บันเทิง

ยอดหญิงปันซู 36

ยอดหญิงปันซู 36
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

พอปันซูพาพวกบัณฑิตออกไม่ล่าสัตว์ได้ไม่นานก็เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นโดยโค่วเฟิงได้หลอกฮ่องเต้ให้พาปันซูเข้าไปในป่า

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 05.00 น. / 23.10 น. ทางช่อง NOW26

Ban shuLegend No.36

    ฮั่งเหิงนำฮ่องเต้และเพื่อน พร้อมปันซูเดินทางเข้าป่า ระหว่างทางเจอชายสองคนตัดหน้าขบวนปันซูรีบลงมาดูฮ่องเต้
    “ฮ่ะฝ่าบาทเป็นอะไรไหมเพคะ”
    “ข้าไม่เป็นไร”
    ทหารนำตัวชายสองคนเข้ามา “กระหม่อมได้จับไว้แล้ว รอฝ่าบาทลงโทษ”
    ฮั่วเหิงว่า “เกิดอะไรขึ้นป่านี่เป็นเขตหวงห้ามประชาชนไม่สามารถเข้ามาได้”
    โค่วเฟิงขู่ “ใช่บุกรุกที่หวงห้ามต้องประหาร”
    ชาวบ้าน2 คน “โปรดไว้ชีวิตด้วย โปรดไว้ชีวิตด้วยข้าน้อยไม่มีทางเลือกจึงต้องใช้เส้นทางนี้”
    ปันซูถาม “ทำไมรึ เกิดอะไรขึ้น”
    “ฮ่ะ ๆใต้เท้า แม่ของข้าคลอดลูก ไม่มีน้ำนมดังนั้นข้ากับท่านปู่พอมีเงินเก็บอยู่จึงจะไปในเมืองซื้อแพะซักตัวเอาไว้รีดนมให้ลูกกินแต่ว่าข้าน้อยอาศัยอยู่รอบเขตหวงห้าม ถ้าจะไปในเมือง ต้องใช้เวลานานลูกชายข้าหิวทนไม่ได้แล้วจึงได้กล้าหาญเข้ามาที่นี่ใต้เท้าโปรดให้อภัยข้าด้วยโปรดละเว้นพวกข้าด้วย”
    “ได้โปรดละเว้นด้วย ใต้เท้า”
    ฮั่วเหิงสวน“ถึงจะมีเหตุผลแต่ทำให้ฝ่าบาทตกพระทัยทหารลากพวกเขาออกไปรอฝ่าบาทลงอาญา”
    “พะยะค่ะ”
    ปันซูสวน“หยุดก่อนฮั่วเหิงอย่าเพิ่งรีบร้อนฝ่าบาทยังไม่มีรับสั่งฝ่าบาทท่านเป็นฮ่องเต้ เรื่องวันนี้จะจัดการอย่างไรเพคะ”
    เหวินซีที่ตามมารีบบอกว่า “ฝ่าบาทท่านอย่า.. ท่านต้องจัดการอย่างยุติธรรมใช้วิธีที่ดีที่สุด”
    “ข้าเข้าใจข้าจะตัดสินเองปีนี่เจ้าอายุเท่าไร”
    “ข้าน้อย ข้าน้อยอายุสิบห้า”
    “อายุพอๆกับข้าถึงเจ้าจะทำผิดแต่เป็นเรื่องสุดวิสัยทำเพื่อดูแลแม่และน้องชายข้าในฐานะเป็นฮ่องเต้ควรจะมีเมตตาต่อประชาชนข้าขอสั่งว่า ให้ละเว้นโทษของเขาทั้งสอง”
    เหล่าบัณฑิตชื่นชม “ดีมากเลยใช่แล้ว”
    เหวินซีชม “ฝ่าบาทท่านเก่งจริงๆ”เหวินซีมอบเงินให้ “ท่านปู่ เอานี่ไปซื้อแพะเถอะ”
    “ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ”
    เหวินซีสั่ง “ท่านแม่ทัพฮั่วท่านช่วยสั่งทหารให้ไปส่งพวกเข้าในเมืองได้หรือไม่”
    “พะยะค่ะ”
    ปันซูชื่นชม “ฝ่าบาทและองค์หญิงทำได้ดีมาก ไทเฮาจะต้องภูมิใจในตัวท่านมากแน่”
    ฮ่องเต้กระแอม“ข้ายังมีเรื่องจะสั่งอายุเราก็พอๆ กันวันนี้ข้าได้ขี่ม้าล่าสัตว์แต่ประชาชนกลับลำบาก วันนี้ข้าขอสั่งว่าวันนี้ยกโทษให้สองคนนี้ได้ วันข้างหน้าก็มีคนผ่านมาทางนี้อีก เมื่อเป็นแบบนี้เราก็ต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้งข้าขอสั่งว่า ฮั่วเหิง”
    “พะยะค่ะ”
    “เจ้าแบ่งทหารที่มีครึ่งหนึ่ง ให้ทำทางเส้นเล็กๆ ในเขตหวงห้ามนี้จากวันนี้ไปถ้าข้าออกล่าสัตว์และประชาชนก็สามารถผ่านทางนี้ได้”
    “รับพระบัญชา”
