บันเทิง

"บอสซ่า บลอสซั่ม # 3"
วาระงานประจำค่าย "สนามหลวง"

"บอสซ่า บลอสซั่ม # 3" วาระงานประจำค่าย "สนามหลวง"

15 ก.ย. 2552

กลายเป็นโปรเจกท์ประจำของค่าย "สนามหลวง" ไปแล้ว สำหรับ "บอสซ่า บลอสซั่ม" อัลบั้มที่นำเพลงเก่าของแกรมมี่มาเรียบเรียง และถ่ายทอดใหม่ในแนวบอสซาโนว่า โดยแนวคิดของ "เต็ด" ยุทธนา บุญอ้อม หัวหอกใหญ่ของค่าย ล่าสุดโปรเจกท์นี้เดินทางมาถึงอัลบั้มที่ 3 แล้ว ซึ่งถือเป็

  สำหรับโปรเจกท์ "บอสซ่า บลอสซั่ม # 3" นอกจากจะได้ ฆ้อง มงคล คนดนตรีที่ทำงานเบื้องหน้า เบื้องหลังมาแล้วมากมาย มาร่วมดูแลการผลิตในฐานะโปรดิวเซอร์เป็นครั้งแรกแล้ว ในอัลบั้มนี้ยังแตกต่างจากอัลบั้มบอสซ่า บลอสซั่ม อื่นๆ ที่ผ่านมาที่มีนักร้องหลายคนมาร่วมแจม แต่ครั้งนี้มีเพียงนักร้องหญิงหนึ่งคน และนักร้องชายหนึ่งคนเท่านั้นที่มาร่วมถ่ายทอดสำเนียงบอสซ่า นั่นคือ "แนน" อุมาพร สุขชัย สาวเบื้องหลังที่ขอโอกาสมาทำงานเบื้องหน้า และ "ต็อง" วิตดิวัต พันธุรักษ์ ลูกไม้ใต้ต้นของ วินัย พันธุรักษ์ ศิลปินผู้มีชื่อเสียงในตำนาน

 ฆ้อง มงคล เล่าที่มาของการมาเริ่มต้นทำงานในฐานะโปรดิวเซอร์ครั้งแรกให้กับอัลบั้มนี้ว่าเกิดจากแรงชักจูงของเต็ด (ยุทธนา บุญอ้อม) บวกกับเป็นคนที่สนใจในงานบอสซาโนว่าอยู่แล้ว จึงตอบตกลง

 "ผมจะเลือกศิลปินไป พร้อมๆ กับการเลือกเพลง สำหรับเพลงผมจะเลือกเพลงที่ผมรู้จักและชอบ รวมถึงเพลงที่รู้สึกว่าน่าจะทำเป็นเพลงบอสซาโนว่าได้ ในส่วนศิลปินทั้ง 2 คน เริ่มจาก ต็อง เขาเคยร่วมงานกับทางค่ายสนามหลวงมาก่อนอยู่แล้ว ยุทธนาก็แนะนำมาให้ ส่วนแนน ผมหามาเอง เป็นเพื่อนของเพื่อนผม เป็นเด็กที่ชอบร้องเพลง ผมเห็นว่าตั้งใจดีก็เลยชวนมา

 การเลือกเพลงผมจะชอบเลือกเพลงที่ผู้ชายร้องมาให้ผู้หญิงร้อง ด้วยเรื่องของเนื้อหาเมื่อเวลาผ่านไป เพลงเนื้อหาที่ผู้ชายร้องไว้ผู้หญิงสามารถนำมาร้องได้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนหากผู้หญิงร้องเพลงเนื้อหาแบบนั้นอาจจะฟังดูไม่ดี ก็เลยอยากจะลองดู ซึ่งผลออกมาก็น่าพอใจ"

 เมื่อถามถึงการทำงานกับนักร้องทั้งคู่ โปรดิวเซอร์คนเดิมตอบว่า
 "การทำงานกับทั้งคู่จะคล้าย จะเริ่มจากการเลือกเพลงที่คิดว่าจะให้เขาร้อง จากนั้นก็มาเช็กคีย์ ซ้อมกันเป็นวันอย่างน้อย 3-4 ครั้ง ก่อนที่จะไปห้องอัด เพื่อให้ไม่เสียเวลา นักร้องเมื่อได้รับโจทย์ผมคิดว่าก็คงเหมือนๆ กันคือต้องกลับไปทำการบ้านเพื่อแก้ไขในจุดที่ทำไม่ได้ดี ในเรื่องการร้องต็องจะเป็นคนที่มีการร้องที่มีแนวทางเป็นของตัวเอง เขาจะร้องในแบบที่เขาร้อง จนเราจะต้องบอก และปรับเทคนิคให้เขา ถามว่าเขาเหมาะไหม ผมว่าการร้องเพลงไม่มีอะไรที่ตายตัว แนนก็เหมือนกัน เขาเป็นเด็กที่ร้องเพลงป๊อปมา ก็จะถ้อยคำ ลูกคอ การเอื้อนในแบบของเขามาเช่นกัน

 ถามว่างานในอัลบั้มเป็นบอสซาโนว่าแบบไหน ก็คงเป็นบอสซาโนว่าแบบไทย เพราะเราไม่ใช่คนบราซิลที่เป็นต้นตำรับเพลงแนวนี้ ฉะนั้นเราทำอย่างไรก็คงได้ไม่เท่าเขา ฉะนั้นงานที่ออกมาก็จะเป็นบอสซาโนว่าในแบบที่ผมเข้าใจ แบบที่ผมรู้จัก ทำตามอย่างที่ผมคิด จุดเด่นของมันคือไม่มีความก้าวร้าว ด้วยเพลงที่ผมเลือกมาจะไม่มีการยั่วยุไปในทางร้าย ผมจะทำเพลงดีๆ เรื่องทำเพลงที่ฟังแล้วตีกัน โกรธ เกลียด แค้น ผมไม่ทำ

