บันเทิง

‘อุ๋ย’ แจงดราม่า‘ครูอ้อย’ไม่พอใจนำภาพโปรโมท

 ‘อุ๋ย’ แจงดราม่า‘ครูอ้อย’ไม่พอใจนำภาพโปรโมท
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

“อุ๋ย บุดดาเบลส” ยันไม่ได้ทะเลาะ ครูอ้อยเข็มทิศชีวิต เปรยแค่ไม่พอใจที่นำภาพตัวเองไปโปรโมท

         ก่อนหน้านี้ เคยโวยครูอ้อย เรื่องโดยเอาภาพตัวเองไปโปรโมทในคลิป ได้สอบถามถึงเรื่องรางที่เกิดขึ้นซึ่ง “อุ๋ย วงบุดดาเบลส”  นที เอกวิจิตร กล่าวแจงในงานแถลงข่าวรายการ “คุยเช้าโชว์” ที่บิ๊กซีราชดำริว่า

 ‘อุ๋ย’ แจงดราม่า‘ครูอ้อย’ไม่พอใจนำภาพโปรโมท

          “คือทีมงานของครูอ้อย เคยติดต่อมาเมื่อ 4-5ปีที่แล้ว บอกว่าจะให้ไปทำเพลงโครงการเขา ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าเขาสอนอะไร เขาก็บอกให้มาทดลองเรียนดู เป็นคอร์สเรียน 7 วัน แต่ผมว่างไปแค่ 4 วันหลัง ก็เลยไปลองเรียนดู แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับเขาบางอย่าง ก็ได้ถกเถียงกับครูอ้อยในคลาส ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจที่เขาสอน และมีติดขัดบางข้อ พอจบคลาสผมก็ตัดสินใจไม่รับทำเพลงให้เขา ผมจำได้เลยว่าผมบอกเขาว่าขอจ่ายสตางค์ได้ไหม จะได้ไม่รู้สึกติดค้างอะไรกัน เขาก็พาผมไปหาครูอ้อย ครูอ้อยก็บอกว่ารับไม่ได้ เพราะเรามาทดลองเรียน เพราะจะมาทำงานร่วมกันก็ไม่ต้องจ่ายสตางค์ เมื่อครูอ้อยยืนยันแบบนั้นผมก็ขอบคุณและแยกย้ายกัน และไม่เคยเจอกันอีกเลย 4-5ปีได้ จนมาเห็นคลิปวิดีโอในเฟสบุ๊คและมีพวกอกหักจากรอบที่แล้วที่ผมเคยพูดเรื่องวัดที่ปทุมธานีออกมาเหน็บแนม ว่ามาว่าวัดเขาไม่ดี ทำไมถึงไปอยู่ลัทธิแบบนี้ ผมก็เลยออกมาอธิบายว่า ไม่ได้เป็นสาวกใครไม่ได้เป็นลูกศิษย์ใคร ซึ่งทางครูอ้อยก็ออกมาอธิบาย ว่าผมไม่เคยเป็นลูกศิษย์เขา ส่วนที่ผมไปสมัยก่อนก็ไม่เห็นว่าจะเกี่ยวกับศาสนา คลาสเขาจะสอนเกี่ยวกับคนอกหัก ท้อแท้ ไม่มีกำลังใจในการใช้ชีวิต เขาก็ใช้จิตวิทยาใช้คนมากระตุ้นมาปลอบกัน ส่วนเรื่องไปปฎิบัติธรรมนั้น ผมเคยถามคนในคลาส ว่ามากี่ครั้งแล้ว มาแล้วเป็นอย่างไร บางคนบอกว่าเขาดีขึ้นจริงและชวนไปปฏิบัติธรรม บางคนที่ไปครั้งแรกก็ไม่เข้าใจแบบผม ส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ ออกมาแล้วก็ไม่คิดจะกลับเข้าไปอีก เพราะผมก็มีแนวทางของผม และที่ผมต้องติดต่อไป เพราะผมกลัวคนอื่นจะเข้าใจผิด เพราะผมเห็นคลิปตัด เป็นเงินทองไหลมาเทมา ผมไม่รู้ว่าทุกวันนี้เขาสอนกันอย่างไร ไม่รู้ว่าหลักสูตรจะเหมือนเดิมหรือเปล่า ถ้ามันไม่ได้สอนแบบเดิม แล้วผมไปอยู่ในคลิปผมก็จะโดนกล่าวหาได้ ว่าเจอแบบนี้ทำไมผมไม่ออกมาต่อว่าบ้าง ผมก็เลยต้องออกมาปกป้องตัวเอง โดยบอกทีมงานครูอ้อยให้ช่วยเอาคลิปผมออกไปด้วย ซึ่งเขาก็ถามว่าเพราะอะไร ผมก็บอกเขาไปว่ามีคนเอาไปโจมตี ซึ่งผมไม่ชอบ และผมก็ไม่ได้เป็นลูกศิษย์ครูอ้อย ผมก็ไม่รู้ว่าทุกวันนี้สอนอะไร ซึ่งเขาก็เอาออกให้เลย และทางทีมงานก็บอกว่าเขามีปัญหากับลูกศิษย์เก่าอยู่ มีใครโทรมาคุยกับผมไหม คือเขาพยายามหว่านล้อมให้ผมไปอยู่ข้างเขา ซึ่งผมบอกเขาว่าเรื่องที่ให้เอาคลิปออกนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวของผม ส่วนคุณจะทะเลาะกับใครนั้น เป็นเรื่องของคุณอันนี้ผมไม่ยุ่ง”อุ๋ยกล่าว