    ชาวบ้าน2 คน “ทรงพระเจริญ ขอบพระทัยฝ่าบาท ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญขอบพระทัยฝ่าบาททรงพระเจริญ”
    “ฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยแบบนี้ทำเพื่อประชาชนหม่อมฉันซาบซึ้งใจยิ่งนัก” ปันซูว่า
    ที่ค่าย บัณฑิตสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ ปันซูนั่งดูอยู่ห่างๆ ฮั่วเหิงเข้ามาคุยด้วย
    “ฮึ่เด็กพวกนี้ก็ดื้อไม่เบานะ เจ้าดูสินี่ในป่า เจ้าดูสิตอนที่ข้าและเว่ยอิง มาที่นี่ครั้งแรกดูเหมือนว่าที่นี่ยังคงเหมือนเดิมฮึ่”
    “ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่โน่นจะเป็นยังไงบ้างลูกน้องของเจ้าทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง”
    “ไม่มี เจ้าวางใจได้เมื่อก่อนที่ข้าออกรบหลายวันก็ไม่มีข่าวเป็นเรื่องธรรมดาพวกเขามีนกพิราบถ้าเกิดเรื่องขึ้นจะต้องส่งข่าวมาแน่ตอนนี้ไม่มีข่าวมันคือเรื่องที่ดี”
    “อึ่มฮ่ะ”
    ฮั่วเหิงบอกปันซูว่าจะออกลาดตระเวนก่อน ฮ่องเต้เข้ามาหาปันซู
    “อาจารย์ เมื่อครู่ข้าได้ยินชาวบ้านพูดว่าในป่าแห่งนี้มีร้านดาบด้วย”
    “ขายดาบที่นี่น่ะเหรอ”
    “ถูกต้องอีกอย่าง เป็นที่ที่แม่ทัพเว่ยชิงเคยอยู่มาก่อนเขาบอกสถานที่นั้นมาแล้วข้าอยากไปดูอาจารย์ ท่านพาข้าไปได้มั๊ยพวกเขาเล่นกันสนุกข้าไม่ชอบให้คนตามไปเยอะ”
    “ฟ้าใกล้มืดแล้วควรพักผ่อนได้แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันดีมั๊ยเพคะ”
    “พรุ่งนี้ตอนเช้าก็ต้องกลับเข้าเมืองแล้วอาจารย์ไปกับข้าหน่อยนะ ข้าแค่อยากจะเป็นวีรบุรุษเหมือนอย่างเว่ยชิงใช่แล้ว ท่านไม่รู้เหรอว่าเว่ยชิงเป็นบรรพบุรุษของเว่ยอิงด้วยนะ”
    “จริงเหรอเพคะ”
    “ใช่นะสิไปเถอะท่านไปเป็นเพื่อนข้าหน่อยแล้วเดี๋ยวก็กลับมาแล้วอย่ามัวรีรอเลยข้าเห็นว่าการต่อสู้ของท่านยอดเยี่ยมถึงได้เอาเรื่องนี้มาบอกว่าจะไม่เรียกท่านไปแล้วไปเถอะๆมาเร็วอาจารย์ ไปเถอะๆ”
    “เพคะ เพคะ” ฮ่องเต้ลากปันซูไป
    เข้าป่าไปลึกหน่อยแล้ว ฮ่องเต้ก็ให้ปันซูมองหาก้อนหินใหญ่ แล้วก็หลบไป โค่วเฟิงรีบดึงตัวฮ่องเต้มา
    “ข้าทำตามที่เจ้าบอก พาปันชูมาที่นี่แล้วเจ้ามีอะไรจะพูดกับนางก็รีบพูดสิที่นี่ห่างจากค่ายเรามากไม่มีใครได้ยินหรอก”
    “ขอบพระทัยฝ่าบาทตอนนี้พระองค์ช่วยตะโกนเรียกให้ปันชูมาที่นี่”
    “เจ้าจะทำอะไรดูแปลกๆอาจารย์ข้าอยู่นี่ข้าเจอแล้วนี่เจ้าเป็นใครทำร้ายข้าทำไม โอ้ยเจ้าเป็นใครเจ้าจะทำอะไรเจ้าเป็นใคร”
    ปันซูหันหน้าหันหลังแล้วร้องเรียกฮ่องเต้ “ฝ่าบาท”
    ฮ่องเต้ยอมเรียกปันซูตามที่โค่วเฟิงขอ “อาจารย์ช่วยข้าด้วย”
    ปันซูมาตามเสียงพร้อมร้องเรียก ก่อนจะตกหลุมดักลงไป โดนกับดักงับขาไว้ ทำให้หมดสติไป ฮ่องเต้ตกใจ
    “โค่วเฟิง นี่เจ้าจะทำอะไรเจ้าบอกว่าแค่ล่อนางออกมาก็พอเจ้ามีเรื่องอาจารย์โค่วจะคุยกับนางแต่นี่เจ้าทำอะไร”
    “ฝ่าบาทนี่เป็นวิธีการพูดคุยของข้ากับอาจารย์ปันพี่ข้าต้องไปอยู่ห่างไกลต้นเหตุมันเกิดจากปันชูข้าสู้นางไม่ได้แม่ทัพเติ้งกับไทเฮาก็คอยปกป้องนางคิดไปคิดมา มีแค่วิธีนี้ที่จะแก้แค้นให้พี่สาวข้า”
    “อ๋อ นี่เจ้ากล้าหลอกข้างั้นเหรอมิน่าละถึงบอกว่าที่นี่สวยงามที่แท้เจ้าวางแผนไว้แล้ว”
    “ฝ่าบาทกระหม่อมไม่ได้หลอกพระองค์ฝ่าบาทท่านเคยรับปากจะทำตามความต้องการของกระหม่อมความต้องการของกระหม่อมก็คือลงโทษปันชูฝ่าบาทท่านบอกว่ากระหม่อมเป็นเพื่อนของพระองค์คงไม่กลับคำนะพะยะค่ะ”
    “ข้าเคยรับปากเจ้าจริงแต่เรื่องอย่างนี้ปันชูถึงยังไงก็เป็นอาจารย์ของพวกเราเจ้าจะฆ่านางมันเป็นโทษหนักมากนะ”
    “ฝ่าบาทกระหม่อมไม่ได้จะฆ่าแต่เป็นนางที่ไม่ระวังเองจึงตกลงไปในหลุมฝ่าบาทวางพระทัยได้กระหม่อมไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นไม่ได้ต้องการชีวิตนางฝ่าบาทพวกเราไปเถอะถ้าผ่านไปซักพักแม่ทัพฮั่วรู้ว่าปันชูหายไปต้องออกตามหานางแน่ไปไปกันเถอะพะยะค่ะ”
    “ไม่ได้นางเลือดออกมากอาจถึงตายได้”
    “นางไม่ตายหรอกเป็นแค่เหล็กดักสัตว์เท่านั้นข้าเป็นคนซื้อมาเองแค่กักเอาไว้เท่านั้นฝ่าบาทแค่อยากให้บทเรียนกับนางได้รู้ถึงความเจ็บปวดบ้าง”
    “เจ้ามันบ้า บ้าไปแล้วจริงๆ” ฮ่องเต้เป็นห่วงปันซูมากหาทางลงไปช่วย
    “ฮ่ะฝ่าบาทท่านจะทำอะไร”
    “ข้าจะลงไปช่วยนางปล่อยข้า”
    “ฝ่าบาท ถ้านางตื่นขึ้นมาเห็นเราสองคนนางก็จะรู้เรื่องที่เราทำลงไป”
    “ปล่อยข้าข้าบอกให้ปล่อย”
    “ฝ่าบาท”
    “ปล่อยข้านะอ่ะอ้า” ทั้งสองตกลงไปในหลุมสลบไปด้วยกัน

ยอดหญิงปันซู 36
    ฮั่วเหิงกลับมาและรู้ว่าฮ่องเต้กับปันซูหายตัวไปก็นำทหารออกตามหา 
    ที่หลุม ปันซูได้สติก็พยายามเรียกฮ่องเต้ จนฮ่องเต้รู้สึกตัว แต่เรียกโค่วเฟิงยังไงก็ไม่ฟื้น
    “บาดเจ็บหรือเพคะ”
    “ข้าเจ็บขา”
    “ขอหม่อมฉันดูหน่อย ตรงนี้เจ็บมั๊ยเพคะเจ็บมากมั้ย”
    ฮ่องเต้ว่า “อืม”
    “ฮ่ะ ไม่เป็นไร ๆ แค่ขาแพงเท่านั้น”
    ฮ่องเต้เสียขวัญร้องให้คนช่วย ปันซูเตือนให้มีสติ เพราะที่นี่ห่างจากค่ายมากอาจหาเราไม่เจอ
    ฮ่องเต้ร้องไห้“แล้วพวกเราจะทำไงล่ะ ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
    “ฝ่าบาทอย่าตะโกนเลยจะต้องตั้งสติต้องหาวิธีรอดไปให้ได้พวกเราจะไม่เป็นไรฝ่าบาทเป็นฮ่องเต้ในพวกเราสามคนท่านบาดเจ็บน้อยที่สุด ต้องตั้งสติให้ดีจะได้พาพวกเราออกไปได้ทราบมั๊ยเพคะหาช่วยหม่อมฉันหน่อยช่วยหม่อมฉันแกะนี้ออก ฮ่ะต้องเอามันออกก่อน”
    ฮ่องเต้ช่วยปันซูเอากับดักออก “ฮ่ะอาจารย์ขาท่านเป็นไงบ้าง อาจารย์ เจ็บมากหรือเปล่า”
    “ไม่เป็นไรหม่อมฉันจะปีนขึ้นไปก่อนแล้วจะหย่อนเชือกลงมาฝ่าบาทเอาเชือกมัดตัวโค่วเฟิงหม่อมฉันจะดึงพวกท่านขึ้นมาทีละคน”
    ปันซูใช้มีดช่วยในการปีนขึ้นไป แล้วหย่อนเชือกลงมาให้ฮ่องเต้ผู้โค่วเฟิงดึงขึ้นไป
    “อาจารย์ อาจารย์ท่านเป็นไงบ้างอย่าทิ้งข้านะ ข้ากลัวจังเลย”
    “หม่อมฉันต้องช่วยฝ่าบาทแน่นอน”ปันซูดึงฮ่องเต้ขึ้นมาได้สำเร็จ 
    “ฝ่าบาท ฝ่าบาทเป็นไรนะเพคะ หา”
    “ข้าไม่เป็นไรอาจารย์ข้าขอโทษ”
    ปันซูสวน“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
    “ข้ากลัวมากเลย”
    “ไม่เป็นไรเพคะ”
    “ข้ากลัวมากจริงๆ”
