บันเทิง

กะรัตรัก Diamond LoverEp.22

กะรัตรัก Diamond LoverEp.22

19 ก.ค. 2560

‘เซี่ยวเลี่ยง’ กำลังมีชีวิตที่วุ่นวาย เมื่อ ‘เยี่ยฉี’ แฟนเก่าของเขาเข้ามาพัวพันในชีวิตอีกครั้ง

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 23.10 น. ทางช่อง NOW26

Diamond Lover Ep.22

    เยี่ยฉีมาพบเซี่ยวเลี่ยงเธออ้างว่าจะติดต่อเรื่องธุรกิจ เซี่ยวเลี่ยงยืนยันว่ายังไงก็ไม่ทำกับเธอและไล่เธอกลับ
    “ฉันยังไม่ได้พูดเรื่องธุรกิจเลยคุณก็รีบปฏิเสธซะแล้วยังโกรธเรื่องในอดีตอยู่เหรอ”
    “คุณเข้าใจผิดแล้วผมยังไม่ได้ปฏิเสธซักหน่อยผมแค่ไม่สนใจงานนี้เท่านั้นเอง”
    “ฉันรู้ว่าคุณยังโกรธฉันอยู่แต่ว่าเซี่ยวเลี่ยงมันผ่านไปแล้วนะคะ”
    “อย่าเรียกชื่อของผมเพราะตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์”
    เหม่ยลี่จะเข้าไปในห้องเซี่ยวเลี่ยงแต่เพื่อนพนักงานห้ามไว้บอกว่ามีแขกอยู่
    เยี่ยฉียังคุยกับเซี่ยวเลี่ยง
    “นี่คือกรณีความร่วมมือที่บริษัทของเราเสนอหวังว่าคุณจะใช้มุมมองของธุรกิจพิจารณาดู”
    เซี่ยวเลี่ยงตัดบท “ผมไม่พิจารณาหรอก”
    “แต่คุณต้องพิจารณาฉันจะรอฟังข่าวของคุณดูหนังสือการวางแผนก่อนสิคุณต้องชอบแน่”
    เยี่ยฉีออกมาเจอกับเหม่ยลี่ เหม่ยลี่ทักก่อน “คุณเยี่ย”
    “คุณคือ..อ้อคุณคือคนเมื่อคืนนี้หนิ”
    “เรียกฉันว่ามี่โตะก็ได้ค่ะคุณมาคุยงานกับคุณเซี่ยวเหรอคะ”
    “อื่ม..ก็ไม่ทั้งหมดหรอกแค่มาสานสัมพันธ์น่ะไม่ได้เจอกันหลายปีคุณเซี่ยวยังเหมือนเดิมเลยดื้อรั้นไม่เคยเปลี่ยน”
    “ดูเหมือนคุณจะรู้จักคุณเซี่ยวดีนะคะ”
    “ไม่มีใครรู้จักเขาดีไปกว่าฉันหรอกขอตัวก่อน” 
    เยี่ยฉีเดินมาเจอจื่อเกลียงก็ทักทาย
    “หลินจื่อเหลียง”
    “เยี่ยฉี”
    ซือหยวนถาม “เธอคือ..”
    จื่อเหลียงว่า “เพื่อนเก่าผมน่ะที่เหลือผมจะกลับมาคุยต่อ”
    เยี่ยฉีเดินคุยไปกับจื่อเหลียง

กะรัตรัก Diamond LoverEp.22
    เหม่ยลี่เข้ามาหาเซี่ยวเลี่ยงที่ห้องทำงาน
    “คุณเซี่ยวคะนี่คือภาพเขียนใหม่ที่จะให้คุณตรวจนี่ค่ะ”
    “วางไว้ก่อนมีอะไรอีกเหรอ”
    “ตอนนี้ที่นี่มีแต่เราคุณไม่ต้องรักษาระยะห่างกับฉันหรอกน่าทำไมไม่ตอบข้อความฉันล่ะ”
    “เอ่อคุณส่งข้อความให้ผมเหรอขอโทษทีผมปิดเครื่องอยู่”
    “ทำไมไม่ตอบฉันทั้งคืนเลยล่ะฉันห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณซะอีก”
    “ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง”
    “จริงสิเมื่อกี้ฉันเจอคุณเยี่ยด้วยแต่พูดกันแค่ไม่กี่คำเอง”
    “เขาคุยอะไรกับคุณ”
    เหม่ยลี่ว่า “ไม่ได้คุยอะไรหรอกแค่ทักทายเท่านั้นเองเธอบอกว่าเธอเป็นเพื่อนคุณมาตั้งหลายปี”
    “ต่อไปอย่าคุยกับเยี่ยฉีอีกและอย่าถามเกี่ยวกับเรื่องของเธอ” เซี่ยวเลี่ยงสั่ง
    เหม่ยลี่แปลกใจ “พวกคุณเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”
    เซี่ยวเลี่ยงดุ “ผมบอกว่าอย่าถามเรื่องเขาไงล่ะ”
    “คุณอารมณ์เสียใส่ฉันทำไมฉันเป็นห่วงคุณนี่นา”
    “คุณไม่ต้องห่วงผมแค่มีบางอย่างต้องจัดการขออยู่เงียบๆ ซักพัก”
    เวลาเดียวกัน จื่อเหลียงก็คุยกับเยี่ยฉี
    “คิดไม่ถึงว่าจะเจอคุณที่บริษัทการเจอกันของคุณกับเซี่ยวเลี่ยงต้องน่าตื่นเต้นมากแน่”
    เยี่ยฉีว่า “ฉันกับเซี่ยวเลี่ยงแค่คุยธุรกิจกันเท่านั้น”
    “จริงเหรอคุณเป็นคนยังไงผมรู้ดีกลับมาคราวนี้จะเล่นวิธีไหนอีกล่ะ”
    “เล่นเหรอ?ในบ้านตระกูลเซี่ยวคนที่มีสิทธิ์เล่นกับฉันมีแค่เซี่ยวเลี่ยงเท่านั้นคุณอย่ายุ่งเลยดีกว่า”
    “ฮิคุณเยี่ยนี่ยังเหมือนเดิมเลยนะชอบฝันไกลเหมือนเดิมเลย”
    “คุณก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอเพราะคุณก็ต้องการตำแหน่งของเซี่ยวเลี่ยงมาตลอดผ่านมาตั้งหลายปีคุณก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นแซ่เซี่ยวชีวิตนี้คงฟื้นตัวได้ยากแล้วล่ะ”
    จื่อเหลียงเริ่มไม่พอใจ “เยี่ยฉีจะพูดอะไรระวังๆ ปากหน่อยบางทีต่อไปต้องมีสักวันคุณอาจมาขอความช่วยเหลือจากผมก็ได้หืม?”
