บันเทิง

'ฉอด' เคลียร์ #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น ครั้งแรก!! 

'ฉอด' เคลียร์ #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น ครั้งแรก!! 

15 ก.ค. 2560

"ฉอด" สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา เปิดใจครั้งแรกในรายการ "คลับฟรายเดย์ โชว์" หลังเกิดประเด็นดราม่า #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น

       เป็นประเด็นเรื่องราวดราม่าในโลกโซเชียล กับ #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น เมื่อมีคนตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า "อยากให้เชิญหยาด-หยาดทิพย์ มาออกรายการคลับฟรายเดย์โชว์" ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของความสัมพันธ์ของ "ฉอด" สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ผู้บริหารเอไทม์ และ "เอส" วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย ผู้บริหารช่อง GMM 25 เรื่องราวเริ่มบานปลายไปใหญ่โต เมื่อมีผู้ถูกเกี่ยวโยงในเรื่องนี้มากมาย 
        ล่าสุด "ฉอด" สายทิพย์ ขอเปิดใจเรื่องนี้ครั้งแรกในรายการ "คลับฟรายเดย์ โชว์" โดยให้เหตุผลที่เลือกมาเปิดใจในรายการนี้ ว่าไม่ใช่เพราะรายการนี้เป็นรายการของตัวเอง แต่เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกิดมาจากรายการนี้  
           “คลับฟรายเดย์ของเรา ทำเรื่องความรักมาโดยตลอด พูดตลอดว่าคลับฟรายเดย์เหมือนห้องเรียน เรียนรู้ประสบการณ์เรื่องความรักกัน ความผิดพลาด สิ่งที่มันเกิดขึ้น มันสามารถเรียนรู้ได้จากประสบการณ์ชีวิตของคนอื่น งั้นถ้าเป็นคลับฟรายเดย์ปกติ  เปิดโอกาสคุณผู้ฟังโทรศัพท์เข้ามา คลับฟรายเดย์โชว์เป็นเรื่องของคนดัง เซเลป นักร้อง คลับฟรายเดย์ เราทำกันมาหลายปีมาก คลับฟรายเดย์วิทยุนี้ 12 ปีแล้ว เราก็มีความตั้งใจแบบนี้มาโดยตลอด กลายมาเป็นคลับฟรายเดย์ซีรีส์ คลับฟรายเดย์โชว์ นั่นคือทั้งหมด คือการเรียนรู้ เรื่องราวประสบการณ์ความรัก จากความผิดพลาดในอดีตที่ผ่านมา แล้ววันนั้นที่น้องโฟร์มาสัมภาษณ์ในรายการเรา ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้มาพูด"ฉอดกล่าวขณะที่ "อ้อย" นภาพร กล่าวว่าโดยปกติแล้ว แขกรับเชิญที่เชิญมาในรายการ ทางทีมงานต้องมีการเชิญและคุยกันก่อน          "ซึ่งแน่นอนว่าเราประชุมกันเรื่องแขก แล้วโทรเชิญ ซึ่งแขกมีสิทธิ์โดยชอบทำ เช่นยังไม่สะดวกค่ะ ไม่อยากมาได้หมดเลย จนกระทั่งอยากมาค่ะ คุยกัน ให้ดูคำถามทั้งหมดก่อน คำถามนี้ไม่ตอบได้มั้ยค่ะ อ๋อได้ค่ะ หรือแม้บันทึกเทปแล้ว ก็มาถามอีกว่าอยากเอาตอนไหนออกอีกมั้ยค่ะ อ๋อไม่เป็นไรค่ะ ตามนั้นได้เลย เพราะฉะนั้นทั้งหมดจะให้สิทธิ์โดยชอบธรรมของแขกรับเชิญ จะไม่มีการที่ต้องบอกว่าไม่ได้สิ ต้องเอาตรงนี้ออกนะ เพราะเรามั่นใจว่าไม่ต้องรู้หมดทุกมุม อย่างที่บอกค่ะความรักจบไปแต่ละครั้ง ต้องทิ้งบทเรียนเอาไว้เสมอ ซึ่งแขกรับเชิญแต่ละคน ก็บอกว่าขอบคุณมากที่เอาบทเรียนนั้นมาแชร์กัน เป็นวิทยาทานให้กับผู้ชมที่นั่งชม"อ้อยกล่าว
       ทางด้าน "อั๋น" ภูวนาท คุนผลิน กล่าวด้วยว่าปรากฎว่ามันเกิดกระแสบางอย่างขึ้นมา มีการวิพากวิจารณ์ คอมเม้นท์กันไปแบบเตลิด หรือมีคอมเม้นท์ที่แบบบางอันหยาบคาย บางอันไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่ บางอันมีการโทษโยนความผิด มีการถามคำถามที่แปลกๆ เราไปล่วงลับความเป็นส่วนตัวของบุคคล เอาเรื่องในอดีตของคนอื่นมาแฉเพื่ออะไร เหมือนกับเจตนาของรายการคืออะไร"อั๋นกล่าว
        ทางด้าน ฉอดกล่าวต่อว่า หนึ่งคือเรื่องจริง เวลาเล่ากันอาจพาดพิงถึงบุคคลที่เกี่ยวพันด้วย ซึ่งอันนี้สิ่งที่เราระมัดระวังมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการทำคลับฟรายเดย์ คลับฟรายเดย์โชว์ก็ตาม 
         "ต้องบอกว่าพวกเราและทีมงานมีความระมัดระวังเป็นอย่างสูง ที่ไม่ปล่อยให้เกิดความพูดพาดพิง เราไม่อยากให้เกิดพาดพิงถึงใครให้เกิดความเสียหาย จริงๆ อย่างเทปของน้องโฟร์อยากให้กลับไปดู อย่างมีสติอย่างตั้งใจ จริงๆ จะพบว่ามีหลายสิ่งที่คุณโฟร์พูด และพูดถึงแง่ที่สวยงามดีงาม และทั้งปัญหาที่เกิดขึ้น มันไม่ได้หมายความว่าโฟร์จะมานั่งตำหนิอีกฝ่ายหนึ่งแต่ผู้เดียว  แต่แน่นอนในเรื่องของการพูด ในคลับฟรายเดย์เราพูดกันเสมอว่า แง่มุมของแต่ละคนแตกต่างกันไป ทุกครั้งที่มีปัญหาเรื่องความลับ เรามักมองว่าเราเป็นคนถูกในขณะที่อีกฝ่าย ก็นึกว่าเป็นคนถูก สิ่งที่เราเสนอคือมันไม่มีความถูกผิดในเรื่องของความรัก จริงๆ แล้วแต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง เพียงแต่ว่าเวลาที่เราอยากจะเรียนรู้ปัญหาเพื่อประโยชน์ของตัวเองมันอยู่ที่เจตนา ถ้าเจตนาดีที่จะมาเรียนรู้กัน ก็อยู่ที่วิธีคิดของแต่ละคน อย่างวันนั้นเราพูดถึงความไว้ใจ ในเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งไว้ใจมากจนเกินไป ไว้ใจมันเป็นเรื่องดีนะ เอ๊ะมากน้อยขนาดไหน พอดียังไง เราคุยถึงเรื่องบทเรียนต่างๆ จนกระทั่งมาทำคลับฟรายเดย์ซีรีส์ ไม่เคยเลยที่เราจะทำเพื่อความสะใจ เพื่อความรุนแรงหรืออะไร ทุกครั้งขอให้ดูอย่างมีสติ ดูแล้วจะพบว่าที่จะให้มีแง่มุมที่ดี สิ่งที่คิดแล้วมีประโยชน์ เราจะมีก็อปปี้ท้ายทุกตอน จะมีสรุปตอนท้ายกับพี่ฉอดพี่อ๋อยหรือนักแสดงก็ตาม มันเกิดอะไรขึ้น มันจะทำอย่างไร มันจะแก้อย่างไร มันผิดมันควรอย่างไร นั่นคือเจตนารมย์ของเรา เทปของน้องโฟร์ก็ยังเป็นเทปที่เราตั้งใจอย่างปกติที่เคยมีมา ซึ่งมีการจุดประเด็นว่า มีปัญหา โกรธกันไม่พอใจ ที่โฟร์พูดหรือเปล่า ซึ่ง ณ วันนี้มีการออกมาพูดแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจจะแบบนั้น
        ทางด้านอั๋นเสริมว่า "คือเพราะรายการเราเป็นต้นเหตุ ที่ให้เขากลับมาทะเลาะกันอีกครั้ง ทั้งที่เรื่องจบไปแล้ว แต่ว่านั่นไม่ใช่เจตนาแน่นอน เพราะมันน่าจะไม่มีไรเกิดขึ้นแล้ว สำหรับคนที่โพสต์ก็ออกมาลบแล้วบอกว่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น"อั๋นกล่าว