    “ไม่เป็นไรเพคะไม่ต้องกลัวพวกเราก็ขึ้นมาได้หมดแล้วไปหาแม่ทัพฮั่วกันนะเพคะไม่ต้องกลัวฮ่ะ”
    “อาจารย์ ขาของท่านเจ็บหนักขนาดนี้จะเดินไหวเหรอ”
    “ไหวเพคะหม่อมฉันไหวอึ่ฮ่ะ”
    ปันซูแบกโค่วเฟิง มีฮ่องเต้คอยช่วยประคองเดินไปสักพัก แล้วพักที่ต้นไม้
    “อาจารย์ข้าขอโทษข้าผิดเอง ข้าผิดเองข้ามันโง่รู้ทั้งรู้ว่าโค่วเฟิงเกลียดท่านแต่กับล่อท่านมาให้เขา”
    “เอาล่ะ ถ้าฝ่าบาททรงโง่หม่อมฉันที่เป็นอาจารย์คงโง่กว่าพระองค์จึงถูกท่านหลอกได้มีที่ไหนร้านดาบของเว่ยชิงฮ่ะ”
    “อาจารย์ข้าขอโทษข้าเป็นฮ่องเต้ที่ไม่ดีไม่รู้จักดูคนไม่ตั้งใจเรียนยังชอบทำให้ไทเฮาโมโห”
    “ทรงอย่าตรัสแบบนั้นคำสั่งของพระองค์ที่ให้ชาวบ้านผ่านทางเขตหวงห้ามได้และยังช่วยหม่อมฉันกับโค่วเฟิงก็เป็นฮ่องเต้ที่ดีแล้ว”
    “ข้าช่วยพวกเจ้า”
    “ใช่เพคะ ถ้าไม่มีฝ่าบาทฮ่ะ พวกเราสามคนจะขึ้นมาได้ยังไงฮ่ะ”
    “แต่ว่านี่ดึกมากแล้ว ไม่มีใครเลยจะมีเสือออกมากินพวกเรามั๊ย”
    “อย่าทรงคิดมากมาคิดดีกว่าว่าถ้าพวกแม่ทัพฮั่วหาเราพบแล้วพวกเราอยากจะทำอะไรหม่อมฉันอยากจะดื่มเหล้ากินเนื้อมากๆฝ่าบาทละเพคะอึ่”
    “อาจารย์ท่านป็นคนดีข้าสาบานว่า จากนี้ไปจะเชื่อฟังท่านจะไม่เกเรกับท่านอีก”
    “หม่อมฉันดีกับฝ่าบาทก็ไม่เท่าไทเฮาดีต่อฝ่าบาท กลับไปครั้งนี้อย่าทำให้พระองค์ทรงเป็นห่วงอีก”
    “ข้ารู้แล้วแต่แม่นมบอกว่านางแค่แกล้งทำดีต่อข้าแม่แท้ๆ ของข้าก็ตายไปแล้วนางก็ไม่บอกข้า”
    “ที่ไทเฮาทรงทำไปถึงแม้จะไม่ถูกต้องแต่พระองค์ไม่ได้ตั้งใจทรงบอกกับหม่อมฉันว่าพระองค์ไม่เคยมีลูกไม่รู้วิธีเลี้ยงเด็กดังนั้นสิ่งที่ทำไปเพราะอ่านจากหนังสือจนกลายเป็นหนอนหนังสือเหมือนอาจารย์เหยา หม่อมฉันทูลฝ่าบาทหลายครั้งแล้วการบริหารบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายไม่ว่าจะผิดหรือถูกที่พระองค์ไม่บอกเรื่องการตายของแม่ฝ่าบาท กลัวจะเสียใจและมีเรื่องต้องคิด” ปันซูเผลอหลับ
    “อาจารย์อาจารย์ท่านตื่นสิท่านห้ามสลบนะอาจารย์ อาจารย์ท่านห้ามเป็นลมนะอาจารย์”
    “ฮ่ะไม่ได้เป็นลมแค่รู้สึกง่วงมากฮ่ะๆๆอึ่อ่ะ ฮ่ะๆๆอึ่อึ่ๆๆฝ่าบาทถ้าเกิดหม่อนฉันทนไม่ไหวแล้วให้เป่านกหวีดอันนี้เป่าจนกว่าจะมีคนมาเจอ” ปันซูหั่นท่อนไม้ให้
    ฮ่องเต้ลองเป่า พอมองออกไปเห็นหน้าป่า“ฮ่ะอาจารย์ อาจารย์นั่นอะไร อา อาจารย์นั่นอะไร อาจารย์ อาจารย์ท่านดูสินั่นมันอะไรอาจารย์ฮึ่ๆๆ”
    ปันซูรู้สึกตัว “ฝ่าบาทอึ่เร็วรีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้เร็วเข้า เร็ว ฮ่ะ”
    ฮ่องเต้ปีนต้นไม้โดยมีปันซูช่วย “รีบขึ้นไป ฮ่ะฝ่าบาทเร็วฝ่าบาทไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามลงมานะเพคะ”
    “อาจารย์ ข้ากลัวอืมๆๆ”
    “ฝ่าบาทห้ามกลัวท่านเป็นฮ่องเต้เข้าใจนะเพคะฮ่ะอ้า..อึ่ฮ่ะอื้อ” ปันซูสู้กับหมาป่าใช้มีดแทง แล้วปันซูก็สลบไป
    “อาจารย์อาจารย์ท่านเป็นไงบ้างอาจารย์ อาจารย์ท่านอยู่ที่ไหน อาจารย์ อาจารย์ท่านอยู่ไหนล่ะอาจารย์อาจารย์บอกว่า ข้าเป็นฮ่องเต้ข้าห้ามกลัวข้าเป็นฮ่องเต้ข้าไม่กลัว”