    “ช่วยฉันเหรอ”เยี่ยฉีหัวเราะ“เซี่ยวเลี่ยงเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของคุณฉันไม่หวังให้คุณช่วยฉันหรอกนะท่านรองหลินฉันว่าเรารักษาระยะห่างกันเหมือนเมื่อก่อนดีกว่านะไม่งั้นถ้าคนอื่นเห็นจะไม่ดีกับเราทั้งสองคน”
    “เยี่ยฉีถึงเราจะไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกันแต่ผมสามารถช่วยคุณได้แน่”
    “จุดประสงค์ล่ะทำไมคุณถึงต้องการที่จะช่วยเหลือฉันล่ะ”
    “คุณยังจำได้มั้ยเมื่อก่อนใครเป็นคนแยกพวกคุณออกจากกันล่ะตอนคุณอยากคุยความร่วมมือกับเซี่ยวเลี่ยงไม่มีทางผ่านด่านพ่อผมไปได้แน่นอกจากผ่านทางผมไม่อย่างงั้นคุณจะไม่ได้แตะต้องแม้แต่ปลายเล็บของเซี่ยวเลี่ยง”
    “ถ้างั้นคุณบงการอยู่เบื้องหลังฉันจะรับผิดชอบการแสดงเบื้องหน้าดูเหมือนจะยุติธรรม”
    “ดีงั้นขอให้ความร่วมมือของเราเป็นไปอย่างราบรื่น”
    “พูดในตอนนี้มันเร็วเกินไปคุณเอานี่ไปคิดดูว่าจะเชื่อมงานแรกของฉันกับเซี่ยวเลี่ยงยังไง”
    “คุณเยี่ยไม่ต้องกังวลมีผมอยู่คณะกรรมการของบริษัทเราต้องยอมรับเพื่อนที่สมบูรณ์แบบอย่างคุณเยี่ยไว้แน่”
    “ยินดีน้อมรับ”
    “โอเค”
    เหม่ยลี่เจอฉีหยูก็เลยถามเขาว่า ช่วงนี้เซี่ยวเลี่ยงทำอะไรเมื่อคืนเขาไปไหนเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า
    ฉีหยูตอบ “เมื่อคืนเหรอเมื่อคืนเขาอยู่กับคุณไม่ใช่เหรอ”
    “แล้วในบริษัทมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”
    “ไม่มีนะในบริษัททุกอย่างปกติดีหนิ”
    “งั้นก็แปลกจริงๆ ทำไมเมื่อวานเขาบอกฉันว่ามีธุระด่วนล่ะ”
    “มี่โตะในเมื่อคุณเซี่ยวไม่ต้องการจะบอกคุณคุณก็อย่าคิดฟุ้งซ่านเลยเขาคนนี้เป็นคนไม่ชอบใกล้ชิดกับใครอยู่แล้วคุณให้เวลาเขาหน่อยเถอะน่า” ฉีหยูเตือนกลายๆ
    “เขาชอบทำตัวเย็นชากับฉันหนิฉันต้องทำอะไรซักอย่างแล้วล่ะ”
    “แต่ผมรู้สึกว่าคุณควรจะเริ่มก่อนนะอย่างเช่นว่าชวนเขาไปดูหนังหรือไปกินข้าว”
    “เริ่มก่อนเหรอ”
    “ใช่แล้วคุณต้องชวนเขาก่อนเอาล่ะคุณทำงานเถอะ”
    ที่โรงพยาบาล อี้หมิงเดินออกจากห้องมาก็มีคนไข้ที่ผ่านมาและถ่ายรูปเขา หมออีกคนก็เข้ามาทักทายจนเขาแปลกใจเดินไปถามเสี่ยวก๋อที่เคาน์เตอร์ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนมองเขาแปลกๆ บางคนยังถ่ายรูปด้วย
    “เกิดอะไรขึ้น”
    “คุณยังไม่รู้เหรอรูปคู่ของคุณกับเกาเหวินถูกโพสลงโซเชียล”
    “โพสรูปเหรอ?” อี้หมิงงง
    เสี่ยวก๋อเปิดจากมือถือให้ดู “ใช่คุณดูสิๆ”
    อี้หมิงดู “เฮอะผู้ชายลึกลับอะไรกันเราไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจหนิเอ่อ..ผมหมายถึงความสัมพันธ์ของเรามันซับซ้อนกว่าความสัมพันธ์แบบนี้น่ะเพราะวันนั้นเราสองคนออกไปเที่ยวด้วยกันภายหลังเราสองคนก็เงินหมดก็เลยนั่งรถเมลย์ด้วยกันตอนที่เที่ยวอยู่ก็เลยถูกคนถ่ายรูป”