 สิ่งที่ยากที่สุด เพลงบ้านเราส่วนใหญ่อยู่บนพื้นฐานป๊อป หรือป๊อปร็อก หรือไม่ก็เป็นพวกโฟล์ก ความยากในการเปลี่ยนมาก็จะยากอยู่ประมาณหนึ่งด้วยเรื่องของจังหวะต่างๆ บางเพลงเอามาทำไม่ได้เลยก็มี เพียงแต่ชุดก่อนๆ คนที่ทำก็อาจจะมองว่าเป็นการท้าทายที่จะเปลี่ยน เป็นการแสดงฝีมือ แต่สำหรับผมไม่ได้ต้องการแสดงฝีมือ จะดูที่ตัวเพลงเป็นหลัก เพลงไหนที่ทำเป็นบอสซ่าแล้วฟังดูดีที่สุด ทำได้ง่ายและเนียน"

 นอกจากนี้ในเรื่องการร้อง ฆ้อง ก็ให้ความสำคัญโดยจะเน้นย้ำให้นักร้องทั้งสองคนออกอักขระ คำไทย ให้ถูกต้อง เนื่องจากเป็นการทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมดนตรี เพลงที่ออกมาจะต้องขยายไปในวงกว้าง เด็กต้องได้ฟังสิ่งที่ถูกที่ต้อง นักร้องต้องเป็นแบบอย่างได้

 ด้าน "ต็อง" วิตดิวัต เผยว่าหลังจากเคยร่วมงานกับค่ายสนามหลวง ในอัลบั้มซิก โปรเจกท์ เมื่อได้รับการชักชวนให้มาร่วมทำงานในอัลบั้มนี้อีกครั้ง จึงไม่ปฏิเสธ เพราะผมอยากเป็นนักร้องอยู่แล้ว
 
 "การร้องครั้งนี้จะแตกต่าง ด้วยแนวเพลงที่ไม่เหมือนกัน ตัวผมเองก็ไม่ใช่คนที่เกิดมาจากบอสซ่า ผมเองร้องเพลงแนวป๊อปมาก่อน พอมาเป็นบอสซ่าก็ต้องปรับปรุงวิธีการร้องของตัวเองให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ยอมรับว่ายาก ต้องใช้ความเพียรพยายามในการฝึกซ้อมมากๆ กว่าจะออกมาเป็นเพลงหนึ่ง ต้องทำความเข้าใจมาอย่างดี ต้องซ้อมมาเต็มที่ก่อนเข้าห้องอัด แม้ว่าจะเป็นเก่าที่นำมาทำใหม่แต่ก็เปลี่ยนไปเลย"

 นอกจากเพลงในชายคาแกรมมี่แล้วในอัลบั้ม ต็อง ยังได้มาร้องเพลง "ไหนว่าจะจำ" ของคุณพ่อที่ถูกมาทำใหม่ในแนวบอสซ่าอีกด้วย ซึ่ง ต็อง ยอมรับว่ายากที่จะต้องปรับความรู้สึก เนื่องจากคุ้นเคยทั้งฟังและร้องเพลงนี้ในเวอร์ชั่นต้นฉบับมาถึง 25 ปีแล้ว  

 ส่วนเรื่องที่ว่าจะได้ทำอัลบั้มเดี่ยวเมื่อไหร่ ต็อง กล่าวอย่างปลงๆ ว่าก็คงแล้วแต่บุญวาสนา แต่ส่วนตัวย่อมอยากที่จะทำอยู่แล้ว

 ในขณะที่ "แนน" อุมาพร นักร้องน้องใหม่ที่ฝากฝีมือในการร้องคอรัสให้แก่ศิลปินมามาย ไม่ว่าจะเป็น เดอะ สตาร์ 3 และ 4 เบิร์ดกะฮาร์ท บีมายเกรสท์ 1 และ 2 เป๊ก อ๊อฟ ไอซ์ บอกว่าการทำงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสหนึ่งที่ทำให้ได้มาทำงานเบื้องหน้า เพราะการมีอัลบั้มเป็นของตัวเองก็เหมือนเป็นความฝันของคนที่ทำงานมาด้านนี้ทุกคน

 "จริงๆ ฟังเพลงหลายแนว ร้องมาหลายแนว แนวบอสซ่าก็ฟังอยู่บ้าง ร้องเล่นๆ อยู่บ้าง เหมือนพี่ฆ้องเป็นคนเปิดหู เปิดตาให้เรามากขึ้นในเรื่องของแนวเพลง พอมาทำงานจริงๆ ก็มีรายละเอียดที่เจาะลึกกว่าเดิม การได้มาทำงานตรงนี้ก็ต้องมองอะไรอีกหลายๆ มุม" แนนบอกเล่า

 ...อัลบั้มเพลงคัฟเวอร์ก็ผุดขึ้นกันมากมาย อยากรู้ว่า "บอสซ่า บลอสซั่ม # 3" จะโดดเด้ง โดนใจ สมคำโวของโปรดิวเซอร์หน้าเก่ามือใหม่คนนี้หรือไม่ ต้องไปพิจารณากันเอง...