       อั๋นถามต่อว่า มันมีทั้งทวิตเตอร์ มีแฮชแท็ก  
      "มีทั้งขึ้นเพลท ว่าพี่ฉอดพูดแบบนั้นแบบนี้ หรือแม้แต่กระทั่งทำไมพี่ฉอดไม่สัมภาษณ์เรื่องตัวเองบ้าง อันนี้น่าแปลกใจอยู่ วันนี้อยู่ๆ ก็รู้สึกผิดขึ้นมาโดยอะไรก็ไม่รู้ โดยพี่ฉอดเองไม่ทำอะไรผิดปกติเลยนั่น สัมภาษณ์ปกติทุกอย่าง อันนี้ที่น่าแปลกใจอีกอย่าง สัมภาษณ์อยู่ 3 คน ทำไมพี่ผิดอยู่คนเดียว ประเด็นที่ 2 คือข่าวมันก็ขุดคุ้ยพูดโน่นนี่ไปต่างๆ นานา ฟังเผินๆ เหมือนถูกต้องเนอะ แต่อยากให้คิดอีกทีหนึ่ง ว่าอ้าวทำไมพี่ฉอดไม่พูดชีวิตตัวเองสัมภาษณ์มาบ้างล่ะ ไม่เชิญคนนั้นคนนี้ที่มีความเกี่ยวข้องพี่มาสัมภาษณ์บ้างล่ะ ฟังดูมันเหมือนใช่เนอะ มันเป็นประเด็น ลองคิดดูสิว่า เมื่อกี้เราพูดไปแล้วว่าแขกรับเชิญที่มารายการนี้ คือเขาตั้งใจ และสมัครและยินดี พร้อมใจที่จะมาพูดในรายการเรา นั่นคือวัตถุประสงค์ของเขาที่อยากจะเปิดเผยเรื่องราวได้ จริงๆ ใครก็รู้ว่าเราไม่ชอบพูดเรื่องตัวเอง อย่างในไอจี ก็จะรู้ว่าไม่ค่อยลงเรื่องชีวิตส่วนตัว  จะลงเรื่องงาน เพราะชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับงาน เพราะฉะนั้นการที่พี่ไม่ชอบพูดเรื่องตัวเอง มันไม่ใช่ความผิด หรือมีอะไรปกปิดซ่อนเร้น หรือแอบซ่อนนะ พี่ชีวิตเป็นคนเปิดเผยมากๆ  เรามีคนแวดล้อมอยู่เยอะ 24 ชั่วโมง เราอยู่ในที่โล่งแจ้งประมาณ 20 ชั่วโมงได้ในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นชีวิตพี่เปิดเผยมากๆ ไปไหนอะไรกับใคร ทุกคนเห็นหมด เลยอยากจะเรียนว่าประเด็นที่หลายคนตั้งประเด็นเสมือนว่าพี่เป็นคนปกปิดหลบซ่อน หรือซุกซ่อนอะไรไว้

