บันเทิง

มองนอกดูใน - ‘รัก’ หรือ ‘หลง’

มองนอกดูใน - ‘รัก’ หรือ ‘หลง’

16 ก.ย. 2552

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน "มหกรรมเบิกฟ้าสีคราม คุณธรรมนำความรู้" ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการเรียนของนักเรียน นักศึกษา และการฝึกอบรมของสถานศึกษาด้านวิชาการและทักษะอาชีพ โดยใช้กร

 สำหรับการพูดคุยกับเยาวชนในเวทีย่อย ซึ่งถูกจัดให้เป็นการสื่อสารสองทางเพื่อให้เยาวชนได้ฟังหัวใจของตนเองนั้น ได้รับความสนใจจากเยาวชนอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า

 ‘ความรักกับความใคร่ เหมือนหรือต่างกันอย่างไร’
 นักศึกษาหนุ่มน้อยไว้ผมทรงหนุ่มเกาหลีแถมเจาะหูคนหนึ่งลุกขึ้นเปิดหัวใจเผยความรู้สึกว่า 
 “ความรักกับเซ็กส์เหมือนกันครับ เพราะเมื่อเรารักกัน เราก็ไม่ควรมีอะไรต้องปิดบังกัน เซ็กส์คือการเปิดเผยทุกอย่างแก่กัน ถ้ารักกันก็ควรให้เซ็กส์กันได้”

 เสียงหัวเราะปนเสียงโห่ดังมาจากเพื่อนโดยรอบทันที โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาหญิงที่โบกมือเป็นพัลวันพร้อมแสดงความคิดเห็น

 "ไม่จริงค่ะ ความรักและเซ็กส์ไม่เหมือนกัน แล้วก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่รักกันแล้วต้องให้เซ็กส์แก่กัน”

 ความเห็นนี้ได้ใจจากบรรดาสาวๆ ด้วยกันผ่านเสียงเฮและเสียงปรบมือ
 ข้าพเจ้าจึงโยนคำถามต่อไปว่า
 “อะไรที่ได้มาง่าย และมากเกินไป จะไม่จืดจางเร็วหรือ”
 หนุ่มน้อยตอบทันทีโดยไม่ได้คิดว่า

 "ไม่จืดครับ เพราะผมมีเทคนิคใหม่ๆ" เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง แต่ยังคงได้รับการส่ายหน้าบอกความไม่เห็นด้วย ทำให้หนุ่มน้อยเริ่มหยุดคิดแล้วตอบเสียงอ่อยอย่างยอมรับว่า “แรกๆ ไม่จืด แต่หลังๆ ก็เริ่มจืดเหมือนกันครับ”

 “เด็กๆ ความรักนั้นต้องอาศัยความเข้าใจ ต้องช้าๆ แต่เดินไปด้วยกันด้วยความเข้าใจ เซ็กส์ที่เกินความจำเป็นกว่าการมีไว้เพียงเพื่อสืบเผ่าพันธุ์และสร้างครอบครัวเป็นเซ็กส์ที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อยังอยู่ในวัยเรียน”

 สิ้นเสียงของข้าพเจ้า หนุ่มน้อยก็เริ่มได้คิด รอยยิ้มบางๆ เกิดขึ้นบนใบหน้า เรามีสัญญาใจกันว่า เราจะคุยกันต่อได้หากเขามีข้อข้องใจที่อยากจะได้คำตอบ ข้าพเจ้าขอบคุณการเปิดเผยหัวใจของเขาที่ทำให้ได้นำมาเป็นตัวอย่างในการเรียนรู้กันต่อไปในวิถีชีวิตของชุมชนแห่งธรรม

 และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศิลปินอาสาจากภัทราวดีเธียเตอร์ คือ "เมย์" ภัทรวรินทร์  ทิมกุล ชวนเพื่อนศิลปินคือ "หวาย" กฤตินท์ เกียรติเมธา มาแสดงละครธรรมะศิลปะร่วมสมัยในชุด ‘รักและหลง’ ทำให้คนดูได้ฝึกฝน ‘การเป็นผู้ดูโดยไม่ไปคลุกคลีกับอารมณ์’ โดยเนื้อหาของละครได้สะท้อนตัวตนของหญิงชายที่เมื่อพบกันก็ล้วนหยิบยื่นตัวตนส่วนดีให้เห็นเพื่อล่อให้หลง แต่เมื่อเริ่มสร้างครอบครัวกันไป ตัวตนทุกด้านเริ่มแสดงออก เห็นความเหน็ดเหนื่อยของลมหายใจในหลากหลายอารมณ์ จบด้วยการเรียนรู้ที่จะลดตัวตนเข้าหากัน ให้อภัยกันอย่างสงบ

 ละครจบลงพร้อมใจอันเบิกบานของผู้ดูและผู้เล่น ไม่เว้นแม้แต่นกพ่อแม่ลูก 3 ตัวที่ยืนเกาะอย่างทรงตัวบนกิ่งไม้ที่แกว่งไกวไหวแรงในสายลมไม่ไกลจากเวที ซึ่งชี้ให้เห็นความสงบท่ามกลางความไหวโยนของชีวิต เช่นเดียวกับการสร้างครอบครัว ถ้าหญิงและชายฝึกฝนการเป็นผู้เฝ้าดู เห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นว่า อารมณ์มา อารมณ์ไป รู้ที่จะ ‘จ๊ะเอ๋’ แล้วรีบ ‘บ๊ายบาย’ กับอารมณ์เหล่านั้น  เพราะ ‘ไม่ว่าเฉย ไม่ว่าชอบ ไม่ว่าชัง ล้วนเป็นอนิจจังทั้งสิ้น’  เมื่อเราฝึกฝนที่จะรักเมตตาต่อตนเองได้เช่นนี้ เราจะมีชีวิตที่สงบเย็นเป็นประโยชน์...ด้วยเพราะเมื่อรักและเมตตาต่อชีวิตตนเองได้...ก็เท่ากับรักพ่อแม่ที่อยู่ในตัวเราด้วย

 ฉะนั้น มาครองชีวิตด้วยศิลปะแห่งพระธรรมของการ ‘เห็นทุกข์...แต่ไม่เป็นทุกข์’ เพื่อเป็นอนุสาวรีย์ที่มีชีวิตของพ่อแม่ ของชาติบ้านเมือง และของโลกต่อไป กันดีกว่า

"ธรรมสวัสดี"

****
ขอเชิญร่วมกิจกรรมโครงการ โรงเรียนพ่อแม่...มาช่วยกันสร้างโลกให้มีอริยะ เพราะอริยะสร้างได้ ในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน  2552 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ เสถียรธรรมสถาน  รายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2509-0085