    เสี่ยวก๋อพยักหน้าเข้าใจ “อ้อ”
    “ฉะนั้นพยาบาลก๋อต่อไปคุณอย่าหาแฟนที่ไม่มีเงินแบบผมเด็ดขาดแล้วก็ไม่มีอนาคตเหมือนผมนะไม่งั้นคุณจะต้องนั่งแต่รถเมล์แบบนี้ไงล่ะผู้หญิงที่มีคุณสมบัติดีอย่างคุณควรหาผู้ชายที่หล่อๆ รวยๆเพราะผู้ชายแบบนั้นคู่ควรให้คุณชอบ”
    “แต่ฉันคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่สำคัญเพราะชอบใครคนหนึ่งไม่มีเหตุผลหรอกฉันคิดว่าคุณนั่นแหละที่ดีพร้อม”
    อี้หมิงฟังแล้วอึ้งมาก “เอ่อผมรับโทรศัพท์ก่อนนะตอนนี้ผมกำลังประชุมอยู่”
    อี้หมิงเดินคุยโทรศัพท์ออกไป เสี่ยวก๋อร้องบอกว่านั่นโทรศัพท์เธอ

กะรัตรัก Diamond LoverEp.22
    ที่บ้านเกาเหวินเธอนั่งดูภาพทางอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นรูปเดียวกับที่เสี่ยวก๋อให้อี้หมิงดู เธอคิดคนเดียวว่าอี้หมิงก็หล่อดีที่เธอเลือกถูกคน พอดีอี้หมิงเดินมา เธอรีบปิด
    อี้หมิงถาม “เอ๊ะทำอะไรอยู่”
    “เปล่าหนิมีละครบทหนึ่งช่วยซ้อมให้ฉันหน่อยสิ”
    “ผมไม่มีอารมณ์คุณซ้อมเองถอะ”
    “เอ่อไม่ได้เจสันบอกว่าถ้าซ้อมไม่ดีฉันจะไม่ได้เป็นแม้แต่นางรองมามาสิๆ เร็วๆๆ”
    เกาเหวินบังคับให้อี้หมิงซ้อมบทกับเธอ อี้หมิงช่วยซ้อมสักพักแล้วก็บอกให้เกาเหวินไปบอกเจสันให้ลบรูปเขากับเธอออกได้มั้ย แต่เกาเหวินว่าไม่ได้
    เซี่ยวเลี่ยงเดินเข้าบริษัทมาพร้อมกับฉีหยู เซี่ยวเลี่ยงถามว่า
    “แผนงานนั่นมันคืออะไร”
    “คืออย่างนี้ครับคุณเซี่ยวเมื่อคืนห้องเสื้อผ้าเยี่ยฉีเสนอแผนงานนี้กับบริษัทพวกเขาต้องการร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเราซักครั้งและเงี่ยนไขที่เสนอมาก็ดีมากได้ยินว่ามีคณะกรรมการไม่น้อยตัดสินใจสนับสนุนแล้ว”
    “เรียกคณะกรรมการทุกคนมาประชุมอีกห้านาที” เซี่ยวเลี่ยงสั่ง
    “ได้ครับ”
    เวลาต่อมาในที่ประชุม ทุกคนพร้อม เซี่ยวเลี่ยงเดินเข้ามาเขาเริ่มทันที
    “หนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือนี่มันคืออะไร”
    “คุณเซี่ยวคงไม่มีอะไรต้องอธิบายแล้วกฎทั่วไปในการร่วมแบรนด์สินค้าคือตัวชี้วัดในแต่ละสายงานพวกเราทุกคนคิดว่าต้องผ่านแน่ๆ”
    เซี่ยวเลี่ยงว่า “ผ่านหรือไม่ก็ต้องคอยดูต่อไปผมต้องการรู้ว่าหนังสือนี้มาอยู่ในมือของทุกคนได้ยังไงทำไมคณะกรรมการถึงอนุมัติในชั่วข้ามคืน”
    “ถ้าฝ่ายตรงข้ามมาด้วยความพร้อมเราก็สามารถประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืนได้ที่ผมแปลกใจคือเมื่อก่อนคุณเซี่ยวจะไม่ใส่ใจกับโปรเจ็คเล็กๆ อย่างนี้แต่ทำไมครั้งนี้ถึงร้อนใจขนาดนี้ล่ะ”
    “รองประธานหลินรู้ดีจังเลยนะแบรนด์ความร่วมมือทั้งหมดของเทซีโร่มันเป็นโปรเจ็คเล็กๆ ในสายตาคุณเหรอ”
    จื่อเหลียงถามขึ้น “งั้นความหมายของคุณเซี่ยวคือ..”
