
ดีเอสไอประสาน"เศรษฐา"ตรวจสอบถือครองที่ดิน
"เศรษฐา ศิระฉายา" โร่แจ้งเสียภาษีสวนยางผิดจังหวัด พบครอบครองที่ดินเมืองโอ่งกว่า 670 ไร่ ที่ดินแม่จันเร่งตรวจสอบฮุบที่สวนป่าแม่สลอง แฉออกโฉนดทับที่สวนป่าแม่สลองขรก.ร่วมเพียบ "สุวิทย์"ฉุนสั่งสอบด่วนเอกชนฮุปป่าหมื่นไร่
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 กันยายน เวลา ที่สำนักงานธนารักษ์จังหวัดราชบุรี นายเศรษฐา ศิระฉายา อายุ 65 ปี นักร้องดังจากวงดิอิมพอสิเบิลในอดีต และเป็นดาราและพิธีกรชื่อดัง อยู่บ้านเลขที่ 777/42 ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานธนารักษ์จังหวัดราชบุรีว่า ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ทางทหารว่า ให้มาแจ้งการครอบครองที่ดิน จำนวน 2 แปลง พื้นที่ 678 ไร่ 1 งาน 75 ตารางวา โดยแบ่งออกเป็นแปลงแรกจำนวน 559 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา และแปลงที่สอง จำนวน 119 ไร่ 25 ตารางวา ที่บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งที่ดินดังกล่าวนายเศรษฐาได้ครอบครองโดยการซื้อสิทธิ์ตามเอกสาร ภบท. 5 จากประชาชนในบริเวณดังกล่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 หรือประมาณ 7 ปี ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ปลูกยางพาราไปแล้วกว่า 200 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ ซึ่งยังว่างเปล่า
นายเศรษฐากล่าวว่า อาจจะทำเป็นพื้นที่ปลูกพืช เช่น ปาล์มน้ำมัน แต่จะไม่ทำเป็นรีสอร์ทหรือสถานที่ตากอากาศ แต่อย่างใด สำหรับการครอบครองพื้นที่จำนวนมหาศาลในครั้งนี้ ปรากฏว่า มีการแจ้งเสียภาษีที่หมู่ที่ 5 องค์การบริหารส่วนตำบลจระเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี มาโดยตลอด แต่จากการแสดงแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศปรากฏว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตหมู่ที่ 5 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งขึ้นกับองค์การบริหารส่วนตำบลสวนผึ้ง
ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือ การแจ้งการครอบครองที่ดินผิดจังหวัดมาเป็นระยะเวลานานกว่า 7 ปี หากรวมการครอบครองของชาวบ้านที่ซื้อต่อมา ก็จะมีระยะเวลาหลายสิบปี นอกจากนั้นพื้นที่บริเวณดังกล่าวในอำเภอสวนผึ้ง ยังมีปัญหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้ามาตรวจสอบผู้บุกรุกที่ เพื่อปลูกสวนยางพารา โดยมีการจัดตั้งสหกรณ์ผู้ปลูกสวนยางขึ้นมา ต่อรองกับทางราชการ ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวก็กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จริง โดยนายเศรษฐาก็ยอมรับว่า ตนเองก็เป็นสมาชิกของชมรมดังกล่าวด้วย
ดีเอสไอประสาน"เศรษฐา"ตรวจสอบการถือครองที่ดิน
รายงานข่าวจากจ.ราชบุรีแจ้งว่า กรมการทหารช่าง จ.ราชบุรี ได้ทำการออกสำรวจพื้นที่ในเขต อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ทั้งหมด เพื่อส่งข้อมูลให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่รับพื้นที่ในอ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งถูกกลุ่มนายทุนเข้ามาบุกรุกแผ้วถางป่า ทำบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ท ปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน กว่า 20,000 ไร่ เข้าไปทำการขยายผลในแง่ของการตรวจสอบ
ต่อมาทางกรมการทหารช่าง จึงได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ รับทำเป็นคดีพิเศษเนื่องจากกลุ่มนายทุนนั้นมีอิทธิพล จนทำให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่สามารถเข้าไปปฎิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งเมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีการสำรวจแล้วพบว่า นายเศรษฐา ศิระฉายา มีชื่อในการครอบครองพื้นที่อยู่ด้วยจำนวนกว่า 600 ไร่ จึงได้แจ้งให้ทางนายเศรษฐา มารับทราบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานในการครอบครอง จึงทำให้นายเศรษฐานั้นทราบว่าที่ดินของตนเองที่เสียภาษีทุกปีนั้นอยู่ในพื้นที่จ.ราชบุรี ไม่ใช้ จ.กาญจนบุรี และที่ผ่านมานายเศรษฐา ก็เสียภาษีผิดที่มาตลอดเกือบ 7 ปี
