
พรมแดนของโลกมายา - อันโตนิโอ ฟอร์ซิโลนี ควอเต็ท
Afq ชื่อย่ออัลบั้มดีวีดี Antonio Forcione Quartet ตอนที่ตัดสินใจซื้อนั้นยอมรับว่าไม่คุ้นชื่อหรือได้ยินได้ฟังมาก่อน เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองล้าหลังจากแวดวงนี้มาหลายปีทีเดียว แต่ชื่อนั้นสำคัญไฉน ฟังดนตรีและชมการแสดงของเขาน่าจะดีกว่า อัลบั้มชุดนี้บันทึกจากการแสด
เท่าที่สังเกตดูเขาน่าจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กีตาร์ยามาฮ่าด้วย จากเพลงแรกที่ขึ้นมาเขาใช้กีตาร์ยามาฮ่าอะคูสติกส์ที่ใช้กับเอฟเฟกท์ เล่นเสียงยาวยานและใช้เทคนิคการเคาะสายทั้งสองมือ การตบบอดี้กับด้านข้างของมันเพื่อให้เกิดเสียงจังหวะของเพอร์คัสชั่น ดนตรีชิ้นเดียวทำได้ทั้งเมโลดี้ จังหวะ และฮาร์โมนี่ เข้าใจได้โดยพื้นฐานว่า เขาแจ้งเกิดจากการเล่นดนตรีคนเดียว (one man band) อิทธิพลทางดนตรีที่เขาได้รับมาน่าจะเป็น จิมิ เฮนดริกซ์
พอเพลงแรกจบลง อันโตนิโอเชิญนักดนตรีร่วมวงขึ้นเวที เริ่มจากหญิงสาวแอฟริกันหน้าตาหมดจดเชื้อสายไนจีเรียจากลอนดอน เล่นเชลโล คนที่สอง ชายผิวขาวจมูกโด่ง จากออสเตรเลีย เล่นฟลุต และกาลิมบ้า กับอีกชายผิวดำรูปร่างผอมจากบราซิล เล่นเพอร์คัสชั่นและไปป์ (ขอโทษที่ไม่ได้บอกชื่อพวกเขา) เพลง Tears of Joy อันโตนิโอเปลี่ยนกีตาร์เป็นสายไนลอน แต่ใช้ปิ๊กแบนเล่น แนวดนตรีออกมาแนวกีตาร์เฟลมมิงโก้ แต่ละช่วงของเพลงมีการเปลี่ยนอารมณ์ เปลี่ยนจังหวะ นักดนตรีแต่ละคนฝีมือไม่ธรรมดา สำเนียงดนตรีเท่และฟังไม่ขัดหู พอขึ้นเพลงที่ 3 เพอร์คัสชั่นขึ้นเพลงด้วยจังหวะตื่นเต้นเร้าใจขึ้นอีก ทั้งเชลโลและกีตาร์เล่นสอดใส่กันอย่างไม่ออมมือ มีแจ๊สทางบราซิลเข้ามาปนบ้าง
เพลงที่ 4 African Dawn มือเบสขึ้นเพลงด้วยขลุ่ยไม้ชนิดหนึ่ง เทคนิคการเล่นใช้นิ้วมือขวาควบคุมเสียงที่ปลายปล้อง เสียงของมันโหยหวนชวนให้นึกถึงความวังเวงของป่าแอฟริกา นอกจากนั้นเขายังเล่นฟลุตอีกด้วย เพลงที่ 5 แนะนำตัวนักดนตรีเพอร์คัสชั่น เขาเล่นโชว์เครื่องดนตรีชนิดหนึ่งเป็นท่อยาวเรียงชิดกันหลายอันเรียกว่า ไปป์ เขาใช้ทั้งปากทำเสียงผ่านท่อนั้น และเอารองเท้าฟองน้ำมาตี ก่อเกิดจังหวะและทำนองเพลงแอฟริกัน ผู้ชมปรบมือกราวใหญ่ เขาปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมด้วยการร้อง voicing ผู้ชมร้องตาม อย่างไม่ผิดเพี้ยนทั้งจังหวะและทำนอง เพลงที่ 6 มือเบสเล่นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งขนาดของมันเท่ากะลามะพร้าว เป็นเครื่องดีดโดยถือไว้ในอุ้งมือ ทำโน้ตได้ไม่กี่เสียง เพลงที่ 7 Night Passage ออกแนวบัลลาด สาวไนจีเรียสีเชลโลไพเราะมากครับ เป็นทำนองง่ายๆ ฟังติดหู ชื่อของเธอคือ เจนนี่ เอดิชายัน (Jenny Adejayan)
เพลงที่ 8 Funky เพลงนี้มือเพอร์คัสชั่นแสดงความสามารถพิเศษ โดยโชว์เทคนิคเคาะแทมเบอรีนเล่นหยอกล้อกับกีตาร์ ทำให้หวนนึกถึงการละเล่นพื้นบ้านของไทย ประเภทการเล่นกลองเถิดเทิงรำมะนา เพลงที่ 9 Indian Caf? ใช้กีตาร์ไร้เฟร็ตทำจากเปอร์เซีย เพลงนี้มือเพอร์คัสชั่นทำเสียงเอฟเฟกท์จากธรรมชาติ โดยการวักน้ำจากอ่าง ให้เสียงของน้ำผ่านไมค์ อันโตนิโอทำเสียงสไลด์ด้วยนิ้วเป็นทำนองภารต
เพลงที่ 10 Tarantella เป็นภาษาอิตาเลียนบ้านเกิดของอันโตนิโอ พอจบเพลงนี้นักดนตรีออกมาคำนับผู้ชม เสียงปรบมือกราวใหญ่ ให้เล่นอังกอร์ เพลงสุดท้ายสาวเจนนี่ขึ้นอินโทรด้วยเพลง Black Night ของวง Deep Purple ในอดีต เพลงนี้พวกเขาแสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่ และตบท้ายด้วยเพลง Smokin’ in the Water จบเพลงนี้ด้วยทาง บลูส์ มีความสุขกันทั้งนักแสดงบนเวทีและผู้ชม สำหรับนักกีตาร์ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"