        ถามว่าสิ่งที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้เป็นปัญหาสำหรับพี่มั้ย บอกเลยว่าไม่เป็นปัญหาเลย เพราะมันมีการพูดในวงโซเชียลสนุกกัน แต่เรายังดำเนินชีวิตตามปกติตามเดิม คนรอบตัวพี่ไม่มีใครที่จะเดินมาถามเลยสักคน ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะทุกคนเห็น ไม่ได้ปกปิดอะไร ฟังดูสวยมาก ดูมีผู้ชายเยอะมากเข้ามาเกี่ยวพันในชีวิต เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ทุกคนคงเห็นกันหมด ไม่มีแง่มุมแอบซ่อนอะไร ยังรู้สึกเลยว่าตัวเองสวยมากเนอะ มีคนเข้าประเด็นนี้เยอะมาก” 

         อั๋นถามต่อว่า มีแม้กระทั่งบอกว่าพี่ฉอดควรออกมาขอโทษ "จะให้พี่ขอโทษใครพี่พร้อมนะ พี่คุยกับพี่อั๋นพี่อ้อยตลอด เวลามีกรณีแบบนี้ขึ้นมา พร้อมรับผิดชอบในทุกสิ่งที่เราทำ จะเป็นความผิดหรือความบกพร่องใดๆ  พร้อมขอโทษพร้อมรับผิดชอบ วันนี้ยังคุยกันว่าเราควรจะขอโทษใครดี วันนี้น้องโฟร์ก็บอกว่าสมัครใจพูดเอง หรือผู้ร่วมกรณีใดๆ ก็กลับออกมาขอโทษ เป็นความไม่ตั้งใจของเขา หรือสิ่งที่รุมพูดอะไรต่างๆ นานา อยากให้พี่ทำอะไรจะให้พี่ช่วยอะไรเหรอ ในชีวิตคนหนึ่งก็มีคนเข้ามาเกี่ยวพัน แต่ที่สุดแล้วคนที่รู้ดีที่สุดว่าเราทำอะไรอยู่คือตัวเราคือตัวของพี่เอง พี่ก็ยังงงอยู่ว่าจะแก้ไขอะไรยังไง  หรือควรจะแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อทำให้ทุกคนสบายใจ คือไม่ว่าจะเป็นเพลทปลอม แฮชแท็ก หรือไปขุดคุ้ยต่างๆ นานา เรื่องชีวิตส่วนตัวของพี่ ซึ่งไม่ได้ปิดนะ ทุกคนรู้ชีวิตส่วนตัวพี่หมด ไม่เคยปิดอะไรเลย แต่มันเสมือนว่านี่ฉันเปิดโปงโน่นนี่ได้ ก็ไม่ได้ปิดอะไร อย่างทวิตเตอร์ที่มันปลอม รู้ว่ามันก็ปลอม  แต่ทุกคนก็ยังสมัครใจที่จะแชร์กันไป" 

'ฉอด' เคลียร์ #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น ครั้งแรก!!