
เผยโฉม "อาจกิจ" นายใหม่ "เอเอฟ" ดึง "โอม-บอย-ชมพู" สร้างงาน
เพราะ "หนุ่ม" กิติกร เพ็ญโรจน์ ผู้บริหารคนเดิมลาออกไปตามความฝันของตัวเอง ทำให้ "ทรู แฟนเทเชีย" ต้นสังกัดเหล่านักล่าฝันเอเอฟ จำต้องปรับกระบวนทัพครั้งใหญ่
โดยส่ง อาจกิจ สุนทรวัฒน์ คนคุ้นหน้าภายในกลุ่มทรู มานั่งแท่นกรรมการผู้จัดการคนใหม่แทน ซึ่งยังคงเน้นนโยบาบยตอบโจทย์ให้แฟนๆ เข้าถึงนักล่าฝันคนโปรดได้ทุกช่องทางที่ทรูมีอยู่ให้มากที่สุด
ธิติฎฐ์ นันทพัฒน์สิริ กรรมการผู้จัดการบริษัททรู วิชั่นส์ จำกัด กล่าวว่า ในฐานะกลุ่มบริษัททรู เล็งเห็นว่า ทรู แฟนเทเชีย เป็นบริษัทในเครือที่สำคัญที่สุดอีกบริษัทหนึ่ง สำหรับนักล่าฝันจากเวทีทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย แต่ละรุ่น ณ วันนี้ที่ได้เปลี่ยนมาเป็นศิลปิน ในฐานะผู้ดูแลต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้เด็กทุกคนก้าวเดินต่อไปได้ในวงการนี้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ดูแลทั้งภาพลักษณ์และพยายามหางานให้เด็กทุกคน
"ทรูเป็นบริษัทเดียวในไทย ที่พยายามให้บริการในทุกด้าน ทั้งทีวี มือถือ ฯลฯ ฉะนั้นเราก็จะนำผลงานน้องๆ เอเอฟมาสู่ประชาชนด้วยสื่อต่างๆ ที่มี เพื่อให้ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคนี้ ในปีนี้ทรู แฟนเทเชีย มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร เนื่องจากคุณหนุ่มได้เดินออกไปสานฝันของตัวเอง ฉะนั้นเพื่อนำผลงานน้องๆ เอเอฟไปสู่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง จึงส่งคุณอาจกิจ ซึ่งไม่ใช่คนอื่นคนไกล เพราะทำงานอยู่ที่ทรูมานาน มีความเข้าใจและรู้ถึงสื่อต่างๆที่เรามี จะทำให้สามารถใช้ตรงนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อนำผลงานของน้องๆ เอเอฟไปสู่แฟนๆ อีกอย่างคุณอาจกิจเองก็เป็นคนที่รู้จักคนทำงานวงการเพลง วงการบันเทิงหลายๆ คน จะทำให้การทำงานตรงนี้ดำเนินไปได้อย่างดี"
ในขณะที่ อาจกิจ ผู้บริหารคนใหม่แห่ง "ทรู แฟนเทเชีย" เผยว่า ในปี 2552 นี้ ทรู แฟนเทเชียยังคงเน้นจุดยืนในการเป็น อาร์ติสท์ เมเนจเมนต์ บริหารจัดการกลุ่มนักล่าฝันในสังกัดเพื่อต่อยอดจากนักร้องไปสู่การเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
"เมื่อผมได้รับมอบหมายให้มาทำตรงนี้ ผมมองว่า หลังจากน้องๆ เอเอฟออกมาจากบ้าน จุดนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในอาชีพนี้ การผ่านชั้นเรียนในบ้านมา 12 สัปดาห์ ไม่ใช่ว่าจะไม่ต้องเรียนอีก หลายๆ คนยังต้องพัฒนาให้ทำงานอยู่ในวงการบันเทิงไปได้อีกเรื่อยๆ อย่างเช่นน้องที่จะไปทำงานเพลง ก็จะต้องมีวอยซ์เทรนเนอร์ที่จะเข้ามาดูแล น้องๆ ที่อาจจะยังเต้นไม่แข็งก็จะต้องมีการเข้าคอร์สเรียนเต้นเพิ่ม หรือน้องที่จะไปเป็นนักแสดงหรือพิธีกร เราก็จะต้องมีหน้าที่หาแอกติ้งโค้ชมาแนะนำ คือน้องๆ ทุกคนจะต้องมีผู้มาแนะนำสิ่งที่ดีและดึงสิ่งที่เด่นในตัวออกมา
