บันเทิง

อย่าทิ้งทุกโอกาสที่ได้รับ  กับชีวิตนักแสดงชื่อ ‘เบลล่า’ 

อย่าทิ้งทุกโอกาสที่ได้รับ กับชีวิตนักแสดงชื่อ ‘เบลล่า’ 

17 ส.ค. 2560

ขยับมาฟังมุมมองความคิดของ "เบลล่า"ราณี ที่มีมากกว่าคำว่า "นางเอก"

          ออกอากาศไปเพียงไม่กี่ตอน สำหรับละครเรื่อง “เพลิงบุญ” เวอร์ชั่น 2017 ที่ ณ ตอนนี้ คอละครติดกันงอมแงม ด้วยความเข้มข้นของเนื้อเรื่อง และหนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ “ใจเริง” ที่รับบทโดย เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์  ทว่าบทผู้หญิงแสนดีอย่าง “พิมาลา” ที่ “เบลล่า” ราณี แคมเปญ แสดงไว้ถูกจับตาเช่นกัน ครั้งนี้ สกู๊ปบันเทิง มีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับ “เบลล่า” เพื่อถามไถ่ถึงชีวิตการทำงานในละครเรื่องนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง 

อย่าทิ้งทุกโอกาสที่ได้รับ  กับชีวิตนักแสดงชื่อ ‘เบลล่า’ 

         @@ พูดถึงกระแสละครเรื่องเพลิงบุญหน่อย

         กระแสตอบรับค่อนข้างดี ที่ีได้ดูกันไป ก็ได้เห็นเบลในบทบาทที่ไม่เคยรับเล่นมาก่อน อย่างบทของพิมาลา มันค่อนข้างมีความซับซ้อนค่อนข้างสูง ด้วยความที่พี่จ๋า (ยศสินี) ตีความว่าให้เป็นพิมในปี 2017 ก็คือผู้หญิงที่มีความทันสมัยเป็นผู้หญิงในยุคปัจจุบัน ที่ถูกสัั่งสอนมาในแบบตามประเพณี รู้จักความผิดชอบชั่วดี อยู่ในครรลองครองธรรม แบบซีเรียสในเรื่องของศีลธรรม แต่ว่าเป็นผู้หญิงที่ทันสมัยคนหนึ่งนะ อย่างมีอะไร เขาก็กล้าพูดออกมา อย่างใจเริงทำไม่ดี ตัวของพิมก็จะบอก ก็จะกล้าพูด ไม่ใช่คนที่ซื่อหรือไม่ทันคนนะ

         @@บทของ “พิมาลา” นับว่าเป็นบทที่ยากมากจนทำให้เครียดเลย 

         ใช่เลยนะ อารมณ์ของตัวละครเรื่องนี้ มันสลัดออกยากมากเลยนะ บางทีเราถ่ายติดกันถึง 3 วัน อารมณ์ยังอยู่อย่างนั้นเลย คืิอจะบอกว่าเบล เข้าใจตัวละครตัวนี้เลยนะ พิมเจอปัญหาชีวิตปัญหาครอบครัวจริงๆ แล้วมันก็ทำให้ตัวของเราโตขึ้นด้วยนะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน ก่อนที่จะรับก็แอบกังวลเหมือนกันนะ เพราะว่าบทมันค่อนข้างยากมาก และเป็นบทที่ไกลตัว แล้วถ้าเราเล่นไม่ได้ เราก็จะจมหายไปเลย เพราะว่าเล่นยาก และเล่นค่อนข้างลึกด้วย อย่างบทของพี่เจนี่ (เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์) เป็นสีสันเป็นความแซบของเรื่อง แล้วบทของพิม เขาก็จะเป็นพิมแบบนี้ ไม่ว่าจะโดนอะไรมาก็ตาม เขาก็จะเป็นพิมที่เป็นคนดี ตัวพิมเป็นอีกหนึ่ง ตัวละครที่เป็นแง่คิดให้กับคนดูนะ 