    ฮั่วเหิงกับทหารยังคงร้องเรียกตลอด ฮ่องเต้เป่าเสียง จนฮั่วเหิงได้ยินรีบตามเสียงมา
    “อาชูฝ่าบาท”
    “ข้าอยู่นี่ข้าอยู่นี่ข้าอยู่นี่ แม่ทัพฮั่วข้าอยู่นี่”
    ฮั่วเหิงมองเห็นฮ่องเต้ ก่อนจะเห็นปันซูสลบอยู่ ฮ่องเต้ร้องไห้

ยอดหญิงปันซู 36
    ฮั่วเหิงรีบพาทุกคนกลับวังหลวง 
    ไทเฮากับทุกคนมารอรับพอเห็นขบวนเสด็จกลับมา ไทเฮารีบไปรอรับฮ่องเต้
    “ฮ่ะฮ่ะทรงบาดเจ็บตรงไหมบ้างให้ข้าดูหน่อย”
    “ลูกไม่เป็นอะไรแค่เท้าแพงเท่านั้นเสด็จแม่ครั้งนี่อาจารย์ปัยช่วยข้าไว้”
    ไทเฮาโอบกอด“ฮ่ะ”
    แม่นมเข้ามา “ฝ่าบาทเป็นอะไรหรือเพคะหม่อมฉันได้ข่าวมาตกใจแทบแย่เพคะ”
    “แม่นม ข้าไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
    ใต้เท้าเว่ยถิงออกมา “แม่ทัพฮั่วนักโทษปันชูอยู่ไหน”
    “ปันชูได้รับบาดเจ็บ นอนสลบอยู่บนรถม้า”
    “ทหาร จับปันชูไปขังคุกรอการสอบสวน”
    ฮั่วเหิงตะลึง “ใต้เท้าเว่ยถิงขอประทานโทษปันชูทำผิดอันใด”
    “อาจารย์ปัน บกพร่องในหน้าที่ในขณะนำเสด็จไปประพาสล่าสัตว์จนทำให้ฝ่าบาทตกอยู่ในอันตรายและได้รับบาดเจ็บโทษนี่อภัยให้ไม่ได้ข้าได้รับคำสั่งจากไทเฮาให้นำตัวอาจารย์ปันไปขังคุกรอลงอาญา”
    ฮั่วเหิงเข้าเฝ้าไทเฮาด้วยความไม่เข้าใจเรื่องที่ปันซูโดนจับ
    “กระหม่อมโง่เขลาไม่รู้ว่าปันชูทำผิดอะไร ไทเฮาโปรดรับสั่ง”
    “ข้าไม่ได้จะจับนางแต่เป็นพวกขุนนางบังคับข้าอาหมิงเล่าให้เขาฟังสิ"
    หมิงกงจ่างรับคำ “เพคะท่านแม่ทัพคงไม่ทราบ วันก่อนที่ท่านส่งข่าวมาให้ทราบในวังเป็นเวลาดึกแล้ว ประตูวังจึงปิดคนส่งข่าวจึงประกาศไปทั่วเรื่องที่ฝ่าบาทตกอยู่ในอันตรายจึงถึงหูเหล่าขุนนางใต้เท้าหลิว และใต้เท้าอีกสองคนจึงมากดดันไทเฮายิ่งช่วงนี้ยังเรียกร้องให้ฝ่าบาทมีอำนาจบริหารบ้านเมือง พอเกิดเรื่องขึ้นมันเป็นโอกาศที่ดี เมื่อวานในราชสำนักขุนนางร่วมกันถวายฏีกาไทเฮาว่าทรงคิดที่จะแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่แล้วใช้โอกาศนี้หลอกล่าฝ่าบาทให้ออกจากวังแล้วลอบทำร้ายไทเฮาเป็นผู้บริสุทธิ์ต้องทำตามกฏให้ใต้เท้าเว่ยถิงตรวจสอบเรื่องนี้”
    “นางทำเพื่อช่วยฝ่าบาทถึงได้บาดเจ็บหนักมีความดีความชอบแต่ให้นางไปติดคุกอาการก็จะยิ่งเป็นหนักกว่าเดิมแม้จะต้องสอบสวนให้นางฟื้นก่อนค่อยสอบสวนไม่ได้หรือพะยะค่ะ”
    “เจ้าคิดว่าข้าอยากทำแบบนี้เหรอฝ่าบาททรงไม่โปรดข้ากับปันชูมาตั้งแต่ไหนแต่ไรทุกคนก็รู้ดีถ้าข้าไปพบนางในตอนนี้ล่ะก็ก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้เจ้ารู้หรือเปล่าข้าเองยังไม่กล้าไปดูฝ่าบาทเลยเพียงแค่ให้หมอหลวงไปตรวจดูอาการว่าฝ่าบาทปลอดภัยก่อนข้าถึงจะกล้าออกหน้าแทนส่วนเรื่องนี้เราค่อยว่ากัน”
    “ฝ่าบาททรงเห็นว่าปันชูเป็นผู้มีพระคุณก็ให้ฝ่าบาททรงอธิบายเรื่องนี้ด้วยพระองค์ว่า เข้าใจผิดกระหม่อมเข้าพระทัยพระองค์ดีแต่ว่าไทเฮาปันซูไม่ได้ทำผิดอะไรท่านลงโทษนางได้เพื่อตัวท่านเองอย่างงั้นหรือพะยะค่ะ”
    “เจ้าหมายความว่ายังไงข้าบอกเจ้าอย่างชัดเจนแล้วเจ้ายังไม่เข้าใจข้าอีกหรือไง”
