แต่ว่าเรารู้สึกว่าต้องคิดนิดนึงคือความฟีลผู้หญิงเรายังอยากให้เวลาทำโทษเขา ทำโทษเรา ให้ได้เห็นว่าไม่มีกันแล้วจะอยู่กันยังไง จะไหวมั้ย จะรอดมั้ย จะเสียใจกันแค่ไหน จะคิดถึงกันมากแค่ไหน อันนี้คือสำคัญ คนเราแปลกพอไม่มีกันจะเห็นทุกอย่าง พอมีกันแล้วเนี่ยไม่แคร์สักอย่าง สำหรับเราสองคน ใบเตยว่าเป็นความผูกพัน เอาจริงๆ สิ่งดีๆ มันมีมากกว่าที่จะลืมเรื่องไม่ดี ยิ่งพอเรื่องไปเที่ยวยิ่งมองเห็น เพราะที่ผ่านมาคือเวลาไปไหนกับพี่แมนแฮปปี้สุด คือเหมือนเป็นคู่สำหรับเดินทาง มีคนรู้ใจไปตลอด ซึ่งหมอดูก็เคยบอกว่าคู่หนูเดินทางไม่ว่าจะไปไหนแฮปปี้หมดดีกว่าอยู่กับที่ มันก็จริง อย่างพี่แมนจะเทคแคร์ดีมากจริงๆ ทุกอย่างเลยไม่มีขาดตกบกพร่อง"
ความดีลบล้างความไม่ดีตรงนั้นได้มั้ยหรือว่าช่วงทัณฑ์บนไว้ก่อน
"หนูอยากให้มั่นใจตัวเองว่าไม่อยากกลับไปแล้วแบบ ไม่อยากตามใจเขาด้วยว่าเนี่ยความผิดแค่นี้เดี๋ยวก็กลับไปแล้ว (ขอย้อนกลับเมื่อปีที่แล้วเราตั้งเป้าว่าจะแต่งงาน ณ วันนี้ความคิดวันนั้นกับวันนี้ดูเปลี่ยนไปเยอะ) เอาจริงๆ ไม่เปลี่ยนนะ เราก็ยังอยากแต่งงาน ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากแต่งงาน เพียงแค่ว่าพอเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเรามองว่าให้มันพร้อมที่สุด แต่ก่อนเราเด็กๆ ก็จะคิดว่าทำงานเหนื่อย ต่อไปจะหยุดแล้ว เปล่าแต่พอยิ่งโตขึ้น ผ่านอะไรไปกี่ปีเราก็มีอะไรทำใหม่ๆ มามากขึ้น มันเลยทำให้ขยายเวลาตรงนี้มากขึ้น แล้วส่วนหนึ่งมีแต่คนเชียร์ว่าอย่าแต่งงาน (หัวเราะ) คนรอบข้าง เพื่อนๆ พี่ๆ ดาราทุกคน (เรากลัวมั้ยที่คนรู้จัก คนที่เราไปงานแต่งเขา วันนี้เลิกกันแล้ว?) หนูมองว่าเรื่องนี้มันคือใช่กับไม่ใช่แค่นั้นเอง ดูจากหลายๆ อย่าง ณ วันนี้ในเรื่องของชีวิตคู่ หนูก็เคยคุยกับพี่แมนว่าพี่ไม่ต้องซีเรียส ไม่ต้องรีบรัด จะได้ไม่ต้องรีบเลิกหนูใช้คำนี้กับเขาตลอด เพราะว่าบางทีคนเราถ้ามันใช่ มันก็คือใช่ ถ้ามันไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่ หนูว่าเวลามันจะค่อยๆ เคลียร์ทุกๆ อย่างให้เราจนสุดท้ายเราจะรู้ว่า อ่อ....ก็ต้องอยู่กับคนนี้แล้วแหละ (ณ วันนี้พี่แมนใช่มั้ย?) อีกนิดนึงค่ะ (หัวเราะ) ก็ยังให้เวลา หนูก็บอกว่าหนูขอเวลาตัดสินใจนิดนึง คือถ้าจะกลับไปก็ต้องพร้อมที่จะสร้างอนาคตร่วมกันแล้วนะ คือถ้าผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ก็คือแต่งเลย (มีไปดูหมอมั้ย?) ยังไม่มีเวลาไปดูเลยค่ะ นี่ก็อยากไปถามเหมือนกันนะ"
ดูเราใจแข็งมาหลายเดือนแล้วนะ เพราะปกติถ้าแมนง้อเราก็โอเคแล้ว
"ใจแข็งมาก ประมาณ 2 เดือนแล้ว เราโตขึ้น คือเรื่องข่าวหนูรักๆ เลิกๆ กับพี่แมนมีมาตลอด หนูก็บอกว่าไม่อยากมีข่าวแบนี้แล้วนะ คือถ้ากลับไปต้องไม่มีข่าวแบบนี้แล้วนะ ต้องรักกันให้หนักแน่นมากๆ อย่ามา 3 วันดี 4 วันเลิก คนก็ปวดหัวไปหมด แต่หนูเข้าใจว่าหนูธรรมชาติมากแล้วเราก็เด็กคนนึง ก็คนเนอะบางทีมีงี่เง่ากันได้ตลอด มีอารมณ์ได้ตลอด ยิ่งมนุษย์เมนส์นี้โอ้ย...หายห่วง แล้วหนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นไบโพล่าร์นะบางทีนี่จะเป็นเช็คกับหมอแล้ว อ่านรายละเอียดมาแล้วเหมือนเลย (หัวเราะ) คือใบเตยมีอากาซึมเศร้าเยอะก่อนเมนส์จะมา พอซึมเศร้ามากแล้วมีเรื่องอะไรมากระทบจิตใจแค่ทะเลาะกับพี่แมนเขาจะรู้แล้วนะว่าหนูเมนส์จะมาเพราะอารมณ์รุนอรงมากกว่าปกติเคยไปหาหมอมาแล้วหมอบอกว่าฮอร์โมนรุนแรง บางทีรู้สึกว่าตัวเองโรคจิตระดับหนึ่ง (หัวเราะ) บางทีรู้สึกว่าไม่ใช่ความผิดของพี่แมนหรือเปล่า เป็นเพราะเราด้วย บางครั้งไม่ได้โกรธเรื่องอะไรกันเลย ขับรถเถียงกันเรื่องเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็ทะเลาะกันแล้วนะ"
ณ วันนี้มุมมองความรักเราเปลี่ยนไปมั้ย ดูโตขึ้น?