 ‘อุ๋ย’ แจงดราม่า‘ครูอ้อย’ไม่พอใจนำภาพโปรโมท

         นักร้องหนุ่มยังแจงต่อว่าตัวเองไม่ได้ทะเลาะกับครูอ้อยหรือมีปัญหากับครูอ้อยเป็นการส่วนตัว “ผมไม่รู้ว่าเขาสอนอะไร ผมจะออกมาว่าเขาคงไม่ได้ จะให้เขาผิดพระวินัยก็เอาผิดไม่ได้ เพราะเขาเป็นฆราวาส ถามว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า ก็ต้องว่ากันด้วยข้อกฎหมายจะเป็นเรื่องภาษีหรือปั่นหุ้นก็ต้องให้กฎหมายจัดการ กฎหมายเขาก็ดำเนินการกันอยู่ ส่วนเรื่องเอาศาสนามาหากิน สำหรับผมศาสนาพุทธนั้น เป็นภาษาสากล หนังสือธรรมะยังพิมพ์ขายเต็มไปหมด ผมมองว่าเป็นเรื่องความเหมาะสมมากกว่า และผมก็ไม่ได้เป็นตำรวจพระ ที่ต้องออกมาจัดการเรื่องศาสนาตลอดเวลา มันต้องเป็นประเด็นใหญ่จริงๆ อย่างตอนธรรมกายผมถึงออกมาพูด เพราะมันผิดกฎหมายจริง และทางรัฐก็ใช้ตำรวจทหารเยอะแยะแต่ไม่จบสักที ทุกวันนี้ยังจับไม่ได้เลย ตอนั้นก็เลยออกมาพูด (โดนโจมตีเรื่องครูอ้อยมากแค่ไหน) ไม่มีนะ เพราะผมออกมาพูดแบบโคตรเป็นธรรมเลยในเฟสบุ๊ค ผมก็พูดส่วนของผม ว่าไปเจออะไรมา และผมไม่เคยคิดจะกลับไปอีกก็แค่นั้นเอง(ได้คุยกับดาราคนอื่นๆบ้างไหม) ก็ได้คุยบ้าง คือบางคนไม่สบายใจ ที่จะให้ใช้ภาพ อาจเป็นเพราะวันนั้นเขาไป เขาเห็นด้วย แต่วันนี้เขาอาจจะไม่เห็นด้วย ที่ผมไม่เห็นด้วย เพราะตอนผมเป็นทุกข์ ผมก็ใช้ธรรมมะโดยไม่จำเป็นต้องเข้าคอร์สเสียเงินเป็นหมื่นแบบนั้น พอเสียเงินมันเลยมองเหมือนเป็นการขายบริการอย่างหนึ่ง แต่ใครอยากจะเสียเงินเข้าคอร์สก็เป็นเรื่องของเขาผมไม่เคยว่า” อุ๋ยกล่าวปิดท้าย

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง