บันเทิง

โลกใบนี้ดนตรีไทย อาทิตย์ที่  23  กรกฎาคม  2560

โลกใบนี้ดนตรีไทย อาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2560

22 ก.ค. 2560

ทิ้งใจไว้ไทเป 2

โดย อาจารย์ขุนอิน

    วันแรกที่ผมได้ไปถึงไทเป พอเข้าเช็กอินที่โรงแรมหรูย่านซิเหมนติงยังไม่ทันได้อาบน้ำก็ต้องรีบเดินทางไปที่ Taiwan International Concert Hall เพื่อไปร่วมในพิธีเปิดงาน Taiwan International Percussion Convention ซึ่งกระทำแบบเรียบง่าย สไตล์ค็อกเทลในบริเวณด้านหน้า ฮอลล์ และยังได้มีการขานชื่อนักดนตรีจาก 17 ประเทศ รวมถึง มิสเตอร์ขุนอิน ไทยไซโลโฟน จากนั้นไม่นานพอผมโบกไม้โบกมือกับสื่อมวลชนไต้หวันและผู้ร่วมงานแล้ว ทุกๆ คนที่อยู่ในบริเวณงานก็ต้องเข้าไปในฮอลล์ ที่ภายในแสนสวยงามไม่แพ้หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมบ้านเรา เพื่อเข้าไปชมการแสดงของวง JU.Percussion วงเจ้าภาพแสดงเปิดงานวงเดียวเต็มรูปแบบใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็ม
    การแสดงของวง JU.Percussion นั้น เป็นการแสดงที่แบ่งออกเป็นเพลงชุดความยาวประมาณชุดละ 15 นาที ดูเหมือนยาว แต่พอชมแล้วไม่รู้สึกว่าเพลงนั้นยาว เพราะเขาเรียบเรียงเพลงต่างๆ ได้สุดยอด ในบางเพลงจะผสมผสานกลองจีนสไตล์พื้นเมืองของเขา บางเพลงก็จะใช้เครื่องเคาะทองเหลืองจำพวกโหม่ง หรือฆ้องหุ่ยบ้านเรา บางเพลงก็จะเน้น มาริมบา ซึ่งเป็นเครื่องเคาะชนิดหนึ่งคล้ายๆ ไซโลโฟน แต่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งก็จัดว่าเป็นเครื่องดนตรีสากลชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในประเทศไต้หวันมากที่สุดคือมีเรียนในทุกๆ มหาวิทยาลัยที่มีเอกดนตรี มีนักดนตรีสุภาพสตรีที่จัดเป็นซูเปอร์สตาร์ขึ้นปกนิตยสารหรือโฆษณาสินค้าบางชนิดที่ประเทศไต้หวัน ส่วนวง Ju.Percussion นักดนตรีทั้ง 12 คนนั้น เล่นมาริมบาเก่งๆ กันทุกคน แต่จะมีสุภาพสตรีอยู่ 1 ท่าน มีชื่อว่า Pei-ching Wu ที่ถือว่าเป็นดาราชูโรงของ JU.Percussion และเป็นซูเปอร์สตาร์ของไต้หวัน เป็นพิธีกรรายการทีวีและเป็นอาจารย์สอนมาริมบาที่มหาวิทยาลัยหลายๆ แห่งในไต้หวัน ซึ่งในวันงานนั้น Pie-ching Wu ได้โชว์เทคนิคการตีมาริมบาได้สุดยอดแบบคล่องแคล่วแม่นยำพลิ้วไหวเหนือคำบรรยายใดๆ
    ในวันรุ่งขึ้น 21 พฤษภาคม 2560 ก็ถึงคิวแสดงของผม สถานที่ก็คือที่เดียวกันกับเมื่อวานนี้ โดยการแสดงในช่วงแรกจะเป็นการแสดงเดี่ยวของนักตีมาริมบาระดับโลก 3 ท่านด้วยกัน พอเบรกพักครึ่งกลับมาก็จะเป็นการแสดงของ Mr.Cassper นักตีกลองอุซเบกิสถานแล้วก็ตัวผม ปิดท้ายด้วยนักตีกลองพื้นเมืองชาวเลบานอน Mr.Abbos Cosimov จากเลบานอน พอการแสดงจบลงดูเหมือนว่าผู้ชมนั้นจะชื่นชมตัวผมเองมากเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะว่าผมถูกประกบด้วยเสียงกลอง คือเป็นเครื่องทำทำนองอยู่คนเดียว ที่สำคัญคือผมเล่นเพลงเหอเยิ่นจิ้นไจ้ไหล ของนักร้องดังระดับโลกในอดีตชาวไต้หวัน เติ้ง ลี่ จวิน ผู้ล่วงลับไปแล้ว มิหนำซ้ำผมยังพูดขอบคุณผู้ชม ในขณะที่บรรเลงเพลงสุดท้ายเป็นภาษาจีนกลาง ซึ่งตรงนี้สามารถเรียกคะแนนความนิยมที่วัดได้จากเสียงปรบมืออย่างกึกก้องและยาวนาน
    ในช่วงบ่ายก่อนที่ผมจะแสดงนั้น ผมได้ทดสอบเสียงซาวนด์แบ็กกิ้งแทรค เนื่องจากเดินทางมาแสดงคนเดียว และผมก็ถือโอกาสซ้อมเพลงทั้ง 4 เพลงที่เตรียมมาแสดงในงานนี้ เริ่มมาจากเพลงประจำตัว จีนตอกไม้ บทเพลงพระราชนิพนธ์สายฝน เพลงเหอรื่อจวิ้นไจ้ไหล และสุดท้ายเพลงซินเนียนไคว่เล่อ ในขณะที่ผมซ้อมเหมือนแสดงจริงนั้น ซูเปอร์สตาร์มาริมบา Pie-ching Wu ได้ขออัดคลิปการตีระนาดของผมด้วยสมาร์ทโฟนในระยะเผาขน ซึ่งตัวเขาได้บอกผมว่าจะขอเก็บไปศึกษาวิธีการตีของผมที่ทำอย่างไรถึงมีเทคนิคการตีที่รวดเร็วและไพเราะ ซึ่งตัวเขาเองบอกว่า ชื่นชมและติดตามผลงานของผมในยูทูบมาตลอด แถมยังบอกอีกว่า ทุกคนในวงของอาจารย์จูนั้น ชื่นชมในตัวขุนอิน ทั้งภาพยนตร์โหมโรงและผลงานเพลง พอได้ฟังแบบนี้ก่อนแสดงผมเริ่มรู้สึกเทใจให้ไทเปไปบ้างแล้ว คือยังไม่ถึงทิ้งใจนะครับ แค่เทไปบ้างในบางส่วน
    เอาล่ะครับ ฉบับหน้าค่อยมาว่ากันใหม่ อ้อ!! ผมลืมบอกไปว่า ผมมีล่ามประจำตัวเป็นสาวไทย ชื่อว่า คุณเมย์ ที่คอยอำนวยความสะดวก รวมถึงพาผมไปทุกๆ สถานที่ตลอดทั้ง 9 วันในงานนี้ และคนนี้แหละที่มีส่วนทำให้ผมทิ้งใจไว้ไทเปครับ