         @@ ตัวละครอย่าง “พิมาลา” หรือ “พิม” เป็นตัวละครที่ถูกจับตามองที่สุด เพราะต้องไปสู้กับตัวของ “ใจเริง” 

          ตัวละครอย่างพิมและใจเริงไม่ได้มาสู้กันนะ เขาสองคน เป็นตัวละครที่อยู่กันคนละเส้นมากกว่านะ ใจเริงแสดงทุกอย่างออกมา แต่ว่าตัวของพิมรู้ทุกอย่าง แต่แค่ไม่แสดงออกมา ซึ่งเบลต้องแสดงออกมาอย่างไร ให้คนดูรู้ว่าเรารู้สึก แค่เราไม่แสดงออก พิมเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่รู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมทุกอย่างได้ บอกตัวเองว่าเราโอเค แต่ว่ามันก็ถึงวันหนึ่ง ที่ตัวของพิมปรี๊ดขึ้นมา ถึงขั้นตบตีสามีตัวเอง กรีดร้อง คือตัวละครอย่างพิมคิดเสมอว่า ความดีจะเป็นเกาะคุ้มครองตัวเอง แต่กลับกลายเป็นว่าชีวิตพังลงทุกอย่าง เราไม่สามารถควบคุมชีวิตได้ เราเสียทุกอย่าง เสียครอบครัว เสียสามี เสียงาน 

อย่าทิ้งทุกโอกาสที่ได้รับ  กับชีวิตนักแสดงชื่อ ‘เบลล่า’ 

 

          @@ถามถึงฉากเปิดละครเรื่องนี้ ที่“พิมาลา” ต้องแสดงอารมณ์หนักหน่วง เมื่อจับได้ว่าสามีและเพื่อนรักกำลังเล่นชู้หน่อย 

         พี่เติม (ชนินทร ประเสริฐประศาสน์) ผู้กำกับบอกเบลว่าให้เล่นไปก่อนเลย ซึ่งก่อนจะถ่ายทำประมาณอาทิตย์หนึ่ง เบลกินข้าวไม่ได้ เบลเครียดลงกระเพาะเลย คือว่าเราเองก็จินตนาการไม่ถูกเลยนะว่า  เอาอะไรมาเทียบเคียงความรู้สึกแบบนี้ เราเลยตั้งสติมากๆ ลองนึกว่า ถ้าเราเป็นพิม แล้วเราจะรู้สึกประมาณไหน ลองแทนตัวเอง ว่าถ้าเรามีคนที่รัก 2 คน หักหลังเราแล้วเราจะเป็นอย่างไร  ซึ่งพี่เติมบอกว่า ให้รู้สึกว่าสติหลุดแค่นี้ แล้วเล่นแบบสดๆ ไปเลย จริงๆก็เล่นไปหลายรอบ เพราะว่าเป็นเรื่องของการถ่ายทำมุมกล้องต่างๆ เบลร้องไห้แบบว่าไม่คัทตัวเองเลยนะ คือเมื่อเราจับจุดได้แล้ว ก็นั่งร้องไห้เสียใจ ร้องไปเรื่อยๆ แล้วเขาไปเล่นแบบนี้ แล้วฉากนี้ เป็นฉากที่เราต้องเป็นคนเปิดเรื่อง เป็นคนเดินเรื่องของละครเลย เราต้องทำให้ดีที่สุด ซึ่งฉากนี้ทางพี่เติม ถ่ายทำไปตอนเกือบท้ายๆ เรืื่องแล้ว เพื่อให้เราได้อินกับความเป็นพิมก่อน 

         @@ ในมุมมองของตัวเองคิดว่าฉากนั้นเราสอบผ่านไหม 

         ตอนที่เล่นเบลหูดับเลย คือไม่ได้ยินเสียงตัวเองเลยนะ   จำได้แค่อย่างเดียว ก็คือบล็อคกิ้ง พอมาดู เบลรู้สึกว่า โอ้โห้ ขนาดนี้เลยเหรอ แต่ว่าแค่อยากรู้สึกว่าตัวเองเล่นออกมาได้อย่างสุดๆ นะ  แต่ว่าฉากพีคไม่มีแค่นี้นะ ยังมีอีกเยอะนะมาก 

