บันเทิง

ชีวิตเฉียดตายของ “แอน” อังคณา  (คลิป)

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"แอน" อังคณา ทิมดี เล่าถึงประสบการณ์การเฉียดตาย หมอบอกอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน

 

    เป็นข่าวฮือฮาเมื่อปลายปีที่แล้ว ว่านางแบบเซ็กซี่ของเมืองไทยอย่าง “แอน” อังคณา ทิมดี ทรุดหนักเข้าโรงพยาบาลด้วยโรครุมเร้า จนร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจนแทบจำไม่ได้ ซึ่งในตอนนั้นมีข่าวถึงขั้นว่าเซ็กซี่สตาร์ดังของเมืองไทยมีโอกาสสิ้นชื่อเลยก็ว่าได้ แต่ล่าสุด “แอน” อังคณา กลับมาอีกครั้ง ด้วยกำลังใจล้นเหลือ ซึ่งแอนเผยทุกเรื่องราวดังนี้
    @@ อาการตอนนี้เป็นยังไงบ้าง
    “ร่างกายสุขภาพตอนนี้ ดีขึ้นมากแล้ว และก็หายดีแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างก็ดี ตับก็คลีนหมดแล้ว แต่เลือดมันยังน้อยอยู่นิดหนึ่ง ก็ต้องมีการไปตรวจเลือดทุกเดือน เพื่อเช็กว่าเลือดเราดีขึ้นยัง ล่าสุดที่ไปตรวจมา ก็มีการเจาะเลือด หมอบอกว่าเพอร์เฟกท์ แต่เท้าก็มีอาการชานิดหน่อย ก็ต้องรอ เดี๋ยวก็ค่อยๆ หาย อย่างหน้าเราก็อ้วนขึ้นแล้ว อย่างหน้าก็ต้องใช้เวลา”
    ถ้าย้อนกลับไปวันนั้น คิดไหมว่าจะรอดกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติไหม
    “จริงๆ แล้วตอนนั้นมันก็ท้อแล้ว แต่ว่ากำลังใจเรามาแรงมาก กำลังใจแรงมาก ทำให้เราคิดว่า ฉันต้องสู้ ฉันต้องตื่นขึ้นมา ฉันจะต้องกลับมาตรงนี้ให้ได้ มันเป็นการให้กำลังใจตัวเองด้วย คุณหมอก็ช่วยในระดับหนึ่ง ตรงนี้เพื่อนฝูงใครหลายๆ คน ไหลมาเทมา คือให้กำลังใจเราเยอะมาก ทำให้เรารู้สึกว่าฉันต้องหาย ฉันต้องหาย ถ้าคนเป็นแบบแอน 3 เดือนไปแล้ว คือแอนไม่ได้เป็นมะเร็ง แอนติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นภูมิแพ้เลือดตัวเอง แอนขาดสารอาหาร ขาดน้ำตาลด้วย เพราะเราไม่ทานหวาน แอนทานเค็ม ตอนแรกเรายังคิดเลยว่าเราจะเป็นไต ส่วนตัวเรากลัวโรคเบาหวานมาก”

 

ชีวิตเฉียดตายของ “แอน” อังคณา  (คลิป)

 


