
"เรตติ้ง"ด่านแรกชี้อนาคตเคเบิลทีวี-ทีวีดาวเทียม
หลังมีกฎหมายอนุญาตให้เคเบิลและทีวีดาวเทียม สามารถมีโฆษณาได้ไม่เกิน 6 นาทีต่อชั่วโมง แต่ที่ผ่านมาทีวีดาวเทียมและเคเบิลก็ยังหารายได้ไม่เข้าเป้า ทั้งที่เป็นสื่อทางเลือกที่มีเนื้อหาหลากหลาย น่าสนใจ เหตุเพราะสินค้าเลือกซื้อสื่อเฉพาะรายที่มีเรตติ้ง โดยเฉพาะกล
เจ้าของสินค้าส่วนมากไม่เชื่อมั่น ว่าเคเบิลกับทีวีดาวเทียมจะเป็นสื่อที่มีศักยภาพจริงเหมือนฟรีทีวี และจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้สินค้าได้จริง ซึ่งจำนวนลูกค้าจานดาวเทียมที่หลายๆ บริษัทนำมาอ้างอิง ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เจ้าของสินค้าได้มากนัก
“ผมว่าเรตติ้งยังเป็นสิ่งจำเป็น ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของสินค้าในระดับหนึ่ง ความคิดของผมคิดว่าในอนาคตกลุ่มที่ทำทีวีดาวเทียม น่าจะมาร่วมมือกันในการจัดทำเรตติ้ง เพื่อจะได้ใช้เป็นสิ่งอ้างอิงในทางวิชาการ แต่การทำเรตติ้ง ควรจะมีหลายๆ วิธีประกอบกันหรืออาจจะมีจำนวนตัวอย่างที่มากพอจะเป็นที่ยอมรับ ซึ่งทุกวันนี้การสุ่มตัวอย่างดูจะน้อยเกินไป และการทำเรตติ้งยังไม่ได้นำช่องทั้งหมดที่มีอยู่มาจัด ซึ่งถ้าทำได้ ก็จะทำให้สินค้าสามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้ว่า เขาจะเลือกทีวีดาวเทียมอันดับต้นๆ หรือจะเอาอันดับล่างๆ ลงไปตามกำลังงบที่เขามีอยู่ จะได้เหมือนกับฟรีทีวี ที่ใครมีงบมาก ก็ลงในช่องที่มีเรตติ้งอันดับ 1 ใครมีน้อยก็ไปลงช่องอันดับกลางๆ” ศุภชัย นิลวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์สยาม จำกัด กล่าว
ศุภชัย ยังอธิบายแนวคิดต่อการทำเรตติ้ง อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งนักบริหารหนุ่มบอกด้วยว่า แม้ทีวีดาวเทียมหลายแห่งจะลดราคาค่าเวลา แต่ก็ไม่สามารถจูงใจให้สินค้ามาลงโฆษณาได้
“เราเห็นวิธีการลดราคา ของช่องทีวีดาวเทียมกันเป็นส่วนมาก ซึ่งตรงนั้นไม่ได้สร้างความสนใจให้กับสินค้าที่จะมาลงโฆษณาในทีวีดาวเทียมได้ สินค้าเขายังยึดติดกับเรตติ้ง ซึ่งเราก็ต้องมีถ้าอยากได้โฆษณามาลง อย่าลืมว่าคนที่ดูทีวีดาวเทียม เขาเลือกช่องที่มีบุคลิกชัดเจน ตรงกับความต้องการของเขาเช่นกันสินค้าก็ต้องมั่นใจว่าลงโฆษณาแล้วได้ผลตอบรับอย่างคุ้มค่าเงิน” ศุภชัยกล่าว
ด้าน อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงความสำคัญของเรตติ้งทีวีดาวเทียมว่า