          @@ พอใจมากน้อยขนาดไหนกับผลงานต่างๆ ที่ได้รับ 

          เบลโอเคเลยนะ เบลได้รับบทที่แตกต่างออกไป มีพัฒนาของการแสดง ตลอด 6 ปีที่ทำงานในวงการ ดีใจนะ ที่ได้โอกาสต่างๆ พอเราได้โอกาสที่ดี ทำให้เราอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น   อย่างเรื่องเพลิงบุญ คนดูคาดหวัง อยากดูการแสดงของเรา ที่แตกต่างออกไป แล้วเราอยากทำออกมาให้ดี  ซึ่งเบลไม่รู้หรอกนะว่า อะไรคือตัวตัดสินนะ ว่าผลงานที่เราแสดงออกมาดีแล้วหรืิอยัง แต่เบลคิดว่าถ้าคนดูชอบตัวละครที่เราเล่น เบลดีใจแล้วนะ 

          @@ สำหรับการทำงานในวงการคือความฝันเลยไหม 

ไม่หรอกนะ เบลไม่ได้คิดว่า ตัวเองจะมาเป็นนักแสดงจริงๆ ทุกอย่างเริ่มจากที่ว่าขอคุณพ่อมาแคสงานโฆษณาต่างๆ เท่านั้น แล้วบังเอิญมาถึงจุดนี้ จนมารู้ตัวอีกที เบลก็รักอาชีพนี้ไปแล้ว รักในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ และทำให้ดีไปเรื่อยๆ ตราบที่คนดูอยากดูการแสดงของเบลนะ 

           @@ ถามถึงความกดดันต่างๆ หลังจากขึ้นแท่นนางเอก 

มันมีความกดดันสูงนะ แล้วก็มันมีความหวังจากตอนแรกที่เข้ามาเราคือเด็กใหม่ จะเล่นดีบ้างไม่ดีบ้าง ทุกคนก็ให้อภัยนะ แต่พอมาวันนี้แล้ว อยู่มาสักพักแล้ว การที่รับงานมาเล่นสักเรื่อง เราก็ต้องทำมันออกมาให้ดีนะ ต้องอย่าทิ้่งโอกาสที่เราได้มา   อีกอย่างนะเบลมองว่าเราเองต้องเปิดใจยอมรับทั้งเรืื่องของคำชม และคำติด้วยนะเพื่อมาแก้ไขนะ 

อย่าทิ้งทุกโอกาสที่ได้รับ  กับชีวิตนักแสดงชื่อ ‘เบลล่า’ 

         @@ ตั้งความหวังกับความรักไว้อย่างไรบ้าง 

          โอ้โห้ เอาเป็นความฝันแล้วกันนะ เบลอยากมีครอบครัวนะ อยากมีลูก เพราะว่าเบลเป็นครอบครัวเดี่ยว แล้วเบล์ก็เป็นลูกคนเดียวด้วย พ่อแม่ของเบลเป็นคนอบอุ่น เพราะฉะนั้น ถ้าเบลมีครอบครัวก็อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นนะ  

         @ แล้ว “เวียร์” ศุกลวัฒน์ เป็นผู้ชายที่อบอุ่นไหม 

           อันนี้ยังไม่รู้นะ (หัวเราะ) ถามว่าอึดอัดไหมถูกจับตามองเรื่องความสัมพันธ์ คือสำหรับเบล อยากทำทุกอย่างให้เหมาะสมและให้เป็นไปตามกาลเทศะด้วยนะ 

              เห็นทีแฟนคลับคงต้องตามลุ้น ว่าเมื่อไหร่คู่นี้จะมีข่าวดีน้า!!