ที่ดินแม่จันเร่งตรวจสอบฮุบที่สวนป่าแม่สลอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเปิดเผยขบวนการฮุบที่สวนป่าหมื่นไร่ เจ้าหน้าที่รัฐ เอกชนและที่ดินจังหวัดร่วมแปลงเอกสาร ปลอมลายเซ็น เปลี่ยนที่สวนป่ากิ่วทัพยั้ง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ข้าวต้ม ป่าห้วยน้ำลึกและพื้นที่สวนป่าแม่สลอง อ.แม่จัน จ.เชียงราย เป็นโฉนดที่ดินกว่าหมื่นไร่ เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้เร่งทำการตรวจสอบ หากพบผู้กระทำผิดเตรียมเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ พร้อมกับดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
นายศักดิ์ณรงค์ พิชัยณรงค์ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ สำนักงานที่ดินอำเภอแม่จัน จ.เชียงราย กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทางสำนักงานที่ดินอำเภอแม่จัน ได้ทำการเร่งทำการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ผู้ที่มีเอกสารในที่ดินในบริเวณดังกล่าว ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างมาก เชื่อว่าคงจะไม่มีการบุกรุกถึง 10,000 ไร่ โดยพบว่าที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำการแจ้งว่าได้มีการบุกรุกที่ดินกว่า 30 แปลง หรือประมาณกว่า 1,000 ไร่ ในเขตป่าป่าสงวน เจ้าหน้าที่ก็จะได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด
ขณะนี้ได้รอหลักฐานจากทางกระทรวง ทส.ในการนำหลักฐานข้อมูลมาให้กับสำนักงานที่ดินอำเภอแม่จัน ในการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าได้มีการบุกรุกไปในส่วนใดบ้าง แต่หากพื้นที่เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องผู้ที่ถือเอกสารก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปประกอบกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ได้ แต่หากว่าได้มีการบุกรุกจริง เจ้าหน้าที่จะได้มีการตรวจสอบว่าได้มีกลุ่มบุคคลไหน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายไหนได้เกี่ยวข้อง พร้อมกับจะได้ทำการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ในทันที พร้อมกับจะได้ดำเนินการตามกฎหมาย
กระนั้น ตามอำนาจหน้าที่ หากพบการกระทำผิดในการบุกรุกในเขตป่าสงวน หรือมีการออกเอกสารสิทธิ์บุกรุกเข้าไปในเขตป่าสงวนเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็สามารถที่จะได้ดำเนินการตามกฎหมายในทันที
ด้านนายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำการตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่อย่างละเอียดซึ่งการบุกรุกพื้นที่ไปกว่า 10,000 ไร่ ยังคงไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียดเนื่องจากแผนที่ใช้อยู่กันในปัจจุบันเป็นที่แผนที่ที่ไม่มีละเอียดเพียงพอ โดยอัตราในแผนที่ยังคงเป็น 1 ต่อ 50,000 ไร่ จึงไม่สามารถที่จะระบุได้ว่าพื้นที่ตรงไหนเป็นพื้นที่คาบเกี่ยว พื้นที่ป่าสงวน หรือพื้นที่สาธารณะ
อย่างไรก็ตาม ก็ด้มีการวางมาตรการคุมเข้มให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้มีการดูแล รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ท้องถิ่นและประชาชนในแต่ละพื้นที่ ในห้ามทำการบุกรุก พร้อมกับจะได้มีการนำเอกสารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามาตรวจสอบ หากพบว่าได้มีการกลุ่มนายทุน หรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาบุกรุกก็จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