    เซี่ยวเลี่ยงตอบสวนทันควัน “ผมไม่เห็นด้วย”
    จื่อเหลียงว่า “งั้นก็ทำตามกฎเดิมออกเสียงตามผู้ถือหุ้น”
    “วิธีนี้ใช้ได้”
    ทุกคนเห็นคล้อยตามกัน
    เลิกประชุมแล้วเซี่ยวเลี่ยงเดินออกมา จื่อเหลียงตามมา
    “คุณเซี่ยวเยี่ยฉีกลับมาแล้วคุณไม่เป็นไรใช่มั้ย”
    “โง่จนไปร่วมมือกับเยี่ยฉีไม่มีอะไรทำใช่มั้ย”
    จื่อเหลียงเดินจากไป เซี่ยวเลี่ยงหยิบโทรศัพท์มาโทรหาเยี่ยฉี
    “มาที่บริษัทผมหน่อยผมต้องการเจอคุณเดี๋ยวนี้”
    เยี่ยฉีตอบกลับมาว่า “ตอนนี้เหรอตอนนี้ฉันไม่ค่อยสะดวกเดี๋ยวเย็นๆ ฉันจะบอกคุณนะ”
    “เร็วหน่อยล่ะแค่นี้แหละ”
    “โอเคก่อนมื้อเย็นแล้วกัน”
    เซี่ยวเลี่ยงเดินขึ้นมาจะเข้าห้อง เหม่ยลี่ที่ดักรออยู่แล้วรีบทำเป็นเดินมาชนกันพอดี
    “เอ๊ะคุณเซี่ยวบังเอิญจังเลย”
    “มีอะไร”
    เหม่ยลี่ส่งกระดาษโน้ตให้ “ฉันอยากชวนคุณดูหนัง”
    เซี่ยวเลี่ยงเข้ามากระซิบข้างหู “ผมจะพยายามเจียดเวลาว่าง”
    เหม่ยลี่ยิ้มดีใจแล้วรีบกลับมานั่งที่
    “ว้าวดูหนังผีกับเรื่องชายชุดดำปริศนาสุดยอดมากหมิงหมิง”

0000000000000

กะรัตรัก Diamond LoverEp.22

    ที่บ้านเกาเหวิน เธอแปลกใจที่เห็นอี้หมิงจะออกไปข้างนอกจึงถามเขา
    “วันนี้คุณไม่ไปทำงานไม่ใช่เหรอจะไปไหน”
    “สุนัขที่บ้านผมไม่สบายป่วยจนถึงตอนนี้ยังไม่หายซักทีผมเลยอยากกลับไปดูมัน”
    “แต่ทำยังไงดีฉันจะไปเจอลูกค้าต้องพาผู้ช่วยไปด้วย”
    “ผู้ช่วยเหรอคุณให้ผู้จัดการของคุณชื่ออะไรนะเจ้เจสันไปก็สิ้นเรื่องแล้วหนิ”
    “แต่เขาต้องดูแลศิลปินคนอื่นวันนี้เขาไม่มีเวลานี่นา”
    “นั่นสิทำยังไงดี”
    เกาเหวินทำท่ามอง “ทำไงงั้นเหรอคุณก็ไปกับฉันสิ”
    “ได้ผมไปกับคุณ”
    “โอเค”
    “รอแป๊บนึงผมไปโทรศัพท์ก่อนฮัลโหลฉันเหลยอี้หมิงนะหมาที่บ้านฉันเป็นไงบ้างห๋า!มันไม่ไหวแล้วเรอะ!สุนัขที่บ้านผมไม่ไหวแล้วผมต้องไปเจอหน้ามันเป็นครั้งสุดท้าย”
    เกาเหวินแทรก“งั้นทำไงดีรีบไปดูเร็วๆ เข้า”
    “ตอนนี้มันเป็นยังไงบ้าง” อี้หมิงถาม
    พอดีเกาเหวินจับได้“ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าเล่นละครต่อหน้าฉัน”
    “เวลาสถานที่จะไปเจอใครเหรอ” อี้หมิงจำใจถาม
    “เรื่องพวกนี้คุณไม่ต้องไปรู้หรอกฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าคุณรออยู่ข้างล่างล่ะ”
    เซี่ยวเลี่ยงให้เลขายกเลิกงานเลี้ยงคืนนี้ เยี่ยฉีก็โทรมานัดเจอที่โรงแรมซื่อจี้
    เวลาเดียวกันนี้เหม่ยลี่ก็ไปรอที่โรงภาพยนตร์ เธอเตรียมซื้อน้ำป๊อบคอร์น
    เกาเหวินกับอี้หมิงไปพบเยี่ยฉี เกาเหวินทัก
    “ไฮ้คุณเยี่ย”
    “สวัสดีค่ะคุณเกา”
    “สวัสดีค่ะฉันได้ยินเจสันพูดถึงคุณบ่อยๆ โชคดีจังเลยค่ะที่ได้เจอคุณ”
    “คุณต่างหากที่เจอตัวยากมากๆ ตัวจริงสวยกว่าในรูปเยอะเลย” เยี่ยฉีชื่นชม
    เกาเหวินว่า “ฉันได้ยินคนอื่นชมอย่างนี้จนชินแล้วล่ะ”
    สองสาวพากันหัวเราะ
    เยี่ยฉีเชิญ “มาๆๆ รีบนั่งดีกว่าค่ะฉันยังเรียกเพื่อนเก่าคนหนึ่งมาด้วยเดี๋ยวเขาคงมาแล้วล่ะ”
    เกาเหวินเรียกอี้หมิง “เอ๊ะผู้ช่วยเหลยคุณนั่งตรงนี้สิ”
    อี้หมิงมานั่งข้างเกาเหวิน เยี่ยฉีถาม “คุณเกาท่านนี้คือ..”