นอกจากนี้ในส่วนของเพลง ผมยังมองว่าเป็นชิ้นงานชิ้นใหญ่ที่ต้องผลิตเพื่อนำผลงานของน้องๆ ไปสู่แฟนๆ ซึ่งวันนี้เราก็ได้หาคนทำงานฝีมือดีมาทำงานให้น้องๆ โดยได้พี่ๆ 3 ทีมในชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ทั้งทีมมิสเตอร์ มิวสิก ของ คุณโอม ชาตรี คงสุวรรณ ทีมมิวสิก โปรดักชั่นส์ ของเลิฟ อีส ที่มีคุณบอย โกสิยพงษ์ เป็นผู้ดูแล และคุณชมพู ฟรุตตี้ สำหรับคุณชมพูเป็นเรื่องประจวบเหมาะ ที่พอดีผมมีโปรเจกท์อยู่ แล้วคุณชมพูก็ว่าง ก็เลยได้ชวนมาทำโปรเจกท์สนุกๆ ด้วยกัน แต่ตรงนี้ถ้าเรียบร้อยแล้วจะมีการเปิดตัวอย่าง และแจ้งให้ทราบเป็นทางการอีกครั้ง"
ผู้บริหารคนเดิมกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เริ่มพาน้องๆ เอเอฟไปพบกับพี่ๆ ทีมเพลงบ้างแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างแบ่งกันว่าใครจะทำกับใคร นอกจากนี้ยังมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ เพื่อให้เข้ากับสภาวะตลาดเพลง จากปกติวางแผงผลงานเป็นอัลบั้ม แต่ในปีนี้จะมีผลงานอีกหลายส่วนที่ผลิตเป็นซิงเกิล ด้วยความที่อุตสาหกรรมดนตรีเปลี่ยนไป การผลิตซีดีจึงไม่ใช่ธุรกิจหลักในการดำเนินธุรกิจด้านนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดกลับกลายเป็นเรื่องคุณภาพมากกว่าปริมาณ
"พี่ๆ ทีมเพลง พี่ๆ โปรดิวเซอร์ที่เราจะไปร่วมงานด้วย แต่ละคนไม่ได้เก่งแค่เรื่องทำเพลง แต่ยังทำงานกับศิลปินดังมาแล้วมากมาย ฉะนั้นพี่ๆ เหล่านี้ก็จะเห็นจุดแข็งและดึงศักยภาพของน้องๆ ที่มีออกมา นอกจากนี้ในปีนี้เรายังตั้งใจที่จะพาน้องๆ เอเอฟออกไปร่วมผลิตงานกับศิลปินค่ายอื่นๆ ให้กว้างขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงร่วมกัน หรือการขึ้นเวทีคอนเสิร์ตร่วมกัน โดยจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไปเป็นระยะ"
เมื่อถามถึงสัดส่วนการทำงาน อาจกิจ แจกแจงว่า จะแบ่งออกเป็นการทำงานเพลง 30 เปอร์เซ็นต์ คอนเสิร์ตและละครเวที 30 เปอร์เซ็นต์ พรีเซ็นเตอร์ 30 เปอร์เซ็นต์ และตลาดต่างประเทศอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคอนเสิร์ตใหญ่จะมี 2 คอนเสิร์ตด้วยกัน คอนเสิร์ตแรกจะมีขึ้นหลังจบรายการเดอะ มาสเตอร์ ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม และอีกคอนเสิร์ตจะเป็นความร่วมมือระหว่างศิลปินเอเอฟกับค่ายเลิฟ อีส ซึ่งจะทำให้เห็นความสนุกอีกแบบหนึ่งที่เอเอฟไม่เคยทำมาก่อน
ด้าน "โอม" ชาตรี กล่าวว่า ได้เห็นพัฒนาการของน้องๆ เอเอฟมาหลายรุ่น จากการได้เข้าร่วมทำโชว์และการไปทำงานเบื้องหลัง ทำให้รู้ถึงพัฒนาการของแต่ละคน โดยเฉพาะหลังออกจากบ้านก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงดีใจที่จะได้มาทำงานให้ต่อ เชื่อว่าคุณภาพของงานเพลงที่ออกมาจะไม่น้อยหน้าใคร
บอย โกสิยพงษ์ กล่าวว่า เลิฟ อีส กับเอเอฟ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาโดยตลอด ในปีนี้จึงมีการจับมือร่วมกับทำแคมเปญพิเศษที่ชื่อ เอเอฟ ซิง เลิฟ อีส ที่เป็นการรวบรวมทีมเพลงทุกคนของเลิฟ อีส ทำเพลง 20 เพลงขึ้นมาเพื่อหานักร้องที่เหมาะสมของเอเอฟมาร้องตลอดทั้งปีในรูปแบบซิงเกิล หวังว่าแคมเปญนี้จะทำให้เกิดการผสมผสานรูปแบบใหม่ของวงการดนตรี
ชมพู ฟรุตตี้ หรือ สุทธิพงศ์ วัฒนจัง อดีตผู้บริหารอาร์เอส ที่ได้ลาออกมาร่วมงานกับทรู แฟนเทเชีย ยังคงไม่มีการเปิดเผยโปรเจกท์ของตัวเองมากนัก อีกทั้งในวันแถลงข่าวก็ไม่เห็นอดีตผู้บริหารคนดังมาร่วมงาน คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ก้าวต่อไปครั้งนี้ของชมพูจะมีทิศทางเป็นอย่างไร