    “ไทเฮาความลำบากของท่านคือการถูกวิพากษ์วิจารณ์เพราะเรื่องแค่นี้มีมากมายนักแต่ปันชูก็ลำบากจะมีชีวิตรอดหรือไม่โทษกฏบหนักแค่ไหนพระองค์ก็รู้ไล่ออกจากเมืองประหารชีวิต”
    ไทเฮาสวน“แล้วเจ้าจะให้ข้าทำยังไงเกิดเรื่องแบบนี้กับฝ่าบาทต้องมีคนรับผิดชอบไม่ใช่นาง แต่ควรจะเป็นเจ้างั้นสิข้าให้เจ้ารับผิดชอบไม่ได้ข้าทนเห็นเจ้าตายไปต่อหน้าไม่ได้เพื่อเจ้าแล้วข้ายอมเสียสละนางใช่ข้ามันเห็นแก่ตัวแต่ปันชูพี่ชายนางทำคุณต่อแผ่นดินตัวนางเองเป็นผู้หญิงเมื่อคิดดูแล้วยังมีทางช่วยแต่เจ้าพ่อแม่ตายหมดแล้วนอกจากพี่ชายเจ้าในราชสำนักก็ไม่มีพวกพ้องเพราะเหตุนี้ข้าจึงต้องเลือกนาง”
    “ไทเฮาหรือว่า...”
    “ฮ่ะเจ้าเคยบอกว่าข้าอายุแค่สิบเก้าทำไมถึงอยากเป็นไทเฮาไทเฮาก็เป็นแค่หุ่นเชิด”
    “กระหม่อมเป็นคนไม่ดีไม่สมควรได้รับความเมตตา”ไทเฮาถอนหายใจ “ถ้ากระหม่อมพูดอะไรผิดไปเชิญไทเฮาทรงลงอาญา”
    “เอาละข้ารู้ว่าเจ้ากับเหยาเจียนรักกันมากข้าไม่ต้องการอะไรจากเจ้า” ไทเฮาสะอื้น “คำพูดวันนี้เจ้าก็ลืมมันซะถือว่าไม่เคยได้ยินแต่ว่าเจ้าอย่ามาข้องใจการตัดสินใจของข้า”
    “พะยะค่ะ”
    ฮ่องเต้คิดจะไปบอกความจริงไทเฮา แต่แม่นมค้านไม่ให้ไป
    “แม่นมท่านปล่อยข้าอาจารย์ปันบาดเจ็บหนัก ข้ายอมให้นางอยู่ในคุกไม่ได้”
    “หม่อมฉันรู้ว่าฝ่าบาททรงมีเมตตา แต่ว่าฝ่าบาทกับโค่วเฟิงวางแผนทำเรื่องนี้ถ้าให้คนอื่นรู้เข้าเราบอกคนอื่นไม่ได้แล้วจะช่วยนางอย่างไรเพคะ”
    “แต่”
    “การบาดเจ็บของพระองค์เป็นเรื่องใหญ่มากตอนนี้พวกขุนนางส่งหนังสือเรียกร้องบีบไทเฮา ให้คืนอำนาจให้ท่านถ้าฝ่าบาทจะออกหน้าแทนปันชูก็ถือว่าพลาดโอกาสครั้งใหญ่ฝ่าบาทไม่อยากบริหารบ้านเมืองหรือเพคะจะได้เป็นฮ่องเต้และทวงความยุติธรรมคืนให้สนมชิงเห่อ”
    “ฮ่ะที่ท่านพูดมามันก็ถูกแต่ว่าข้าคิดดูแล้วที่สำคัญคือต้องช่วยอาจารย์ปันก่อนเสด็จแม่ทรงดีกับข้าการบริหารบ้านเมืองก็ต้องเป็นของข้า เพราะข้าเป็นฮ่องเต้”
    “ฝ่าบาทฝ่าบาท ทำไมถึงไม่เข้าพระทัยเมื่อความจริงปรากฏตำแหน่งฮ่องเต้ก็จะไม่มีแล้ว”
    “แต่”
    “ฝ่าบาทหม่อนฉันไม่ได้ขู่นะเพคะลองคิดดูฝ่าบาทกับปันชูเป็นลูกศิษย์กันถ้าคนอื่นรู้ว่าพระองค์ใส่ร้ายนางแล้วถ้าพวกขุนนางรู้เข้าจะบอกว่าพระองค์ทำผิดส่วนไทเฮานางอยากจะตัดท่านทิ้ง เอาคนอื่นมาแทนฮ่ะตอนนี้เรื่องของอาจารย์ปันเป็นปัญหาใหญ่ของท่าน”
    “อ่า คงไม่หรอกเมื่อครู่ที่หน้าประตู ไทเฮาทรงเป็นห่วงข้ามาก”
    “นางกำลังเล่นละครถ้านางจริงใจทำไมตอนที่พระองค์กลับมาไม่เห็นมาเฝ้าล่ะเพคะแค่ส่งขันทีมาดู”
    “แต่….. ว่า”
    แม่นมถอนหายใจ “ฝ่าบาทในโลกนี้มีแค่หม่อมฉันที่จริงใจต่อพระองค์หากพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์พวกเราถึงจะรอดอ่าเรื่องของปันชูราชสำนักจะว่ายังไงไม่ต้องสนพระทัยทรงอยู่ที่นี่รักษาตัวส่วนเรื่องอื่นหม่อมฉันจะจัดการเอง”
    หลังฮ่องเต้เชื่อแล้ว แม่นมก็รีบไปบอกขันธี
    “มานี่สิไปบอกใต้เท้าหลิวทางนี่ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วรีบจัดการเรื่องให้เสร็จจัดการลงโทษปันชูโดยเร็วไปได้ ฮึ่เมื่อลงโทษปันชูแล้วเติ้งจื้อจะต้องอาละวาดเขาอาละวาดมากแค่ไหนไทเฮาก็จะลำบากเท่านั้นเฮ่อะแค่ฝ่าบาทได้ครองราชข้าก็จะอยู่เหนือทุกอย่าง ในแผ่นดินนี้” แม่นมหัวเราะ“ปันชูนะปันชู ตอนนั้นเจ้าสั่งสอนข้า ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ละสิหึ๊”
    ฮั่วเหิงออกมาเจอกับเติ้งที่เพิ่งมาถึง เขาเดินแบบรีบเร่ง
    “เติ้งจื้อเจ้ากลับมาแล้ว”
    “ข้าไม่มีเวลาจะพูดกับเจ้า”
    “หยุดก่อนอย่าไปเลยถึงไปเฝ้าไทเฮาตอนนี้นางก็ไม่ปล่อยอาซูหรอก”
    “ฮ่ะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ข้าไม่อยู่ไม่กี่วันอาชูก็ต้องถูกจับน้องชายโค่วหลานจือบาดเจ็บ”
    “ที่นี่ไม่สะดวกคุยไปคุยที่อื่นเถอะ”
    ฮั่วเหิงพาเติ้งไปเล่าเรื่องราวให้ฟัง 
    “เรื่องมันเกิดที่ข้าเป็นเพราะข้าเองข้าเองที่ไม่ระมัดระวังไม่ได้สั่งคนคอยคุ้มครองฝ่าบาทอาชูถึงได้ออกไปเองข้าจะเว้นระยะห่างกับไทเฮาให้มากกว่านี้ก็คงจะไม่”
    “ฮ่ะไม่ใช่เวลาจะมาตำหนิตัวเองฝ่าบาทได้บอกเจ้าหรือไม่ว่าตกลงไปในหลุมได้ยังไง”
    “ไม่ได้บอกทรงบอกแค่ว่าหลงทางถ้าเป็นแบบนั้นจริงดูจากวรยุทธ์ของอาชูแล้วไม่น่าจะตกลงไปทั้งสามคน”
    “ประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละ”
    “เจ้าจะไปไหน”
    “ไปตำหนักฮ่องเต้ไปหาความจริงให้มันรู้เรื่อง”
    “ใจเย็นไว้ก่อนสิไทเฮาไม่กล้าไปที่ตำหนักฝ่าบาทเพราะกลัวพวกขุนนางจะผิดสังเกตคิดว่าจะทำร้ายฝ่าบาทท่านต้องควบคุมตัวเองอย่าทำอะไรวู่วามเด็ดขาด”
    เติ้งจะไปหาฮ่องเต้ แต่แม่นมไม่ยอมให้พบ อ้างว่า
    “เอ๊ะท่านแม่ทัพช้าก่อนฮ่ะตอนนี้ที่ตำหนักมีทหารมากมายข้าน้อยไม่มีเวลามาดูแลท่าน”
    “เจ้าไม่ยอมให้ข้าเข้าไปเจ้าคิดจะทำอะไร”
    “ฮ่ะ ข้าน้อยมีความภักดีต่อฝ่าบาทถึงได้กล้าเสี่ยงก็เพื่อชื่อเสียงของท่านแม่ทัพเองนะเจ้าค่ะถ้าเกิดฝ่าบาทตกใจที่เห็นท่านกำลังโกธรแล้วอาการป่วยแย่ลงแล้วท่านจะบอกกับคนอื่นอย่างไร”
    “เจ้ามันหมารับใช้ที่ซื่อสัตย์จริงๆ ฮึ่หึ๊”
    เหยาเจวียนพาหลิวเอี้ยน อาหลิง จูติงจะไปเยี่ยมปันซู แต่ใต้เท้าที่ดูแลไม่ยอมให้เข้า จนเติ้งมาพบแล้วพาทั้งหมดเข้าไปโดยไม่ฟังคำทัดทาน
    “พวกเจ้ามาได้ไง”
    เหยาเจวียนเป็นห่วง “เจ้าเป็นไงบ้างแผลเป็นไงบ้าง”
    “แค่แผลภายนอกไม่ตายหรอก”
    “เจ็บหรือเปล่า”
    “ไม่เจ็บแล้ว เมื่อกี้เพิ่งกินยาไปโชคดีที่วันนั้นเจอหมาป่าแค่ตัวเดียวไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เห็นหน้าพวกเจ้าอีกแล้ว”
    “เจ้าพูดอะไรอย่างนั้นข้าขอดูขาเจ้าหน่อย” เติ้งว่า
    “เอ๊ะ ไม่ต้องหรอกหมอบอกแล้วว่า ไม่ได้ลึกถึงกระดูก ที่นี่อยู่กันหลายคนชายหญิงไม่ควรโดนตัวกัน”
    “เอาล่ะมาถึงขนาดนี้แล้วยังจะมาล้อเล่นอีกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเรื่องนี้ร้ายแรงมาก”
    “ข้ารู้ฟื้นขึ้นมาไม่นานพวกเขาก็ส่งคนมาสอบข้าแต่ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดทำไม่ต้องกลัวด้วย”