"ใช่ ดูโตขึ้น นิ่งขึ้น เอาจริงๆ แล้วด้วยหน้าที่การงาน ด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาเนอะ เรารู้สึกว่าค่อนข้างโตขึ้น โตขึ้นตามประสบการณ์และบทเรียนที่ได้รับ (ณ วันนี้ยังไม่เลิก แต่ยังให้โอกาสพี่แมน?) ก็เป็นช่วงอยู่อย่างเหงาๆ (หัวเราะ) แต่ไม่ได้มีลิมิตว่าต้องกี่เดือนนะ ใบเตยว่าถ้ามีลิมิตมันไม่เวิร์คปล่อยดีกว่า ถ้ามันดีก็กลับมาคุยกันได้เอง (เรามีคำตอบลึกๆในใจมั้ยว่าจะไปต่อหรือหยุดดีกว่า?) อืม....(ถอนหายใจ) ยังสับสน แต่หนูเชื่อว่าเดี๋ยวเวลาก็จะให้คำตอบ พี่แปลกมากนะกับเรื่องหนุ่มตัดใจง่ายมาก ครั้งนี้ยากสุดเลยงงกับตัวเองเหมือนกัน ปกติเป็นคนตัดเป็นตัดมากๆ กับที่ผ่านมา นี่รู้สึกว่าโอ๊ย....มันจะครึ่งปีแล้วยังไม่มีคำตอบให้ตัวเองเลย มันเป็นเพราะด้วยความผูกพันด้วยอะไรหลายอย่างคบกันนาน เพื่อนรู้จักหมด (เราเผื่อใจไว้มั้ยถ้าต้องอยู่โดยไม่มีเขา?) เผื่อนะ อย่างพี่แมนก็คุยว่า ณ วันนี้ถ้าหนูเลือกที่จะไม่กลับไป แล้วมีความสุขเขาก็มีความสุข ถึงแม้ว่าตัวเขาต้องเสียใจ ก็คุยกันแบบผู้ใหญ่ คือที่ผ่านมากับแฟนเก่าเลิกคือเลิกไม่มี Follow อินสตาแกรม ไม่มีพูดคุยเลิกไปก็คือคนอื่นกับทุกคน แต่กับพี่แมนเรารู้สึกว่ายังเป็นพี่ได้ ยังคุยกันได้เจอกันตามงานยังยิ้มให้ได้นี่คือกรณีของพี่แมน เรารู้สึกว่าเขายังเป็นคนดีในชีวิตเรา (ปัญหามันหนักมาก?) เอาจริงๆ ไม่ได้หนักมาก แต่เป็นเรื่องที่เรารู้สึกว่าถ้าทำครั้งแรกมันต้องมีครั้งต่อไป แต่ไม่ใช่มือที่ 3 บอกตามตรงมือที่ 3 ไม่เคยมีปัญหาเลยทั้งหนูทั้งเขา เป็นนิสัยที่เรียกว่าพฤติกรรมที่เขาก็เป็นอย่างนั้นมาตลอด มันคือตัวเขาซึ่งเขาก็ปรับเปลี่ยนแล้ว แต่คนเรามันก็มีลืมตัวโพล่งมาบ้าง ขาดสติบ้าง เราเลยรู้สึกว่าอยากให้เขาเลิกได้ เรื่องนี้คือเรื่องนึงที่ไม่มั่นใจว่าเราจะทำให้เขาเปลี่ยนหรือเลิกตรงนี้ได้หรือเปล่า ถามว่ายังเสียดายพี่แมนอยู่หรือเปล่า ไม่ได้เสียดายหรอก แต่เรารู้สึกว่าเขาคือคนที่รักเราและหวังดีกับเรามากที่สุด รวมถึงครอบครัวพี่แมนด้วยค่ะเลยยังรู้สึกว่าต้องคิดเยอะ" ใบเตยกล่าว



