
คิดใหม่ ให้ชีวิต โอเค - เศรษฐกิจหดตัว วางตัวอย่างไร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุสถานการณ์และแนวโน้มปัญหาการว่างงานว่า สถานการณ์เลิกจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ 2552 พบว่า มีสถานประกอบการปิดกิจการแล้วจำนวน 110 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 12,524 คน
และมีสถานประกอบการมีแนวโน้มจะเลิกจ้าง 207 แห่ง ลูกจ้างได้รับผลกระทบ 95,589 คน แบ่งออกเป็นลูกจ้างที่เสี่ยงต่อการเลิกจ้างสูงจำนวน 33,536 คน และลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบในลักษณะถูกลดเงินโบนัส ลดเวลาการทำงาน จำนวน 62,053 คน ส่วนใหญ่ประกอบกิจการประเภทผลิตสิ่งทอ ผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตเครื่องประดับและอุตสาหกรรมยานยนต์
อย่างไรก็ตาม กรมการจัดหางาน ได้เตรียมตำแหน่งงานว่างรองรับผู้ถูกเลิกจ้างและผู้ว่างงานทั่วประเทศ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2552 รวม 128,173 อัตรา
สำหรับตัวเลขล่าสุดเกี่ยวกับการดำเนินงานให้บริการผู้ประกันตนกรณีว่างงาน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2551- 6 กุมภาพันธ์ 2552 พบว่า มีผู้ประกันตนที่มาขึ้นทะเบียนแรงงาน 209,414 คน มีการบรรจุงาน 59,919 คน วิกฤติว่างงานทำให้คนแห่ลงทะเบียนรับการช่วยเหลือกว่า 2 แสนคน แต่บรรจุงานใหม่เพียง 6 หมื่นตำแหน่ง
ขึ้นทะเบียนว่างงานแล้ว 2 แสนคน! (ซับเฮด)
ล่าสุด สปส. รายงานว่า ณ เดือน มกราคม ที่ผ่านมา มีผู้ประกันตนขึ้นทะเบียนตกงานแล้ว 6.67 หมื่นคน เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนหน้าซึ่งมีเพียง 3.9 หมื่นคน เท่ากับคนตกงานเพิ่มขึ้นถึง 100.84% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) คาดการณ์ว่าไตรมาสแรกปีนี้จะมีคนตกงานไม่น้อยกว่า 8 แสนคน
เมื่อจำนวนคนตกงานมากขึ้นการบริโภคย่อมลดลงและผูกโยงไปถึงภาคการผลิตในระบบเศรษฐกิจ โดยทั่วไปภายใต้สภาวะเช่นนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายสำนักฟันธงล่วงหน้าว่า 3 เดือนแรกปี 2552 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะติดลบและหนทางเดียวที่จะประคองไม่ให้เศรษฐกิจเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ในยามนี้
ทำไมต้องคิดแจกเงิน (ซับเฮด)
สำหรับนโยบายแจกเงินที่ออกมา มีกระแสโจมตีจากสารพัดทิศว่าเป็น นโยบายประชานิยม ข้อวิจารณ์ดังกล่าว ทำให้นายกฯ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้ออกมาชี้แจงว่ารัฐบาลได้ดูผลวิจัยเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งพบว่า การให้เงินแก่ประชาชนเป็นมาตรการที่ดีที่สุด เพราะจะนำไปสู่การใช้จ่ายซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจอื่นๆ ในที่สุดและยังให้เหตุผลในเรื่องเดียวกันในวาระอื่นๆ อีกด้วยว่า นโยบายแจกเงินเป็นนโยบายที่ประเทศไหนก็ทำกัน ฉะนั้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศด้วยการแจกเงินเป็นวิธีขั้นพื้นฐานและน่าจะได้ผลเร็วที่สุด ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
ได้เงิน 2,000 บาทแล้ว ทำอย่างไร (ซับเฮด)
เตรียมรับ 2,000 บาท นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่ถูกกล่าวถึงทั้งแง่บวกและลบมากที่สุด คือ การแจกเงินคนละ 2,000 บาทแก่ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งประมาณว่าผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 9 ล้านคน รวมแล้วรัฐบาลจะต้องใช้เงินเพื่อการนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 10% เศษๆ ของงบกลางปี 1.167 แสนล้านบาท
นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่ถูกกล่าวถึงทั้งแง่บวกและลบมากที่สุด คือการแจกเงินคนละ 2,000 บาทแก่ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งประมาณว่าผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 9 ล้านคน รวมแล้วรัฐบาลจะต้องใช้เงินเพื่อการนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 10% เศษๆ ของงบกลางปี 1.167 แสนล้านบาท ที่ผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเท่านั้น
ตามขั้นตอนการแจก สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ซึ่งเป็นแม่งานแจกจ่ายเงินไปยังผู้มีสิทธิ จะเริ่มจ่ายงวดแรกวันที่ 26 มีนาคมนี้ และจะทยอยแจกจนครบ 5 งวด ในวันที่ 15 พฤษภาคม โดยงวดแรกผู้มีสิทธิรับ 4 ล้านคนวงเงิน 4,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีข้อสรุปว่าจะแจกด้วยวิธีการไหน เนื่องจากเกิดการงัดข้อระหว่าง กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กับ ไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีแรงงาน แต่จ่ายแน่ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม เป็นต้นไป
ยิ้มให้ออก แล้วบอกตัวเองว่ามันต้องพอเพียง (ซับเฮด)
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ตรัสให้คนไทยปฏิบัติตนให้อยู่อย่างพอเพียง ดำเนินชีวิตบนทางสายกลาง เน้นการพัฒนาแบบยั่งยืน และสร้างสมดุลให้แก่มนุษย์ ธรรมชาติ และสังคมอันที่จริงแล้วหากเรายึดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ความเดือดร้อนต่างๆ เหล่านั้นอาจลดน้อยลงไป เพื่อเราจะให้ใช้เวลาส่วนที่เหลือในชีวิตเติมเต็ม “ความสุข” ให้แก่ตนเองและคนรอบข้างได้มากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง หรือทฤษฎีความสุขมวลรวมประชาชาติ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ดูจะทันกับยุคสมัยและสังคมไทยในตอนนี้ ดังนั้นไม่ว่าปัจจุบันคุณจะประกอบอาชีพอะไร ก็สามารถนำทฤษฎีดังกล่าวไปปรับประยุกต์ได้ทั้งนั้น
"โชคชัย เจี่ยเจริญ"



