
มองผ่านเลนส์คม - กิ้งก่าได้ทอง
ทุกๆ ปีจะมีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นในวงการเพลงลูกทุ่งเสมอ ใครๆ ก็นึกว่าเพลงลูกทุ่งจะอิ่มตัว ซ้ำซาก วนเวียนร้อยเนื้อทำนองเดียวก็ตามที และยังมีแต่การเลียนแบบพิมพ์นิยมจะดูคล้ายๆ กันไปหมด
แต่ด้วยความที่เพลงลูกทุ่งก็มีลักษณะโดดเด่นตรงที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถจะปรับเปลี่ยนรูปแบบเหมือนกิ้งก่าบางพันธุ์ที่สามารถปรับสีของร่างกายมันตามสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่
เมื่อใดที่เพลงลูกทุ่งเหงาหงอยไป จะมี ”อัศวินขี่ม้าขาว” นำเพลงฮิตติดตลาดเกิดขึ้นแบบที่คนร้องตามกันได้ทั้งเมือง
การเติบโตของนักร้องแบบก้าวกระโดด ทำให้เกิด ”ดาวรุ่ง” ในชั่วข้ามคืน ที่ชีวิตพลิกจากหลังเท้าเป็นฝ่ามือ จากโลกมืดดำเป็นสีสดใสทันตา
นักร้องดังหลายคนจึงอาจปรับตัวรับไม่ทัน จากคนที่เคยนั่งนอนรองานกลายเป็นคนที่มี ”คิวทอง” พอๆ กับดาราดัง จนต้องระดมญาติพี่น้องมาช่วยจัดคิวงานให้
เพลงเดียวเปลี่ยนชีวิตได้ทั้งปี ไม่ต้องมีวันได้พักผ่อนเพราะทั้งงานโชว์ร้องเพลงในคอนเสิร์ต ในผับ งานประจำปี งานอีเวนท์ต่างๆ
หรือแม้แต่การรับเชิญเล่นหนังละครซึ่งนักร้องมักปฏิเสธเพราะสิ้นเปลืองเวลาในการทำงาน ต้องไปรอกองถ่ายแต่เช้า รอคนเข้าฉาก เงินจะได้รับก็ต้องรอให้ละครออกอากาศเสียก่อน สู้เดินสายร้องเพลงไม่ได้ เพราะใช้เวลาไม่เกินชั่วโมงก็รับทรัพย์เงินสดๆ กลับบ้านได้แล้ว
เมื่อชีวิตเปลี่ยนไปได้ภายในพริบตาเหมือนกิ้งก่าได้ใส่ทอง จากคนบ้านนอกที่สู้ชีวิต อยู่กินง่าย หลายคนกลายเป็นคนที่มีความต้านทานต่ำ ทนต่อความร้อนไม่ได้ ต้องอยู่ในที่ปรับอากาศ รถตู้ต้องจอดติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ตลอดเวลา ห้องพักแต่งตัวต้องมีการปรับอากาศหรืออย่างน้อยมีพัดลม เพราะนักร้องดังจะทนอากาศร้อนไม่ค่อยได้
หลังเวทีลูกทุ่ง เราจึงมักเห็นพี่เลี้ยงหรือผู้จัดการทำหน้าที่ “อยู่งานพัด” คือ คอยพัดวีให้นักร้องก่อนขึ้นเวที สมัยก่อนบ้านเดิมที่เคยอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ก็ประโคมติดเครื่องปรับอากาศ ไม่เว้นแม้แต่ห้องนั่งเล่นดูทีวี และเปิดแอร์ได้ตลอดเวลา ไม่ยี่หระต่อค่าไฟเพราะเป็นเงินน้อยนิดเหลือเกิน
นักร้องลูกทุ่งดังนี่แหละเป็นตัวเพิ่มอุณหภูมิให้โลกร้อนดีนักแล เพราะการใช้ชีวิตที่พลิกฝ่ามือของพวกเขา
นั่นคือ ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เห็นได้ชัดของนักร้องดังที่เหมือนกิ้งก่าต้องปรับสีตามสภาพแวดล้อม
ในด้านของนิสัยใจคอเล่า หลายคนที่ได้สัมผัสนักร้องดังมา กล่าวกันเป็นเสียงเดียวว่า เขาหรือเธอทำตัวได้ยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น และมีจำนวนไม่น้อยที่หลงลืมบุญคุณผู้ที่อยู่เบื้องหลังคอยปลุกปั้น ค้ำชูพวกเขา
ประโยคอมตะที่นักร้องน้องใหม่ที่ยังไม่ดัง มักจะพูดว่า มีงานร้องเพลงหรืองานกุศลอะไรให้ช่วยก็บอกนะ จึงเป็นเรื่องน่าขบขัน เมื่อนักร้องคนนั้นเกิดจับพลัดจับผลูโด่งดังในชั่วข้ามคืนขึ้นมา
คราวหน้าจะเขียนถึงมุมมองที่ได้พบมาว่า ทำไมคนปั้นนักร้องลูกทุ่งจึงต้องรวบหัวรวบหางเป็นสมภารกินไก่วัด และเป็นเรื่องที่สืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้
"นคร ศรีเพชร"



