
คมเคียวคมปากกา - อาลัยต้นฉบับ "เพลงพูด"
จากชาวลูกทุ่งไปแล้วอย่างเงียบๆ สำหรับนักแต่งเพลงที่ได้ชื่อว่า "ต้นฉบับเพลงพูด" ซึ่งคนส่วนใหญ่จะจำชื่อเพลงได้เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเพลง "คึกลิดคิดลึก" "ผู้แทนมาแล้ว" และ "สมัครด่วน"
แต่น้อยคนนักจะทราบประวัติของ สงเคราะห์ สมัตถภาพงษ์ ข้าราชการกรมที่ดินชาวชัยภูมิ ผู้ประพันธ์เพลงดังกล่าวข้างต้น และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ "เพลิน พรหมแดน : ราชาเพลงพูด"
สองสามปีมานี้ หน้าลูกทุ่ง "คม ชัด ลึก" นี่แหละ ที่ได้สัมภาษณ์ครูสงเคราะห์ ถึงที่ไปที่มาของ "เพลงพูด" ยอดนิยมในอดีต เพราะหลายเพลงมันคาบเกี่ยวกับ "นโยบายประชานิยม" ของพรรคการเมืองใหญ่บ้านเรา
อย่างเช่น "คึกลิดคิดลึก" ครูสงเคราะห์ได้แรงบันดาลใจมาจาก "นโยบายเงินผัน" ของ "หม่อมคึกฤทธิ์" นายกรัฐมนตรีสมัยโน้น รวมถึงเพลง "ผู้แทนมาแล้ว" ที่ "นายรวย ห้าร้อย" หาเสียงด้วยการชูนโยบาย "ไขก๊อกน้ำทำนา"
สมัยนั้นได้ฟังเพลงนี้ ก็อดจะชื่นชมในอารมณ์ขันแบบยั่วล้อการเมืองของผู้แต่งเพลงไม่ได้ และแทบไม่น่าเชื่อว่า พ.ศ.นี้ ยังมีนักการเมืองใหญ่ขายฝัน "ชลประทานระบบท่อ" หรือต่อท่อประปาเข้าสู่ไร่นา
แสดงว่าครูสงเคราะห์ "อ่านขาด" จึงสะท้อนความต้องการของชาวบ้านผ่านบทเพลงเมื่อ พ.ศ.ประชาธิปไตยเบ่งบาน!
เมื่อบ่ายแก่ๆ วันเสาร์ที่ผ่านมา ในรายการ "ลูกทุ่งสามสมัย" ทางทีวีดาวเทียมช่องซูเปอร์เช็ง ครูสุรินทร์ ภาคศิริ และ สัมพันธ์ พัทลุง ได้ร่วมแสดงความไว้อาลัยครูสงเคราะห์ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับเมื่อต้นสัปดาห์ก่อนโน้น
วันนั้น ครูสุรินทร์ยังเล่าถึงความหลังครั้งที่ ครูไพบูลย์ บุตรขัน นำพาครูสุรินทร์ ภาคศิริ, ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา, ครูเกษม สุวรรณเมนะ และครูสงเคราะห์ สมัตถภาพงษ์ เข้าไปช่วยแต่งเพลงป้อนนักร้องในสังกัดบริษัทกรุงไทย
ยกตัวอย่างครูไพบูลย์ ต้องการปั้น ศรคีรี ศรีประจวบ จึงมอบหมายให้แต่ละคนช่วยกันแต่งเพลง โดยครูพงษ์ศักดิ์ จึงแต่งเพลง "ทุ่งรัก", ครูสุรินทร์ แต่งเพลง "หนาวลมที่เรณู", ครูเกษม แต่งเพลง "เสียงขลุ่ยเรียกนาง" และครูสงเคราะห์ แต่งเพลง "คนมีเวร"
นี่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ลูกทุ่งเมื่อปี 2513 และถึงกระนั้นยังมีคนเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ โดยเฉพาะประเด็นเพลง "ทุ่งรัก" ที่เป็นผลงานของครูพงษ์ศักดิ์ แต่มีทีวีบางรายการยังดันทุรังบอกว่าเป็นผลงานครูไพบูลย์
ครูสุรินทร์เล่าเพิ่มเติมว่า ครูพงษ์ศักดิ์เป็นคนชอบคุยเฮฮาประสาคนดีกรีแรง (ในอดีต) แต่ผลงานเพลงที่ออกมา ก็เป็นเพลงรักหวานซึ้งเสียเป็นส่วนใหญ่
ตรงกันข้ามกับครูสงเคราะห์เป็นคนเงียบขรึม สมกับเป็นข้าราชการหนุ่มดาวรุ่ง (ในอดีต) แต่อารมณ์ขันที่ซ่อนอยู่ข้างใน มันไปโผล่ที่ "เพลงพูด" อันชวนฮา
ทั้งหมดนี้เป็นเกร็ดชีวิตของ "ผู้อยู่เบื้องหลัง" และครูสงเคราะห์ ได้จากโลกนี้ไปแล้วอย่างเงียบเชียบ หลังจากสู้ผจญกับโรคร้ายมาปีเศษ ทิ้งไว้เพียงมรดกเพลงดังให้คนรุ่นหลังได้คิดถึง
เมื่อชาตินี้ไร้ซึ่งเกียรติยศแห่งศิลปินลูกทุ่ง ก็ขอสวรรค์ได้โปรดมอบ "รางวัลศิลปินผู้สร้างสรรค์" ให้แก่ครูสงเคราะห์ด้วยเทอญ !
"บรรณวัชร"



