บันเทิง

บีแซท ส่งจานสีส้มลงตลาด
ขอขึ้นชั้นผู้นำทีวีดาวเทียม

บีแซท ส่งจานสีส้มลงตลาด ขอขึ้นชั้นผู้นำทีวีดาวเทียม

18 ก.ย. 2552

ขณะที่ความนิยมคนดูทีวีดาวเทียมกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจขายจานดาวเทียมพลอยขยายตัวเพิ่มไปด้วย และจานดาวเทียมขนาดเล็กที่กำลังมาแรงพร้อมมีช่องรายการที่หลากหลาย ช่วงนี้ จานสีส้มไอพีเอ็ม คือตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนต่างจังหวัดเวลานี้

  "บริษัทบีแซท เราก่อนตั้งมาเมื่อปี 2549 เพื่อทำอุปกรณ์ชุดรับดาวเทียม เคเบิล ซึ่งมาวันนี้เราต้องการให้ลูกค้าชมช่องรายการที่ดีๆ ในราคาสมเหตุสมผล เป้าหมายก็จะขยายไปยังผู้บริโภค ซึ่งบ้านต่างๆ ติดเสาลดลง จานดาวเทียมมีช่องเยอะกว่า ภาพดีกว่า มีผู้ผลิตรายการใหม่ๆ มาทำรายการกันมากขึ้น จากที่เป็นเสาปกติดูได้แค่ 5-6 ช่องตอนนี้พอมาเป็นจานดาวเทียมก็มีช่องให้เลือกดูกว่า 100 ช่องทิศทางจานดาวเทียมก็เติบโตขึ้นจนเห็นได้ชัดปีๆ หนึ่งมีช่องเพิ่มเข้ามา 10 ช่องขึ้นไป"

 เบ็น วิวัฒน์วารินทร์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงจากบริษัทบีแซท เปิดฉากบอกจุดแข็งทั้งด้านอุปกรณ์เคเบิลดาวเทียมและช่องรายการของจานไอพีเอ็มกับทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ซึ่งบริษัทบีแซทเข้ามาทำด้านการตลาดให้กับจานไอพีเอ็มเพียงอย่างเดียว

 "พูดง่ายๆ เราเป็นตัวจัดจำหน่ายสินค้าของไอพีเอ็มทั้งหมดคือทำการตลาดให้ส่วนของสถานีตัวรายการสินค้า ช่องสัญญาณนั้นทางไอพีเอ็มเขาทำเองทั้งหมด ปัจจุบันจานดาวเทียมแบ่งเป็น 2 ระบบ คือ ซีแบนด์และเคยูแบนด์  ซีแบนด์รับชมช่องรายการได้ทางดาวเทียมไทยคมมีทั้งช่องไทยและต่างประเทศ ส่วนเคยูแบนด์ในปัจจุบันจะเป็นรายการของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้สมาชิกได้ดูในส่วนของไอพีเอ็มตัว เครื่องเราสามารถรับได้ทั้ง 2 ระบบเลย แต่เราเน้นทำการตลาดทางเคยูแบนด์ หรือจานเล็ก ซึ่งเราใช้จานสีส้ม ซึ่งช่องรายการในปัจจุบันของจานส้มเรารับได้ประมาณ 80 ช่อง เป็นช่องไทยทั้งหมด รายการที่เป็นของต่างประเทศเราก็แปลมาเป็นภาษาไทย"

 นี่คือจุดเด่นที่ เบ็น วิวัฒน์วารินทร์ เล่าให้เราฟังอย่างภาคภูมิใจ เท่าที่เราตรวจสอบจานสีอื่นๆ พบว่ายังไม่มีความชัดเจนเรื่องรายการเท่าไหร่นัก เมื่อถามถึงจำนวนสมาชิกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไอพีเอ็มมีจำนวนสมาชิกที่ถือว่าใช้ได้ทีเดียว