แฉออกโฉนดทับที่สวนป่าแม่สลองขรก.ร่วมเพียบ
พ.ต.อ.เชวงชัย ธีระกุล ผกก.สภ.แม่จัน จ.เชียงราย กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวกับพ.ร.บ.ป่าไม้ แม้จะมีพนักงานสอบสวนเป็นตำรวจในพื้นที่ แต่อำนาจการสอบสวนอยู่ที่อำเภอหรือฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงของกระทรวงมหาดไทย คดีออกโฉนดทับที่สวนป่าแม่สลองมีการสอบสวนมาก่อนหน้านี้หลายปี และพบว่ามีข้าราชการเข้ามาเกี่ยวข้องหลายราย ทั้งยังมีบริษัทเอกชนที่ไม่มีตัวตนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องข้อมูลที่ได้มาจากการสอบสวนถือว่าเป็นประโยชน์พอสมควร
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายได้เรียกคดีนี้กลับไปเพื่อตรวจสอบรายละเอียดพร้อมทั้งมีการประชุมหารือ ซึ่งหลังจากนั้นจะสั่งการมายัง สภ.แม่จัน ให้ดำเนินการอีกครั้ง
พ.ต.อ.เชวงชัย กล่าวว่า คดีนี้เป็นการโกงออกโฉนดและซื้อขายที่ดิน ไม่มีอะไรซับซ้อนมาก และไม่มีอิทธิพลในพื้นที่จนเป็นปัญหา แต่อุปสรรคอยู่ที่ว่าในตอนนี้ยังไม่มีใครเป็นผู้ออกมาร้องทุกข์เท่านั้น ซึ่งผู้ร้องทุกข์จะเป็นใครก็ได้ และในที่สุดหากมีคำสั่งจาก ภ.จว.เชียงราย ก็อาจเป็นเจ้าหน้าที่ของ สภ.แม่จัน เป็นผู้ร้องทุกข์เองเพื่อให้คดีเดินหน้าและมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด
สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นกว่า 10 ปี ทำให้มีผู้กระทำผิดบางรายเสียชีวิตไปแล้ว แต่ส่วนที่ยังเหลืออยู่ก็จะต้องดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน
แหล่งข่าวในพื้นที่อำเภอแม่จัน เผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีความพยายามในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมาอย่างต่อเนื่อง แต่สาเหตุที่ถูกนำมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนอาจมาจากกความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ระหว่างหน่วยงานบางหน่วยงาน
"สุวิทย์"ฉุนสั่งสอบด่วนเอกชนฮุปป่าหมื่นไร่
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยกรณีปัญหาบุกรุกสวนป่าแม่สลอง และสวนป่ากิ่วทัพยั้ง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ที่พบมีเอกชนปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ มาสวมสิทธิ์โฉนดที่ดินรุกเขตสวนป่า รวมพื้นที่ราว 10 , 000 ไร่ว่า เรื่องนี้ในสมัยที่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีทส.ครั้งแรกในช่วงปี 2547 ได้เคยสั่งการให้มีการตรวจสอบปัญหามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าสาเหตุใดถึงไม่มีความคืบหน้า ขณะนี้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสรุปผลการดำนินการในช่วงที่ผ่านมา และนำมารายงานให้ตนทราบอย่างเร็วที่สุดแล้ว เพื่อจะได้รู้ว่ามีปัญหา และอุปสรรคอะไร เพราะถือเป็นเรื่องเก่าที่เคยสั่งการให้ติดตามตรวจสอบเอาไว้ 5 ปีแล้ว แต่กลับยังไม่มีข้อสรุปอะไร
เมื่อถามว่ามีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อ.แม่จัน ได้สรุปผลการสอบสวนและดำเนินคดีร้องทุกข์ผู้ทำผิดที่มีรายชื่อของเอกชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องมาให้แล้ว จะดำเนินการอย่างไรต่อ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้คงต้องรอเอกสารก่อน ทั้งนี้ยอมรับว่าตนยังไม่เห็นว่ามีรายชื่อข้าราชการรายใด หรือจากหน่วยงานไหนเกี่ยวข้องอยู่บ้าง ทั้งนี้สั่งการให้กรมป่าไม้ นำเอกสารและข้อมูลทั้งหมดมารายงานให้ทราบแล้ว และถ้าผลการตรวจสอบพบว่ามีเอกชนรุกสวนป่าจริงๆ เป้าหมายของกระทรวงทรัพยากรฯคือต้องนำเอาพื้นที่กลับคืนมาอยู่แล้ว



