บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - "สัทธามหาบุรุษ"

มองผ่านเลนส์คม - "สัทธามหาบุรุษ"

16 ก.ย. 2552

แล้ว "ตาแก้ว" ก็สมหวังกะ "อีหวาน" (แฝดน้อง) ตบๆ จูบๆ กัน ก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งตามสูตรละครไทย

  ใครไม่ทันได้ดู "ไฟรักอสูร" ไม่ต้องกลัวไป เพราะเดี๋ยวพอเผลอๆ ลุงพิศาล อัครเศรณี คงกลับมารีเมกใหม่อีกแน่(ฮา)    

 แต่ถ้าเบื่อละครโทรทัศน์นัก อยากให้ลองหาเสพละครเวที ที่ตอนนี้พาเหรดมาให้ดูกันแบบเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว

 วันก่อน คุณวัฒน์ วรรลยางกูร คอลัมนิสต์เพลงลูกทุ่ง โทรมาชวนให้ไปดูละครเวทีที่ลูกชายแสดง เรื่อง "สัทธามหาบุรุษ" ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 นึกเสียดายที่การประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง และจัดแสดงน้อยรอบเกินไป
 แค่ 2 รอบ กับคนดูที่ไม่เกิน 300 คน กับละครเวทีที่ดีเรื่องหนึ่ง แถมยังแสดงใจกลางเมือง ถ้าไม่บอกว่าน้อย ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว  เพราะคงไม่ใช่แค่พล็อตเรื่อง จากละครหุ่นสายเชิงพุทธปรัชญา “สัทธามหาบุรุษ” ของ "ครูหนืด" นิมิตร พิพิธกุล หรือการแสดงอันโดดเด่นในบทนักรบจอมโหด อย่าง "ตั๊กแตน" วสุ วรรลยางกูร น้องปี 3 จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ ณัฐพล สินสถิตธรรม "น้องหนึ่ง" วัย 13 ปี รวมทั้งน้องๆ นักเรียนการแสดงจากศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ เท่านั้น 

 ทว่า สิ่งที่พวกเขาทุ่มเทซุ่มซ้อมอย่างหนัก เพื่อจะสื่อให้เห็นถึง "แก่นเรื่อง" ทั้งยังได้สอดแทรกมุกให้สนุก ไม่เบื่อหน่ายตลอดการแสดง นั้นน่ายกย่องยิ่งกว่า

 ต้องขอชมเชย ศุภวัฒน์ หงษา ผู้เขียนบทและกำกับการแสดงด้วย      
 เรื่องราวของเด็กน้อยที่พ่อแม่ถูกฆ่าตาย จึงต้องการออกบวชกับพระพุทธองค์ ด้วย สัทธา (ความหมายเดียวกับ ศรัทธา คือความเชื่อโดยผ่านการไตร่ตรองด้วยเหตุและผล) จนเมื่อมาเจอกับ "ขุนศึก" จอมโหด ที่เข้าใจว่าการใช้ "ศาสตรา" เข่นฆ่าผู้คน คือการช่วยให้คนเหล่านั้นพ้นทุกข์  ความคิดต่างขั้ว แต่กลับต้องชะตากัน เมื่อตกลงออกเดินทางร่วมกัน พวกเขาพบเจออุปสรรคมากมาย แต่ท้ายที่สุดเด็กน้อยไปไม่ทัน ด้วยพระพุทธเจ้าทรงดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว ...

 เด็กน้อยจะพบ "สัทธา" หรือไม่ และจะเอาชนะ "ศาสตรา" หรือเปล่า นั่นเป็นคำตอบที่ชวนให้ติดตาม    

 ต้องบอกว่าเรื่องนี้ "เอาอยู่" ทั้งที่บรรยากาศรอบๆ ตัวไม่เอื้อเอาซะเลย
 คนดูในรอบนั้น มีทั้งเด็กนักเรียนที่อาจเกณฑ์ให้เข้ามาดู เพราะเห็นจับกลุ่มกันนั่งคุยกัน บ้างก็รุมสนใจหน้าจอบนโทรศัพท์มือถือ ทั้งยังมีเสียงเด็กร้องกระจองอแงเป็นระยะๆ นี่ยังไม่นับรวมเสียงโทรศัท์มือถือ ที่สลับกันดังจากมุมนั้นมุมนี้เรื่อยๆ

 อย่างว่าแหละ คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ถนัดเสพงานประเภทนี้ ทั้งที่มีคุณค่าและความรื่นรมย์ไม่น้อยกว่า "ศิลปะ" แขนงอื่นเลย

 ถึงอย่างไร ก็เชื่อว่าน้องๆ นักแสดง จะเอาชนะความบันเทิงแบบฉาบฉวย หรือ"สื่อ" ที่ไร้สาระลงได้บ้าง

 อย่างน้อยการที่ผู้ใหญ่เปิดเวทีให้วันนี้ ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี แม้ว่าจะมีอุปสรรคบ้างก็ตาม  
 จึงขอแสดงความ "สัทธา" อย่างจริงใจ !!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"