 "เรามีสมาชิกประมาณ 3 แสนรายแล้ว ซึ่งเราทำมา 2-3 ปีเอง ตอนนี้เรากำลังขยายสมาชิกให้เพิ่มขึ้น โดยเราลงทุนในส่วนของการซื้อช่องสัญญาณจำนวนมาก เรามีช่องพันธมิตรหลายราย ส่วนผู้ที่ต้องการขึ้นช่องรายการทางดาวเทียมก็สามารถติดต่อได้ โดยแผนที่ผมวางไว้ของเรามีอยู่ตอนนี้ 80 ช่อง ก็จะเพิ่มทั้งหมดได้ถึง 120 ช่อง แต่ต้องดูกำลังการผลิตก่อน เพราะต้องใช้คนเยอะ รายการเราจะมีรายการที่ผลิตและออกอากศทางช่องซีแบนด์ด้วย เราก็ให้เขามาออกทางเคยูแบนด์ด้วย ตรงนี้จะทำให้ลูกค้ามีทางเลือกที่คุ้มค่า เพราะติดจานส้มของเราแล้วสามารถดูได้ทั้ง 2 อย่างเลย"

 มีหลายคนสอบถามถึงการส่งสัญญาณทั้งซีแบนด์และเคยูแบนด์ว่า ต่างกันอย่างไร เบ็นบอกกับเราอย่างรวดเร็วว่า

 "การส่งซีแบนด์จะใช้จานดำใหญ่ๆ รับ ซึ่งจะกินเนื้อที่ แต่ถ้าเป็นการส่งย่านเคยูแบนด์ก็จะใช้จานเล็กรับ ซึ่งจะประหยัดเนื้อที่ ต่างระบบกัน ซึ่งอยู่ที่ลูกค้าจะเลือกรับระบบไหน จานเล็กเราจะได้ลูกค้าที่เคเบิลเข้าไปไม่ถึง ซียูแบนด์จะติดตั้งง่ายกว่า ส่วนข้อเสียถ้าฝนตกภาพมีล้มเหมือนกัน แต่ถ้าลูกค้ากังวลเรื่องนี้ก็สามารถติดตั้งเป็นซีแบนด์ก็ได้ โดยเพิ่มหัวดูโอเข้าไปก็จะดูได้ทั้ง 2 ระบบ"

 เมื่อย้อนมาดูช่องรายการของไอพีเอ็ม ดูเหมือนจานระบบนี้จะสร้างความั่นใจให้แก่ผู้ซื้อเป็นหลัก ซึ่งเรื่องนี้ผู้บริหารหนุ่มบอกว่า

 "เราเน้นเรื่องการสร้างความมั่นคงให้ช่อง โดยเราลงทุนผลิตตัวรายการเอง เพื่อรองรับจานไอพีเอ็ม เราทำเองส่วนหนึ่งแล้วก็มีพาร์ทเนอร์ส่วนหนึ่ง ซึ่งเราใช้ช่องของเขามาขึ้นกับเรา ช่องที่เราทำเองตอนนี้เกือบ 20 ช่องแล้ว จุดนี้ถ้าใครที่ดูจานย่านซีแบนด์จะพบว่า บางรายการที่เราเคยดูมันหายไป เพราะผู้ผลิตเลิกกลางคัน ฉะนั้นคนดูก็จะกลัวว่าติดจานแล้วจะมีช่องดูหรือเปล่า เราจึงผลิตรายการเอง เพื่อการันตีลูกค้าว่า ยังไงของเราไม่มีหายไปไหนติดแล้วดูได้ตลอด"

 ส่วนกลุ่มเป้าหมายของเคเบิลกับทีวีดาวเทียมเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ คำตอบที่เราได้คือ เหมือนกัน เพราะเบ็นบอกว่า ทั้งเคเบิลและดาวเทียมต่างเสริมจุดแข็งจุดด้อยซึ่งกันและกันได้

 "จานไอพีเอ็มเราสนับสนุนเคเบิลด้วย เรามีรายการดีๆ เหมือนกันที่อยากให้เคเบิลนำไปแพร่ภาพ เราต้องการขยายฐานลูกค้าของเราเหมือนกัน ทุกวันนี้เคเบิลหลายที่ก็รับสัญญาณเราไปบรรจุในช่องเขา เคเบิลจะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในตัวเมือง จานจะเป็นนอกเมืองที่เคเบิลไปไม่ถึงตลาดทั้งสองไปด้วยกัน เคเบิลอาจไม่มีเรื่องติดตั้งตอนแรก แต่ดาวเทียมต้องมี ตัวรายการคนผลิตก็ต้องการเคเบิลและทีวีดาวเทียมด้วย ตอนนี้คนดูทีวีดาวเทียมมากขึ้น สินค้าก็เห็น เขาก็สนใจมากขึ้น เพราะเขารู้ว่าคนเคเบิลก็ดูสินค้าเขาได้"