บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - บ้านทรายทอง

มองผ่านเลนส์คม - บ้านทรายทอง

15 ก.ย. 2552

ซาบซึ้งในความรักชาติของ ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ สถาบันไทยคดีศึกษา กับคณะ ที่ไปยื่นฟ้องผู้นำกัมพูชาต่อศาลแพ่งของไทย ว่าละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในกรณีปราสาทพระวิหาร

  แต่เหนื่อยสาหัสเมื่อคิดว่า คนไทยจะต้องรบกับเพื่อนบ้านด้วยความคิดเดิมๆ ประเภทแย่งชิงดินแดนกันอีกแล้วหรือนี่

 เรื่องราวทางประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม รวมทั้งของไทย-กัมพูชา ซึ่งอยู่ในหมวดข่าวบันเทิง-ศิลปวัฒนธรรม หรือข่าวเบา ไม่ใช่ข่าวหนักอย่างข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ไม่ค่อยมีพื้นที่ในสื่อไทย

 ถามเรื่องประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม ไทย-กัมพูชา ส่วนใหญ่ส่ายหน้า ตอบได้แต่หัวข้อการท่องเที่ยวแบบฉาบฉวย แบบไทยเป็นใหญ่เหนือใครอื่น

 หากกระนั้นเลือดรักชาติก็แรงกล้า ได้ยินเสียงบอกว่ากัมพูชาบุกยึดปราสาทพระวิหารของไทย เพราะมีคนไทยขายชาติเปิดทางให้ ก็พร้อมจะลุกขึ้นรบจนเลือดหยาดสุดท้าย ด้วยหัวใจ ดราม่า แบบที่เคยเห็นในละครและหนังไทยรักชาติโดยทั่วไป

 เฉพาะกรณีปราสาทพระวิหารวันนี้ จึงขออนุญาตยกประโยคของอาจารย์ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และนักเขียนรางวัลศรีบูรพา ซึ่งมีงานเขียนทางวิชาการและไม่วิชาการมากมายเกี่ยวกับสังคมไทยและประวัติศาสตร์ไทยมาเป็นบทสรุปว่า

 หากเราอ่าน ‘บ้านทรายทอง’ ของ ก. สุรางคนางค์ ไม่แตก ก็ไม่สามารถจะขจัด ‘มายาคติ’ และ ‘อคติ’ ในตัวเราเอง และกับเพื่อนบ้านอาเซียน/กัมพูชา-สุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์ได้

 อันว่าวิมานสถาน ‘บ้านทรายทอง’ นั้น เจ้าคุณปู่เจ้าคุณตาสมัยเสด็จพ่อ ร.5 กับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และ สมเด็จฯ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ และประธานประเทศฝรั่งเศส ได้ตกลงกันยกให้แก่ทางฝ่าย ‘สกุลพินิตนันท์’ ไปแล้ว ดังนั้น ก็ต้องตกเป็นของพจมานผู้สืบสกุลเธอวันยังค่ำ

 "ไม่ว่าจะเป็นโดย ศาลโลก 2505 หรือ กรรมการมรดกโลก 2551
 "ทางฝ่าย ‘สกุลสว่างวงศ์ ณ อยุธยา’ อย่างหม่อมแม่และหญิงเล็ก กับ ‘ผู้นำฝ่ายอำนาจนิยม-จอมพล’ คนหัวปลี/ท้ายปลีทั้งหลายนั้น เพียงแต่เข้าไปอยู่อาศัยชั่วคราว เลยหลงละเมอไป ตอนนี้เจ้าของจริงเธอมาเอาคืนไปแล้ว

  "หากอยากจะอยู่ร่วมกันกับเธอให้ได้ด้วยดี ก็ต้องได้ด้วย ‘ความรัก-กัลยาณมิตร’ ครับ ความเกลียดความแค้น มายาคติ และอวิชชา) ใช้ไม่ได้หรอกครับ

 "ทางที่ดีต้องหา ‘ชายกลาง’ พร้อมด้วยคนดีมีศีลธรรมอย่าง ‘หญิงใหญ่’ กับ ‘ชายน้อย’ มาช่วยเป็นคนกลาง พจมานเธอถึงจะกลายเป็นทั้งพินิตนันท์ และเป็นทั้งสว่างวงศ์ ณ อยุธยา อยู่กินกันด้วยสันติสุข สมานฉันท์สุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์-อาเซียน ครับ"

"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"