    “อ้อนี่คือบอดี้การ์ดและผู้ช่วยของฉัน”
    เยี่ยฉีทัก “สวัสดีค่ะคุณเหลยยินดีที่ได้รู้จัก”
    “สวัสดีครับคุณเยี่ยเรียกผมเสี่ยวเหลยก็พอไม่ต้องเกรงใจ”
    “เชิญนั่งค่ะ”
    “อ้อจริงสิคะคุณเยี่ยเพื่อนเก่าที่คุณหมายถึงเมื่อกี้เขาคือ..ใครเหรอคะ”
    พอดีบริกรพาเซี่ยวเลี่ยงมาพอดี เยี่ยฉีว่า “มาแล้วเหรอคะ”
    อี้หมิงกับเกาเหวินเจอกับเซี่ยวเลี่ยงต่างฝ่ายต่างอึ้งไป
    ที่โรงภาพยนตร์เหม่ยลี่ก็ยังยืนรออยู่ด้านหน้า ทั้งที่คนเข้าโรงกันไปหมดแล้ว
    ที่ร้านอาหาร เซี่ยวเลี่ยงนั่งข้างเยี่ยฉี เกาเหวินเห็นเยี่ยฉีกับเซี่ยวเลี่ยงก็ว่า
    “คุณเยี่ยคะดูเหมือนคุณจะรู้จักคุณเซี่ยวนานแล้วนะคะทำไมไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงคุณเลย”
    “เขาเป็นคนไม่ค่อยพูดมานานแล้วล่ะค่ะมีอะไรก็มักเก็บเอาไว้ในใจใช่มั้ยคะคุณเซี่ยว”
    “เรื่องในอดีตผมจำไม่ได้” เซี่ยวเลี่ยงว่า
    เยี่ยฉียังยิ้มๆ “เห็นมั้ยคะเขาจำไม่ได้อีกแล้วฮิๆๆ มาค่ะชิมนี่หน่อยนะคะของโปรดของคุณเลย”
    เซี่ยวเลี่ยงว่า “คุณเกรงใจเกินไปแล้วผมไม่ชอบกินแบบนี้มานานแล้ว”
    เกาเหวินขำ “ฮิคุณเยี่ยดูเหมือนว่าคุณจะเข้าใจคุณเซี่ยวดีนะคะ”
    “ก็นิดหน่อยค่ะยังไงเราก็เป็นเพื่อนเก่ากันมาหลายปี”
    เกาเหวินว่า “พูดอะไรหน่อยสิมีส่วนร่วมกับบรรยากาศหน่อย”
    อี้หมิงแทรกว่า “เพื่อนเก่าที่สวยๆ อย่างคุณเยี่ยรอบๆ ตัวคุณเซี่ยวคงจะมีไม่น้อยสินะ”
    เซี่ยวเลี่ยงเหล่มองอี้หมิงเกาเหวินรีบแก้ “ฮิๆ อาหารจานนี้อร่อยจังเลยเอ้าเหลยเหลยลองชิมดูสิแบบนี้ไม่พูดจะดีกว่านะ”
    เยี่ยฉีทำทีนึกได้ “ฉันเกือบลืมไปเลยคุณเกากับคุณเซี่ยวเคยเป็นแฟนกันมาก่อนน่าจะเข้าใจเขาดีกว่าฉันนะ”
    เกาเหวินว่ายิ้มๆ “อื่ม..นั่นเป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้วเหมือนอย่างที่คุณเซี่ยวพูดฉันจำไม่ค่อยได้แล้ว”
    เยี่ยฉีชม “คุณเกานี่เป็นกันเองดีนะคะมาดื่มค่ะ”
    “ดื่มค่ะ”
    เยี่ยฉีนำ “ขอให้ความร่วมมือราบรื่น”
    เกาเหวินสวน“ขอให้ความร่วมมือราบรื่น”
    เซี่ยวเลี่ยงลุกขึ้น “ผมไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวนะ”
    เซี่ยวเลี่ยงออกมาก็จะโทรหาเหม่ยลี่ แต่เยี่ยฉีเดินมาหาเขาก่อน เซี่ยวเลี่ยงถอนใจ
    “ได้ยินว่าหนังสือเจตจำนงของฉันได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้วขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะ”
    “ผมว่าคุณเข้าใจผิดแล้วผมนัดคุณครั้งนี้เพื่อให้คุณถอนตัวไม่งั้นผมจะใช้ฐานะของประธานดองโปรเจ็คนี้อย่างไม่มีกำหนด”
    “ผ่านไปตั้งหลายปีคุณก็ยังเหมือนเดิมเป็นผู้ใหญ่ขึ้นหน่อยได้มั้ยคะ”
    “เฮ่อคุณก็รู้ว่าผ่านมาหลายปีแล้วทำไมคุณยังแทรกแซงความสัมพันธ์ของผมกับคนอื่นอีก”
    “คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ”
    “เกาเหวินเป็นแฟนเก่าของผมคุณนัดเรามาเจอกันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน”
    “คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะที่ฉันนัดพวกคุณมาพร้อมกันเพราะฉันเป็นสปอนเซอร์เสื้อผ้าของเกาเหวินต่อไปเราจะได้ร่วมงานกันถ้าฉันยังไม่ลืมอดีตฉันจะสนับสนุนแฟนเก่าของคุณได้ไงล่ะเซี่ยวเลี่ยงฉันกลับมาคราวนี้เพราะต้องการร่วมงานกับคุณอย่างจริงใจให้โอกาสเราได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งเถอะอย่างน้อยก็ให้ฉันเป็นเพื่อนคุณฉันรับรองว่าเราจะคุยเรื่องงานเท่านั้นฉันจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณ”
    “ได้คุณพูดเองนะ”
    เหม่ยลี่รอจนภาพยนตร์จบคนออกจากโรงแล้ว เซี่ยวเลี่ยงก็ยังไม่มา เธอจำต้องเดินออกไป เธอรีบไปที่ทำงานเพราะคิดว่าเซี่ยวเลี่ยงทำงานอยู่ แต่ฉีหยูเข้ามาเห็นแล้วบอกว่าเซี่ยวเลี่ยงเลื่อนนัดเพื่อไปดูหนังกับเธอ
    ที่จอดรถ เกาเหวินกับอี้หมิงเดินมาที่รถ เซี่ยวเลี่ยงกับเยี่ยฉีตามมาติดๆ เยี่ยฉีทัก
    “คุณเกาคะนี่รถของคุณเหรอ”
    เกาเหวินว่า “ใช่ค่ะเสี่ยวเหลยของฉันช่วยเลือกให้”
    อี้หมิงเปิดประตูให้เกาเหวิน “มาคุณเกาเชิญขึ้นรถ”
    “แล้วเจอกันนะคะ” เกาเหวินลา
    “เดินทางปลอดภัยค่ะ”
    อี้หมิงกำลังขึ้นก็หันมาบอก “คุณเยี่ยคุณเซี่ยวขอตัวก่อน”
    เซี่ยวเลี่ยงตัดบท “เยี่ยฉีผมมีธุระนิดหน่อยไปก่อนนะ”
    “อื่ม..ฉันเพิ่งกลับประเทศไม่ค่อยรู้สถานการณ์ทางนี้ไม่รู้เวลาแบบนี้จะโบกรถง่ายหรือเปล่า”
    เซี่ยวเลี่ยงแปลกใจ “คุณไม่ได้ขับรถมาเหรอ”
    “คุณสะดวกไปส่งฉันมั้ยคะ”
    เซี่ยวเลี่ยงได้ข้อความจากเหม่ยลี่ว่ารอที่บริษัท เขาจึงตัดบทกับเยี่ยฉี
    “ขอโทษทีผมมีธุระต้องจัดการคุณกลับเองแล้วกันนะ”
    “อื้มได้ขับรถดีๆ นะคะ”
    เซี่ยวเลี่ยงรีบมาหาเหม่ยลี่ที่หลับอยู่ที่ห้องทำงานของเขา
    เหม่ยลี่รู้สึกตัว “หืม?คุณทำงานเสร็จแล้วเหรอ”
    “ผมบอกให้คุณกลับบ้านพักผ่อนไง”
    “เฮ่อคุณบอกว่าจะจัดการธุระก่อนฉันคิดว่าอยู่ที่นี่ซะอีกเสร็จงานแล้วเหรอ”
    “จัดการเรียบร้อยแล้วสามารถอยู่กับคุณอย่างตั้งใจได้แล้ว”
    “น่าเสียดายที่หนังของเราฉายจบแล้วดูสิฉันซื้อโค้กแก้วใหญ่มาว่าจะให้เราดูดกันคนละครึ่งฮิๆ”
    ทั้งสองดื่มด้วยกัน แล้วเซี่ยวเลี่ยงกระแอม“มาไปกันเถอะผมจะพาคุณไปนั่งรถกินลม”

กะรัตรัก Diamond LoverEp.22
    ที่ห้องของซือหยวน เธอนั่งดูงานแล้วทานอาหารชามเดียว สักครู่จื่อเหลียงเข้ามา
    “ท่านรองหลินคุณมาได้ยังไงคะ”
    “นี่เป็นบ้านผมผมมาแปลกมากเหรอ”
    “งั้นคืนนี้ฉันจะออกไปค้างข้างนอก”
    “ไม่ต้องหรอกผมมานั่งเล่นแป๊บเดียวเองนั่งสิ”
    “เอ่อสีหน้าคุณดูไม่ดีเลยคงไม่เกิดอะไรขึ้นใช่มั้ยคะ”
    “มีโปรเจ็คหนึ่งเกิดปัญหานิดหน่อยตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว”
    “แล้วเมื่อวานลูกค้าผู้หญิงที่ออกไปกับคุณ..คือ”
    “ลูกค้าผู้หญิงอะไรอ๋อคุณหมายถึงเยี่ยฉีเหรอในมือของเธอมีชิปที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทอยู่เธอไม่ใช่ลูกค้าทั่วไปหรอก”
    “ชิปที่ใหญ่ที่สุดฉันไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร”
    “ร่วมงานกันไปก่อนแล้วผมจะบอกคุณเองโปรเจ็คใหม่ของบริษัทต้องการนักออกแบบหลักหนึ่งคนสนใจมั้ยล่ะ”
    “แน่นอนค่ะฉันจะทำให้ดีที่สุด”
    “อื้มวันนี้ใช้อะไรสระผมเหรอหอมจังเลยหืม?”
    ซือหยวนทำกับข้าวให้จื่อเหลียง
    “กับข้าวเสร็จแล้วค่ะ”
    “เฮ่อไม่เคยทำอาหารใช่มั้ย”
    “ขอโทษค่ะฉันไม่เคยทำอาหารอยู่บ้านเซียนหนานเป็นคนทำตลอดปกติเขาทำงานค่อนข้างเยอะเคยเป็นเชฟด้วยดังนั้นจึงทำอาหารอร่อยกว่าฉัน”
    “นั่นเป็นเพราะเขาไม่มีความสามารถให้เมียทำกับข้าวให้กินในเมื่อคุณมาอยู่บ้านนี้แล้วก็ต้องลืมเรื่องในอดีตโดยเร็วที่สุดผมไม่ต้องการได้ยินเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้อีกผู้ชายที่ประสบความสำเร็จคือต้องมอบชีวิตที่ผู้หญิงของตัวเองต้องการได้ไม่ใช่อยู่แต่ในครัวทำกับข้าวให้ผู้หญิงกินช่างเถอะคุณรีบไปแต่งตัวผมจะพาไปกินข้างนอก”
    วันรุ่งขึ้นที่บริษัท จื่อเหลียงบอกทุกคน
    “ทุกคนวางงานที่อยู่ในมือก่อนผมมีเรื่องสำคัญจะประกาศบริษัทของเรากับโปรเจ็คความร่วมมือห้องเสื้อเยี่ยฉีออกมาแล้วต้องการเพื่อนร่วมงานห้าคนไปจัดการตอนนี้ผมยืนยันผู้รับผิดชอบแล้วสองคนทุกคนสามารถไปสมัครกับเขาได้มี่โตะคุณมาเป็นหัวหน้าทีมหลิวซือหยวนคุณรับผิดชอบช่วยเหลือเขา”
    เหม่ยลี่ค้าน “มันไม่ดีมั้งคะท่านรองหลินยังไงพี่ซือหยวนก็เป็นรุ่นพี่ของฉัน”
    “ผมให้คุณเป็นหัวหน้าทีมเพราะโปรเจ็คนี้ต้องดำเนินการผ่านโฆษณาของเกาเหวินพวกคุณเป็นเพื่อนรักกันหนิแบบนี้การทำงานจะสะดวกกว่า”
    เหม่ยลี่ยังไม่อยากเป็น “แต่ว่า..”
    “พอแล้วไม่ต้องพูดแล้วตกลงตามนี้” จื่อเหลียงตัดบท
    จื่อเหลียงเดินออกไป ซือหยวนเดินตามไปทันที พอเข้าห้องซือหยวนก็เอ่ยว่า
    “ท่านรองหลินคุณให้ฉันทำโปรเจ็คนี้ไม่ใช่เหรอ”
    จื่อเหลียงถามว่า “คุณเล่นหมากรุกเป็นมั้ย”
    ซือหยวนงง “ทำไมจู่ๆ ถามอย่างนี้ล่ะ”
    “ในกระดานหมากรุกอันที่อยู่ด้านหน้าสุดต้องเป็นทหารเสมอพวกเขาต้องเดินหน้าเท่านั้นถอยหลังกลับไม่ได้ฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นคนที่สูญเสียที่สุดก็คือพวกเขา”
    ซือหยวนยังไม่เข้าใจ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโปรเจ็คนี้ล่ะ”
    “มี่โตะคือทหารที่อยู่ในมือเราเหตุผลที่ผมให้เขาอยู่หน้าสุดคือช่วยปกป้องหมากรุกที่อยู่ด้านหลังอย่างเราคุณรีบร้อนเดินหน้าอย่างนี้ต้องการช่วยเขากั้นศัตรูเหรอ”
    “ศัตรูเหรอ?ในโปรเจ็คจะมีศัตรูได้ยังไง”
    “ตอนนี้ยังไม่มีแต่ต่อไปจะกลายเป็นศัตรูเยี่ยฉีคือแฟนคนแรกของเซี่ยวเลี่ยงคือผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดและจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ลืมเธอตอนนี้คุณเข้าใจหรือยังว่าทำไมผมถึงให้มี่โตะเป็นหัวหน้าทีมนี้ถ้าผู้หญิงสองคนนี้ต่อสู้กันขึ้นมาความสูญเสียของเซี่ยวเลี่ยงต้องมหาศาลแน่เมื่อถึงเวลานั้นเราก็สามารถเอาโปรเจ็คกลับมาได้แล้วแพร่ข่าวไปถึงหูของท่านประธานมันต้องเป็นเกมที่สนุกมากแน่” ซือหยวนเริ่มเข้าใจ
    ที่ห้องทำงานเซี่ยวเลี่ยง ฉีหยูกำลังรายงานอยู่ เซี่ยวเลี่ยงย้อนถาม
    “นายแน่ใจเหรอ”
    “มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยท่านรองหลินเลือกมี่โตะเป็นหัวหน้าทีมตอนนี้รายชื่อสมาชิกส่งไปให้คุณเยี่ยเรียบร้อยแล้ว”
    “นายรีบติดต่อกับเยี่ยฉีให้เธอมาที่นี่ด่วน”
    “ได้ครับ”
    เยี่ยฉีเดินเข้ามาในห้องพอดี “บังเอิญจังฉันมาแล้วค่ะ”
    เซี่ยวเลี่ยงบอกฉีหยู “นายออกไปก่อน”
    “ฉันกำลังอยากคุยเรื่องโปรเจ็คกับคุณพอดีฉันได้รับรายชื่อแล้วล่ะ”
    “รายชื่อพวกนั้นเป็นโมฆะแล้วเปลี่ยนคน”
    เยี่ยฉีถาม “ทำไมมีปัญหาอะไรเหรอ”
    “นักออกแบบที่เป็นหัวหน้าทีมคุณสมบัติไม่เพียงพอต้องเปลี่ยนเขาเป็นคนที่มีประสบการณ์มากกว่า”
    “นักออกแบบหัวหน้าทีมคือมี่โตะถ้าจำไม่ผิดล่ะก็คนที่ไปออกงานกิจกรรมกับคุณน่าจะเป็นเธอสามารถอยู่ข้างๆ คุณได้ฉันคิดว่าเธอคงไม่มีปัญหาแน่นอน”
    “มีปัญหาหรือไม่ผมตัดสินเองได้คุณแค่ทำตามที่ผมบอกพอ”
    “พนักงานเล็กๆ คนหนึ่งต้องให้คุณไปถามด้วยตัวเองเชียวเหรอหรือว่าคุณสนใจโปรเจ็คของฉันเป็นพิเศษ”
    “ผู้รับผิดชอบคือเทซีโร่ในเมื่อคุณต้องการร่วมมือกับเทซีโร่ก็ฟังคำสั่งของผม”
    เยี่ยฉียอม “ได้ฉันจะฟังคำสั่งคุณ”
    เยี่ยฉีออกจากห้องเซี่ยวเลี่ยงลงมาเห็นเหม่ยลี่ก็เข้ามาหา
    “คุณมี่คะ”
    เหม่ยลี่เงยหน้าขึ้น “คุณเยี่ยสวัสดีค่ะ”
    “ต่อไปต้องร่วมงานกันระยะยาวแล้วต้องรบกวนคุณด้วยนะคะ”
    “หวังว่าคุณเยี่ยจะให้การชี้แนะนี่คือผู้รับผิดชอบโปรเจ็คของเราคุณหลิวซือหยวนค่ะพี่ซือหยวน”
    เยี่ยฉีว่า “มีเวลามั้ยฉันอยากชวนคุณไปดื่มกาแฟมีบางอย่างจะขอคำแนะนำจากคุณ”
    “ได้ค่ะ”
    เยี่ยฉีชวนเหม่ยลี่มานั่งที่ร้าน
    “คุณเยี่ยนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรับผิดชอบโปรเจ็คถ้าหากว่าต่อไปมีตรงไหนไม่ถูกต้องขอคำแนะนำจากคุณด้วยนะคะ”
    “ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในบริษัทไม่ต้องเป็นทางการหรอกค่ะคุณวางใจได้ฉันเป็นเพื่อนของคุณเซี่ยวฉันต้องดูแลคุณอย่างดีแน่นอน”
    “เอ่อเขาบอกให้คุณดูแลฉันเหรอคะ”
    “ไม่ใช่หรอกทำไมถามแบบนั้นล่ะ”
    “อ้อฮิเปล่าค่ะไม่มีอะไร”
    “พูดถึงคุณเซี่ยวแล้วดูเหมือนฉันจะยิ่งไม่รู้จักเขาเหมือนเขาจะเปลี่ยนไปมากไม่รู้ว่าเรื่องความร่วมมือครั้งนี้จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
    เหม่ยลี่ตอบ “ไม่นี่คะที่จริงคุณเซี่ยวดูภายนอกเหมือนเขาจะเย็นชาแต่ความจริงแล้วเขาเป็นคนดีมากเลยนะคะ”
    “งั้น..ในด้านอื่นๆ มีตรงไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษบ้างล่ะ”
    “อื่ม..คุณเซี่ยวเป็นคนไม่ค่อยพูดถ้าคุณต้องการสื่อสารกับเขาล่ะก็คุณต้องเป็นคนที่เริ่มก่อนค่ะยังมีอีกอย่างคือ..อื่ม..เขาค่อนข้างเอาแต่ใจทางที่ดีคุณต้องเชื่อฟังเขา” เหม่ยลี่ว่า
    “ดูเหมือนคุณจะเข้าใจเขาดีนะคะ” เยี่ยฉีคอยสังเกตเหม่ยลี่
    “อ้อเปล่าหรอกค่ะที่จริง..พวกเราทั้งบริษัทก็เข้าใจเขาเหมือนกันทุกคนค่ะ”
    “วันนี้ฉันได้กำไรเยอะมากขอบคุณนะมี่โตะ”
    “ไม่ต้องเกรงใจค่ะต่อไปถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรคุณมาหาฉันได้เสมอเลยนะ”
    “ได้สิ”
    อี้หมิงนั่งคิดเรื่องเซี่ยวเลี่ยงกับเยี่ยฉี แล้วคิดว่าจะบอกเหม่ยลี่ดีมั้ย ก็มีคนไข้ร้องห่มร้องไห้มาบอกว่าจะเอาเด็กออก
    “ฉันไม่เอาเด็กคนนี้แล้ว!”
    “คุณบ้าไปแล้วหรือไงเด็กคนนี้หลายเดือนแล้วใกล้คลอดแล้วนะ”
    “ฉันไม่อยากอยู่แล้วสามีของฉันมีเมียน้อย!”
    “เดี๋ยวๆๆๆ คุณอย่าเพิ่งใจร้อนสิถ้ายังไม่แน่ใจคุณอย่าเพิ่งสงสัยสามีของคุณเลย”
    “คนที่ฉันโกรธไม่ใช่เขาหรอกแต่คือคนรอบข้างของฉันต่างหากล่ะแม้แต่เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเขาก็รู้ว่าสามีฉันมีเมียน้อยแต่เขาปิดบังฉันมาตลอดเป็นเพราะเขาคนเดียวฉันถึงได้เป็นแบบนี้ตั้งท้องลูกโดยที่เขาไม่ต้องการคุณหมอฉันไม่เอาเด็กคนนี้แล้วโอ๊ย!”
    หญิงคนนั้นเริ่มเจ็บท้อง อี้หมิงรีบร้องเรียกพยาบาล เขายังอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ แล้วคิดว่าถ้าหญิงคนนี้คือเหม่ยลี่ก็ต้องต่อว่าเขาแน่ อี้หมิงนั่งถอนใจ
    เหม่ยลี่มาคุยกับซือหยวน
    “พี่ซือหยวนเรื่องเกี่ยวกับโปรเจ็คนี้ฉันอยากคุยกับพี่ให้เข้าใจ”
    ซือหยวนเยาะ “หัวหน้ามีอะไรจะสั่งเหรอ”
    “เปล่าฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นเอ่อ..แม้ว่าในโปรเจ็คนี้ฉันจะเป็นหัวหน้าแต่ว่า..ในการทำงานพี่ก็ยังเป็นรุ่นพี่ของฉันฉันหวังว่าจะได้รับคำแนะนำจากพี่นะคะ”
    “เธอเป็นห่วงฉันหรือสงสารฉันล่ะถ้าว่างก็เป็นห่วงตัวเองให้มากๆ จะดีกว่ายังมีเวลาไปห่วงคนอื่นอีกเหรออย่าคิดว่ามีคุณเซี่ยวแล้วทุกอย่างจะตกไปอยู่ในมือของเธอนะ”
    “ฉันไม่รู้ว่าพี่หมายถึงอะไร”
    “ฉันไม่ได้หมายความอย่างอื่นหนิคุณเซี่ยวกับคุณเยี่ยเป็นคนชั้นสูงเหมือนกันพวกเขาเป็นคนในวงการเดียวกันคนอย่างพวกเราอย่าหวังว่าจะแทรกเข้าไปได้อย่าคิดว่าถูกยกยอแล้วตัวก็ลอยไปด้วยเดี๋ยวจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง”
    “แต่เรื่องระหว่างฉันกับคุณเซี่ยวฉันจัดการเองได้”
    “งั้นก็ดีงั้นขอให้เธอโชคดีนะ”
    อี้หมิงกลับมาที่บ้าน รอเหม่ยลี่กลับมาแล้วก็เห็นเหม่ยลี่เหม่อก็ทัก
    “เฮ้อเอ่อเธอเป็นอะไร”
    “ฉันด้อยกว่าผู้ห