บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - แอนิเมชั่นไทย

มองผ่านเลนส์คม - แอนิเมชั่นไทย

18 ก.ย. 2552

ก็น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดี ที่สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ร่วมกันจัดงานเทศกาลภาพยนตร์แอนิเมชั่นนานาชาติกรุงเทพฯ 2552 เป็นครั้งแรก ในปลายเดือนนี้

 ผู้จัดบอกว่า เพื่อกระตุ้นแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และต่อยอดทางธุรกิจ ทั้งแสวงหาความร่วมมือกับนานาประเทศในการที่จะสร้างเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

 ซึ่งก็ถือเป็นแนวโน้มที่ดี แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น มานั่งคิดว่า การคัดสรรหนังแอนิเมชั่นดีๆ จากเทศกาลทั่วโลกกว่า 40 เรื่องมาให้ได้ดูกันถึงที่ หรือการเปิดเวทีกลางให้ทั่วโลกซื้อขายหนังกัน แม้กระทั่งการจัดเสวนาเพื่อปลุกกระแสแอนิเมชั่นให้เป็นที่น่าสนใจ ดูมันจะลัดขั้นตอนไปหรือไม่

 เราได้ส่งเสริมให้คนไทยด้วยกันผลิตผลงานที่มีคุณภาพอย่างเต็มที่และต่อเนื่องหรือยัง ได้ปูพื้นฐานให้คนสนใจเสพศิลปะด้านนี้อย่างเต็มที่หรือไม่
 
 ลองถามคนทั่วไปดูว่า "แอนิเมชั่น" ในใจของเขามีเรื่องอะไรบ้าง
 ถ้าไม่ใช่ "ก้านกล้วย" ของบริษัทกันตนาแล้ว แทบจะนึกไม่ออกเลยว่า ยังมีเรื่องอะไรอีก
 แม้แต่  "นาค" ของ คุณบอย โกสิยพงษ์ ก็ยังไปไม่ถึงดวงดาว แม้จะมีความตั้งใจเปี่ยมล้นแค่ไหนก็ตาม

 และคงไม่ต้องพูดถึงหนังงบบานอย่าง "พระพุทธเจ้า" ที่เอาเข้าจริงคนรักที่จะทำก็ต้องช้ำใจ เพราะเจอกับปัญหา "ขาดทุนยับ" 

 อาจเป็นเพราะศาสตร์ด้านนี้มันยากและลงทุนสูง แต่ถ้ามองอีกด้านก็นับเป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่ง

 ปัญหาหนึ่งอาจจะเป็นอย่างที่ ณัฐทพงศ์ รัตนโชคสิริกูล ผู้กำกับ "นาค" เคยพูดไว้ว่า คนทำแอนิเมชั่นส่วนใหญ่ยังอยู่ในระบบสตูดิโอ ซึ่งนั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับคนทำแล้วว่าจะมีชั้นเชิงในการนำเสนอ หรือแฝงแมสเสจลงไปในหนังได้แนบเนียนแค่ไหน

 จะว่าไป ใช่ว่าจะไม่มีคนสนับสนุน ที่ผ่านมาได้มีความพยายามให้ "แอนิเมชั่น" เป็นหนึ่งในความบันเทิงเหมือนกัน  อย่างเมื่อ 2 ปีก่อน สื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) ในการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่ผู้ผลิตสื่อรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเยาวชนจนนำมาสู่เครือข่ายสร้างเสริมผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ (สส.สส.) เปิดเวทีให้น้องๆ "ปล่อยของ" ทั้งยังตั้งรางวัล "We...Animation : กระพือปีกฝัน ปั้นหนังแอนิเมชั่น"  แล้วด้วยซ้ำ

 นอกจากนี้ยังมีคนกล้าทุ่มสร้างโรงหนัง 4 มติ เพื่อรองรับการดูหนัง 3 ดีก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ...แต่หลังจากนั้นก็ดูเหมือนขาดช่วงไป

 การรับเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ อาจจะดูตูมตามเกินไป แต่ถ้ามองในแง่ดี อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่สนใจลุกขึ้นมาสร้างหนังแอนิเมชั่นอย่างจริงจังอีกครั้ง

 จะแปลกอะไร ก็หลังจากที่ อาจารย์ปยุต เงากระจ่าง ได้บุกเบิกผลงานแอนิเมชั่นไทยเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ถึงวันนี้เรายังสร้างงานดีๆ ได้เพียงไม่กี่เรื่องเอง

 และหากจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ก็คงยังไม่สายเกินไปนัก!!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"