    วันที่คุณหมอบอกว่าเป็นโรคภูมิแพ้เลือดตัวเอง ตกใจไหม
    “ตกใจ เพราะว่ามันสามารถที่จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นได้ เป็นมะเร็งลำไส้ มะเร็งนั่นนี่อะไรได้ ตอนนั้นคุณหมอก็บอกกับเพื่อน บอกกับญาติว่าอาการเราน่าเป็นห่วง อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน แล้วเขาก็มาบอกเราว่าเราอาจจะต้องผ่าตัดตับ เปลี่ยนตับ ลองคิดดูซิค่าใช้จ่ายก็สูง แถมต้องรอคนบริจาคอีก ไม่รู้กี่เดือน แล้วมันจะเข้ากันได้ไหม ยอมรับว่าตอนนั้นภาวะจิตใจมันแย่ แต่ตอนนั้น ก็คิดว่าไม่ได้ เราต้องฮึด หลังจากนั้นอีก 2 สัปดาห์ คุณหมอมาบอกว่าเราหายแล้ว คือไม่ได้บอกว่าหายแล้ว บอกว่าไม่ต้องเปลี่ยนแล้ว ตลอดการรักษาคือเราใช้ยาหมออย่างเดียวเลย มีคนเอายามาให้ หมอก็บกอว่าห้ามแตะ ต้องทานยาของเขาคนเดียว เขาจะได้รู้ว่ามันหายเพราะเขา หมอเก่งมาก ฉีดนั่น ฉีดนี่เข้าเส้น ฉีดจนแขนไม่มีเส้นแล้ว ต้องมาฉีดเข้าที่ขา ฉีดที่ก็ปวดเดินไม่ได้”
    ตอนที่ป่วยมากๆ คิดถึงอะไร
    “ตอนนั้นคิดอย่างเดียว ว่าอยากหายแล้ว และฉันจะต้องหาย กำลังใจมันสูงมากอย่างที่แอนบอก พลังของตัวเองด้วย เราต้องฮึด เดินไม่ได้อ่ะ เข้าห้องน้ำจะต้องคลาน จะต้องมีพยาบาลคอยจูงตลอดเวลา ทั้งที่เมื่อก่อนเราทำทุกอย่างได้ ออกกำลังกายได้ ซิสอัพได้ แต่อันนี้ทำอะไรไม่ได้เลย ทุกสิ่งอย่าง แล้วคือเราเป็นโรคซึมเศร้าด้วย ไม่อยากเจอผู้คน ไม่อยากเจอใคร มันท้อแท้นะ งานก็ไม่มี เงินก็ไม่มี และหลายๆ อย่างเราก็ไม่อยากจะไปรบกวนใคร แล้วคนเคยทำงานทุกวัน แล้วไม่มีตรงนี้ อยู่ๆ ก็ดร็อปไป ก็เลยท้อแท้ เครียดอย่างแรง เลยเหมือนเป็นโรคซึมเศร้า เพื่อนชวนไปไหนก็ไม่ไป ไม่ไป ไม่ไป จะอยู่แต่บ้านอย่างเดียว”
    เป็นโรคซึมเศร้ามานานแค่ไหน
    “3 ปีก่อนหน้านี้ คือเราบอกไม่ถูก ไม่อยากเจอผู้คน แต่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย ไม่เคยคิดสั้น แต่ถ้าจะเป็นไปตามธรรมชาติของมัน ตายก็ตาย คือช่วงที่ยังไม่เข้าโรงพยาบาล เรามีภาวะที่คิดแบบนี้ แต่ก็พยายามคิดว่าเดี๋ยวก็หาย เพราะเราไม่เคยเข้าโรงพยาบาล เป็นครั้งแรกในชีวิต และเป็นคนที่ไม่เคยไปตรวจร่างกายเลย เราดูแลตัวเองมาตลอด มั่นใจในตัวเองสูงว่าฉันต้องไม่เป็นไร อยู่โรงพยาบาลนาน 3 เดืิอน”

 

ชีวิตเฉียดตายของ “แอน” อังคณา  (คลิป)

 