“ที่ผ่านมาผลการสำรวจของ เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน พบว่ามีส่วนสำคัญมาก เราเห็นความชัดเจนของทีวีดาวเทียมหลายช่อง ซึ่งพอมีเรตติ้งก็ทำให้การคุยกันมันง่ายและเห็นภาพร่วมกันของสองฝ่าย การขยับตัวเพิ่มขึ้นของทีวีดาวเทียมก็ยิ่งต้องมีการจัดอันดับความนิยมด้วยเช่นกัน การจัดเรตติ้ง จะเป็นการแข่งขันไปในตัวของทีวีดาวเทียมแต่ละช่อง ซึ่งมันมีคนดูอยู่ทั่วโลกเหมือนฟรีทีวี“
นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) ยังบอกอีกว่า ต้องยอมรับว่ายังมีข้อมูล หรือ งานวิจัยเกี่ยวกับเรตติ้ง เคเบิลทีวีน้อยเกินไปในบ้านเรา แต่เท่าที่มีอยู่ก็ทำให้เห็นภาพแนวโน้มต่างๆ ได้เช่นกัน
“เราก็คงต้องรอดูกันอีกระยะ ว่าตลาดโฆษณาบนทีวีดาวเทียมจะบูมขึ้นมาได้หรือไม่ ทั้งที่ยังไม่มีมอนิเตอร์ ว่าโฆษณาได้ออกไปจริงหรือไม่ และเรื่องของเรตติ้งที่ยังคงไม่มีการรายงานออกมาอย่างชัดเจน คงต้องจับตามอง ว่าบรรดาบริษัทชั้นนำในเมืองไทยหลายๆ แห่งจะกล้าลงทุนกับสื่อนี้มากน้อยเพียงใดในช่วงต่อไปจากนี้“ อดิศักดิ์กล่าว
มาปิดท้ายกันที่ เบ็น วิวัฒน์วารินทร์ ผู้บริหารหนุ่มจากบริษัท บีแซท จำกัด บริษัทที่ทำการตลาดให้แก่จานดาวเทียมไอพีเอ็ม ให้ความเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของการทำเรตติ้งดังนี้
“เท่าที่ผมดูด้านการตลาดให้กับจานไอพีเอ็ม ที่ผ่านมาผมคิดว่าเรตติ้งคือจุดแข็งอันหนึ่งของทีวีดาวเทียม เพราะทุกคนก็ต้องผลิตรายการดีๆ ออกมาเพื่อให้คนดูมากๆ มันแข่งขันกันโดยอัตโนมัติ ขณะนี้ผมเชื่อว่าหลายๆ ช่องทีวีดาวเทียมกำลังใช้ความแข็งของรายการเป็นตัวสร้างเรตติ้งให้กับตัวเองอยู่ ผมคิดว่าสินค้าหลายๆ ตัวกำลังมองตรงนี้อยู่ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ ว่าจะเลือกลงโฆษณาหรือไม่ แล้วถ้าจะลง ควรจะลงกับช่องไหน อย่างของจานไอพีเอ็มก็เริ่มที่จะมีสินค้าเข้ามาพูดคุยกันหลายรายแล้ว ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีกับวงการทีวีดาวเทียม“ เบ็นแสดงความคิดเห็น
นอกจากนั้น บรรดานักการตลาดที่คลุกคลีกับการขายโฆษณาจากบริษัทเอกชนรายหนึ่งให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำ "เรตติ้ง“ ว่าการทำเรตติ้งในบ้านเราใช้วิธีติดกล่องตามบ้านในกลุ่มตัวอย่างหรือโซนที่ที่เขากำหนดขึ้น สมมติว่าบริษัทเรตติ้งนำกล่องสำรวจไปติดให้แก่ครอบครัวหนึ่ง ที่มีสมาชิกอยู่ 4 คน ทุกคนในครอบครัวก็จะได้รับหมายเลขประจำตัว
เมื่อคนใดคนหนึ่งต้องการดูทีวีดาวเทียมช่องอะไร ก็จะกดหมายเลขประจำตัวของต้น ก่อนที่จะกดหมายเลขช่อง การสำรวจเรตติ้ง ที่มีการทำอยู่ตอนนี้มีเพียงเจ้าเดียว และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้นั้น แม้จะน้อยแค่หลักร้อยกว่าแต่นั่นก็สามารถใช้อ้างอิงได้ แต่ถ้าจะให้แม่นยำกว่าเดิมควรมีการทำ ”เรตติ้ง” อย่างจริงจังและให้กว้างกว่าเดิม



