
'หนูเล็ก'เศร้าสูญเสียพ่อจากโรคมะเร็งลุกลาม
หนูเล็ก"ภัทรวดี ปิ่นทอง ยังเศร้าหลังจากสูญเสียพ่อจากโรคมะเร็ง
ยังคงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า สำหรับ "หนูเล็ก"ภัทรวดี หรือ หนูเล็ก ก่อนบ่าย ที่เพิ่งสูญเสียคุณพ่ออันเป็นที่รักไปหมาดๆ ล่าสุดได้พบกับตลกสาวในงาน“Garden Me and You Grand”เปิดตัวผลิตภัณฑ์ เจลเซรั่มน้ำดอกไม้ Garden Me Blossom Gel ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน จึงต้องถามไถ่
"อันดับแรกหนูต้องขอโทษแฟนๆ และพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนที่ไม่ได้บอกว่าพ่อเป็นอะไรนะ เพราะว่าหนูไม่อยากให้ใครรู้แล้วจะสงสารพ่อ แล้วพ่อจะยิ่งทรุดลง คือไปตรวจเจอก้อนเนื้อที่สมองเพราะพ่อปวดหัวก่อน พอเจอก้อนเนื้อที่สมอง คุณหมอก็เลยหาสาเหตุว่ามันมาจากไหน ก็มาจากปอดและตับ คือติดเชื้อจากปอดและตับจนขึ้นสมอง กลายเป็นมะเร็งระยะแพร่กระจาย ซึ่งมันมากกว่าระยะสุดท้าย ยังไงก็ไม่หาย ก็พอรู้แล้วเริ่มทำคีโมไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่างเพราะพ่ออายุ 80 ปีแล้ว เราก็ตัดสินใจรักษาแบบธรรมชาติ คือให้พ่ออยู่กับโรคได้ จนพ่อบอกว่าทนได้นะ รับได้ด้วย พ่อก็อยู่ได้ 6-7 เดือน ก็มีเวลาให้พวกเราได้ทำใจนานมากจนหนูเข้มแข็งเพราะพ่อสู้ เราก็เลยสู้(ช่วงที่พ่อรักษาตัว เราเคยมีท้อไหม) ตอนแรกหนูเป็นคนแรกที่ไปเอาผลมาจากคุณหมอ พอเอาผลมาปุ๊บก็อ่านไม่ออก คือหนูขออนุญาตเอาไปดูก่อนญาติพี่น้อง หนูจะได้ทำใจได้ เพราะหนูรักพ่อมากและดูแลมาตั้งแต่เริ่ม ทีนี้ก็นึกถึงพี่มิค (บรมวุฒิ )เพราะพี่มิคเคยเรียนหมอมาก่อน เลยส่งไปให้พี่มิคดู พี่มิคก็เลยส่งไปให้น้องที่เป็นหมออ่านมา ตอนนั้นพี่มิคบอกว่าอาจจะเป็นมะเร็งนะหนูเล็ก หนูก็ร้องไห้เกือบครึ่ง ชม. ไม่กล้าขึ้นไปบอกพ่อ จนตัดสินใจขึ้นไปบอกพ่อก็ไม่ร้องไห้ ก็บอกพ่อว่าไม่เป็นไรนะ เราต้องสู้ เราต้องทน พ่อเขาฉลาด เขาก็รู้เอง"หนูเล็กบอก
ถามว่าก่อนหน้านี้พ่อมีอาการอะไรบ้าง
"ติดเชื้อในปอด ติดเชื้อในกระแสเลือด หมอบอกว่าทำอะไรไม่ได้เลย ให้ยาฆ่าเชื้อเป็น 20 ขวดแล้วก็ไม่หาย จนพ่อบอกและจดเป็นสัญญาไว้ว่าห้ามช่วยเหลือชีวิต ห้ามต่อท่อ ห้ามใส่สายยาง ห้ามเจาะคอเด็ดขาด เราก็เคารพในสิ่งที่พ่อตัดสินใจ พอพ่อบอกว่าอยากกลับบ้าน พี่ชายก็ถามว่าเอายังไง เราก็พาพ่อกลับบ้านตามที่พ่อต้องการ พอกลับบ้านปุ๊บ ประมาณ 00.50 น. พ่อก็หายใจแรงแล้วชีพจรลดลงและจากไป ท่านเสียที่บ้าน ทำตามทุกอย่างที่คุณพ่อต้องการถามว่าพ่อสั่งเสียไว้ไหม ก่อนที่พ่อจะเสียประมาณ 2 วัน หนูก็อยู่กับพ่ออยู่แล้ว ก็ถามว่าพ่อกลัวตายไหม พ่อบอกว่าไม่กลัว และก็ถามต่อว่าพ่ออยากอยู่ต่อไหม พ่อบอกว่าไม่อยากอยู่แล้ว พ่อได้สั่งเสียเอาไว้และบอกกับพยาบาลที่เขาทำประวัติไว้ว่าหนูเป็นสิ่งที่พ่อภูมิใจมากที่สุดในชีวิต(เหมือนก่อนหน้านี้พ่อก็อยากอุ้มหลาน แต่ว่าไม่ทัน) ใช่นะ แต่หนูบอกกับพ่อแล้วว่ายังอยากดูแลพ่อให้ถึงที่สุดก่อน ไม่อยากมี(กำลังใจในครอบครัวเป็นไงบ้าง)คือตอนนี้เป็นห่วงแค่แม่ แต่แม่ก็รู้สึกโล่งนะเพราะว่าเขาเครียดเวลาพ่อเจ็บ ตอนนี้ทุกคนเอาระยะเวลากลางวันทำใจได้ ทำงานได้ ยิ้มได้ แต่พอกลางคืนตกค่ำจะร้องไห้เพราะมันกลั้นไว้ไม่อยู่ส่วนเรื่องลูกคิดว่าน่าจะเป็นปีหน้านะ"หนูเล็กกล่าวปิดท้าย