    “แอน” ยึดติดกับรูปร่างสรีระกับความเป็นเซ็กซี่สตาร์ของตัวเองไหม
    “ก็เพราะว่าเรายึดติดกับตรงนั้นกับชีวิตมากไป แต่เราไม่รู้ตัวเองว่า เราอายุมากแล้ว ต้องเปลี่ยนการดำเนินชีวิตแล้ว ไม่ใช่ว่าทำเหมือนเดิมที่เราอายุ 20-30 ปี พออายุ 40 ปีขึ้นไป ต้องเปลี่ยนแล้ว เราต้องหันมาทานแป้ง ตอนนี้หันมาทานแป้งแล้ว ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ เริ่มทานแป้งบ้าง ทานหวานแล้ว เค็มหมอยังไม่ให้กินมาก เราใช้ชีวิตที่ไม่กินแป้งมา 20 ปี ไม่ถึงขั้นไม่กินแป้งเลย ก็มีกินบ้าง แต่น้อยมาก แต่เรามีวินัยกับตัวเอง ข้าว ข้าวเหนียว ก๋วยเตี๋ยว สปาเกตตี ทุกอย่าง เรากลัวอ้วน เพราะว่าเราเคยทำรายการเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ นักโภชนาการบอกเราว่า ทานแป้งแล้วจะทำให้อ้วน เพราะแป้งจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ก็จำใส่สมองมาตลอดเลย แล้วก็ยังไปสอนนางแบบคนอื่นด้วย คนอื่นเขาก็ทำ คนอื่นเขาก็มีกินบ้าง แต่เราไม่กินเลยไง”
    ตอนนี้เรียกว่าหายขาดแล้วใช่ไหม ต้องมีวิธีดูแลตัวเองยังไง
    “ต้องฟื้นฟู ช่วงนี้เราอยู่ในช่วงพักฟื้น แล้วก็ต้องแบบ หมอยังไม่ให้ออกกำลังกาย ยังไม่ให้ทานอะไรที่ซี้ซั้ว อย่าชั่งใจ เพราะว่ามันสามารถที่กลับมาได้ทุกเวลา เวลาเราป่วย เป็นหวัด ไอ คนอื่นเป็น 3-4 วันหาย อังคณาต้องเป็น 10 วัน เพราะว่าเราเคยเป็นโรคเลือด และเคยเป็นอะไรแบบนี้มาก่อน มันก็เป็นพ่วงตรงนั้น ว่าต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ อย่าให้ป่วย ตอนนี้อาการก็ดีขึ้น แต่เรียกว่าหายไหม เรียกว่ายังต้องดูแลตัวเองอีกนิดหนึ่ง ให้หน้าสวยขึ้นหน่อย ปกติเราก็มีการออกกำลังกายที่หน้า (จะมีไปศัลยกรรมไหม) ไม่ๆ ไม่ศัลยกรรม คนมาถามไปทำจมูกมาเหรอ คือฉันผอมไง จมูกมันก็มาเอง ถามว่าจะทำให้กลับมาเฟรซได้ยังไง ก็มีวิธี ทำทรีทเมนท์อะไรประมาณนี้ แต่ไม่ได้ไปดึงหน้า ไปฉีดหน้า ยังๆ เพราะว่ายังโดนสารเคมีมากไม่ได้ คุณหมอยังไม่ให้"    

 

ชีวิตเฉียดตายของ “แอน” อังคณา  (คลิป)

 


    อยู่คนเดียวแบบไม่ออกไปไหน ไปเจอใครเลยนานแค่ไหน
“4-5 เดือน อยู่แต่บ้าน ไม่ออกไปกินข้าวกับเพื่อน ไม่ออกไปทานข้าวนอกบ้าน ไม่นั่น ไม่นี่ (ทำไมไม่ออกไป) มันไม่มีเงินป่ะ งานก็ไม่มีป่ะ มันเหมือนกับว่าเราท้อแท้ไปหมด ของเราก็ขายไปหมดแล้ว จะไปยืมเพื่อน ตอนนี้ก็เริ่มหายใจออกขึ้นมาบ้าง มีคนมาช่วยแอนเยอะมาก ขอบคุณอย่างสูงเลย ทำให้แอนฮึดสู้มีกำลังใจ ต้องให้มากๆ เลย คือเราบอกกับตัวเองเลยว่า เราต้องฟื้นนะ อยู่ต่างประเทศเพื่อนยังโอนเงินมาให้ คนโอนมาให้เราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เพราะว่าโอนเข้าบัญชี แล้วเขาก็ไม่ได้เอ่ยชื่อ”
    ตอนนี้มีงานเข้ามาบ้างหรือยัง
    “มีแล้ว มีมาเรื่อยๆ ได้เป็นพรีเซนเตอร์ ได้อะไรอย่างนี้”
 

ชีวิตเฉียดตายของ “แอน” อังคณา  (คลิป)

 

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง