
ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท บอย นภ ปั้นฝันครั้งใหม่ร่วมกัน
เพราะชื่นชอบในความไพเราะของเพลงยุค 60 เหมือนกัน อีกทั้งการทำงานร่วมกันใน 15 ปีที่ผ่านมา บอย โกสิยพงษ์ และ นภ พรชำนิ เดินอยู่ข้างกัน สร้างผลงานร่วมกันมาไม่ว่าจะในบทบาทเพื่อนร่วมงาน หรือกองเชียร์ จนกระทั่งวันหนึ่งค้นพบว่าการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่เขาทั้งคู
การค้นพบนี้ ทำให้เพลงอย่าง Away so far เพลงจากการทำงานครั้งใหม่ของทั้งคู่เกิดขึ้น และครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ นภ เป็นนักร้อง และ บอย เป็นโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลง แต่เป็นการทำงานร่วมกันในฐานะศิลปินกลุ่ม
“เป็นเรื่องยากเหมือนกันที่จะบอกหรืออธิบายเพียงครั้งเดียวให้เข้าใจว่าการทำงานครั้งนี้แตกต่างจากการทำงานที่ผ่านมาอย่างไร คงต้องให้ผลงานเป็นตัวชี้บอกว่างานแบบนี้เป็นแบบบอย นภ งานแบบนี้เป็นแบบบอย ป๊อด(ธนชัย อุชชิน)
อย่างหนึ่งที่บอกได้คือผมกับนภ เราทำงานด้วยกันมา 15 ปี ทุกครั้งที่เราทำงานด้วยกัน เราเห็นภาพกว้างขึ้น พอถึงจุดหนึ่งก็มาคิดว่าเราน่าจะทำงานด้วยกันแบบจริงจัง ไม่เหมือนตอนที่ผมทำกับป๊อด อันนั้นเป็นการทำโปรเจกท์พิเศษ ผมกับป๊อดเราไม่เหมือนกันเลย จึงอยากที่จะลองนำความต่างมาทำงานร่วมกันดู
ผมกับนภ เราทำงานกันมา 1 ปี ยิ่งทำงานด้วยกัน ก็ยิ่งสนุก ยิ่งมีความสุขไปกับมัน ไม่รู้ทำไม เลยคิดว่าเรามาเป็นบอย นภ ดีกว่า ต่อไปหากผมจะไปทำงานกับใครอีก ก็จะไม่ไปทำคนเดียว จะไปในนามบอย นภ และคิดว่าจะไม่มีอัลบั้มลักษณะบอยเดี่ยวออกมาอีก” บอยเรียบเรียง อธิบาย งานใหม่ครั้งนี้ให้ฟังเป็นฉากๆ
และด้วยความชื่นชอบของทั้งคู่ ทำให้งานเพลงในครั้งนี้ออกมาในแบบย้อนกลับไปในยุค 60 ให้ความสำคัญกับการนำเครื่องสายมาบรรเลง เฉกเช่นที่เคยได้ยินในเพลงของ แฟรงค์ ซินาตร้า และเพราะทำขึ้นจากความหลงใหลและรักในดนตรียุคนี้ ด้วยความสุขในการทำงาน ทั้งคู่จึงเลือกเดินทางไปอัดเสียงกันที่ แคปิตัล สตูดิโอ สหรัฐอเมริกา ที่เดียวกับที่ แฟรงค์ ซินาตร้า เคยอัดเสียงอีกด้วย
“ผมคิดว่า ปี 60-70 เป็นปีที่ในวงการดนตรีมีแต่เพลงเพราะ ผมฟังเพลงยุคนั้นเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเบื่อ แม้แต่ห้องอัดของผมทุกวันนี้ก็จะมีรูปของศิลปินยุคนั้นเต็มไปหมด อย่าง แฟรงค์ ซินาตร้า ก็เป็นเหมือนแรงบันดาลใจ ทำให้อยากที่จะใช้นักดนตรี คนที่เคยทำงานให้กับแฟรงค์ เลยเดินทางไปทำงานกันที่นั่น ถึงแม้ท่านเหล่านั้นจะอายุมากแล้ว แต่ผมอยากพาคนฟังกลับไปในยุคนั้นจริงๆ อยากให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความไพเราะ ความสบายของเพลงในยุคนั้น" บอยกล่าว ในขณะที่นภ เสริมว่า
“พอมาทำงานด้วยกันแล้วมันสนุก มุมมองกว้างขึ้น ไม่ใช่แค่การมาร้อง เราอยากทำให้ดีที่สุด ประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกเราว่าหากเราต้องเสียงแบบนี้ เราต้องไปที่ไหน เราละเอียดในการทำงานครั้งนี้มากๆ ทำให้งานที่ออกมาลงตัว ไม่ใช่แค่ตัวเพลง แต่รวมไปถึงทุกอย่างที่จะออกมา แม้กระทั่งสารคดีที่ทำขึ้นประกอบ ต้องคิดขนาดว่าจะทำอย่างไรให้ได้ช่างภาพคนนี้มาทำงานด้วย”
ทั้งคู่ยังเชื่อด้วยว่าคนที่ได้ฟังเพลงชุดนี้จะเหมือนทั้งคู่ไปนั่งอยู่ข้าง เป็นเพลงใช้ได้กับชีวิตจริงของทุกคนจริงๆ
“เพลงในชุดนี้มีความหลากหลายในแนวคิด เอาความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่เป็นตัวตั้งในการเขียนเพลงออกมา วิธีการร้องของนภก็จะแตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง จะเป็นเหมือนเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง มีหน้าที่สื่อสารอารมณ์ของบอย นภ ให้ทุกคนรู้สึก ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่มีความสุขที่ได้ทำ บางเพลงร้อง 20-30 ครั้ง
ในเรื่องของงบประมาณในการทำงาน จริงๆ เราไม่ค่อยอยากบอก เพราะพอทำแล้วเราสนุก เราก็ต้องการได้ในสิ่งที่อยากได้ เอาเป็นว่าใช้งบเยอะมาก ประมาณ 10 กว่าเท่าของงานที่ทำๆ กันอยู่ทุกวัน ถามว่ามากกว่า 8 หลักไหม บอกได้เลยว่าเกิน และนี่คือราคามิตรภาพ ทุกคนน่ารักมาก ให้ความช่วยเหลือหลายๆ อย่างเพื่อให้งานครั้งนี้เดินต่อไปได้
ก่อนที่จะทำอัลบั้มนี้เรามักจะทำงานมองที่ปลายทางก่อน แต่อัลบั้มนี้ไม่เป็นอย่างนั้น เราทำไปโดยไม่ได้มองเลยว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร เราสนุกกับทุกช่วงเวลาของการทำงาน เราอยากให้อัลบั้มนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงการทำงานด้วยความรักและความปรารถนา”
บอย และนภ เล่าต่อว่าขณะนี้การทำงานในส่วนบันทึกเสียงดนตรีเสร็จสิ้นไปแล้ว 25 เพลง เหลือเพลงการอัดร้องในบางเพลง โดยจากนี้ถึงสิ้นปีจะมีการทยอยปล่อยซิงเกิ้ลออกมาให้ฟังเรื่อยๆ และจะมีอัลบั้มเต็มออกมาในสิ้นปีนี้เอง ซึ่งอัลบั้มเต็มจะไม่มีการขาย จะทำในลักษณะแจกฟรี แต่จะเป็นอย่างไรยังคงต้องติดตามกันไปเรื่อยๆ
“นี่เป็นเพียงโปรเจกท์แรก ยังคงมีอื่นๆ ตามออกมาอีก เฟสต่อไปจะมีโปรดักชั่นส์ที่เจ๋งกว่าประมาณต้นปีหน้า จะทำให้เห็นภาพของความเป็นบอย นภ ชัดเจนขึ้น เราวางไว้ว่าสิ้นปีหน้าเฟส 3 จะต้องออกมา ส่วนคอนเสิร์ตใหญ่จะมีในเดือนพฤษภาคม
วิธีคิดในเรื่องการโปรโมท อัลบั้มนี้ก็จะต่างไป เราจะไม่ได้มีงบไปซื้อโฆษณามากๆ เราอยากที่จะลองตั้งใจทำงานออกมาให้ดี ส่วนการโปรโมทจะใช้วิธีเดินทีละก้าว ใช้วิธีขอแรง แบบปากต่อปาก เราอยากลองดูว่าจะไปได้จริงหรือเปล่า เปลี่ยนให้แฟนเพลงมาเป็นมาร์เก็ตติ้ง เรามีหน้าที่ตั้งใจทำงานออกมาเท่านั้น
ถามว่าเราตั้งใจทำเพราะเล็งเห็นในตลาดยังไม่มีเพลงแบบนี้ใช่หรือไม่ อย่างที่บอกเราทำงานกันโดยที่ไม่ได้มองปลายทาง ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่เผอิญเมื่อทำไปแล้วดันไปตรงกับช่องว่างในตลาดที่ไม่มีคนกลับไปมองเท่านั้น” ทั้งคู่ทิ้งท้าย
ติดตามงานของดูโอคู่ใหม่หน้าเก่านี้ได้ทาง www.loveisloveis.com <http://www.loveisloveis.com> หรือ <http://www.facebook.com/boydnop>