    เติ้งถาม “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
    “ทำไมถึงได้ตกลงไปในหลุมกับฝ่าบาทได้ฝ่าบาทบอกว่าแค่หลงทางนี่”
    “ใช่ แค่หลงทางพวกเราสามคนไม่ได้ระวัง”
    “เจ้าโกหกถ้าเป็นแบบนั้นจริงทำไมฝ่าบาททรงอยู่แต่ในตำหนักโค่วเฟิงไม่ชอบเจ้าอยู่แล้ว เขาทำอะไรเจ้าหรือเปล่า”
    จูติงถามขึ้น “อาจารย์เกิดอะไรขึ้นกันกันแน่”
    “เกิดอะไรขึ้นนะเหรอข้าพูดก็เท่านั้นฝ่าบาทเท่านั้นที่ต้องตัดสินไม่ต้องกังวลหรอกตอนที่ข้า-โดนสอบสวนข้าก็เข้าใจเรื่องทุกอย่างดีไทเฮาก็ทรงลำบากใจว่าทำไมต้องจับข้าข้าเข้าใจหมดข้าโชคร้ายเองถึงได้เป็นอย่างนี้แต่ไม่ต้องห่วงข้า รอฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยแล้วจะทรงอธิบายต่อขุนนางเองให้ความยุติธรรมแก่ข้า”
    “ทรงไม่ทำแบบนั้นแน่ถึงเจ้าไม่บอกข้าก็เดาออกว่าฝ่าบาทกับโค่วเฟิงร่วมมือกันแต่โดนตัวเองด้วยตอนนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เจ้าลองคิดดูนะฝ่าบาทอยากให้เจ้าตายอย่างงี้โหดร้ายยิ่งนักทุกอย่างก็เพื่อรักษาตำแหน่งฮ่องเต้ไว้อาซูเจ้ายังจะมีหวังในตัวฝ่าบาทอีกงั้นหรือ”
    “ข้าคิดไว้แล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นโค่วเฟิงเป็นต้นเหตุถึงเขาจะรู้สึกผิดแต่ก็คงไม่กล้าจะพูดตอนนี้ความหวังของข้าก็อยู่ที่ฝ่าบาทแล้ว”
    “ได้อาซูถ้าเจ้าแต่งงานกับข้าเป็นภรรยาของแม่ทัพก็เป็นคนที่สำคัญไม่มีใครกล้าทำอะไรเจ้าได้ตระกูลเติ้งสามารถปกป้องเจ้าได้มาจัดพิธีกันตอนนี้เลย”
    ปันซูแทรก“ฮ่ะ”
    เติ้งสวน“ให้องค์หญิงเป่ยเซียงร่วมเป็นพยานก็ทำแค่เซ็นหนังสือสมรสเรื่องทุกอย่างก็เรียบร้อยเหยาเจียนองค์หญิง ช่วยเป็นพยานด้วย”
    “ไม่ต้องข้าจะไม่แต่งงานเจ้าเลิกล้อเล่นเสียที”
    “ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบข้า แต่ที่ข้าทำก็เพื่อจะช่วยชีวิตเจ้า”
    “เติ้งจื้อใจเย็นๆก่อนฟังข้าพูดก่อนที่ท่านช่วยข้าข้าซาบซึ้งมาก แต่ยิ่งทำแบบนี้ข้ายิ่งจะ..ไม่แต่งกับท่านถูกต้องถ้าแต่งกับท่านไปข้าก็จะรอดตายแต่เมื่อแต่งไปแล้วราชสำนักต้องขัดแย้งกันรุนแรงแล้วจะโจมตีไทเฮา เจ้าก็รู้ดีว่าเหล่าขุนนางทำเรื่องนี้ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่แค่กำจัดอาจารย์ธรรมดาอย่างข้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้เรื่องข้าเคยอ่านหนังสือมาไม่ว่าขุนนางจะผู้ยิ่งใหญ่แค่ไหนหรือว่านักรบเก่งกาจแค่ไหนเมื่อเกิดเรื่องขึ้นก็หนีความตายไปไม่พ้นข้าไม่อยากให้ใครมาสงสารถ้าข้าแต่งกับท่านมันไม่สมควรสภาพตอนนี้เขาทรมานข้าได้ถ้าข้าแต่งกับท่านไปก็จะเป็นภาระไทเฮาท่านและตระกูลของท่าน”
    “มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นช่วยชีวิตเจ้าสำคัญกว่าไม่ต้องคิดแทนข้า”
    “แต่ท่านเป็นเหมือนพี่ชายข้าข้าต้องคิดแทนท่านอีกอย่างข้าก็ตั้งใจไว้แล้วว่าชีวิตนี้ถ้าไม่ใช่เว่ยอิงก็ไม่แต่งกับใคร”
    หลิวเอี้ยนว่า “ไม่แต่งก็ไม่แต่งแม่ทัพเข้าตำหนักฝ่าบาทไม่ได้ พวกเราหาวิธีอื่นก็ได้ข้ากับเหวินซีเข้าได้ ถึงตอนนั้นพวกเราค่อยเกลี้ยกล่อมฝ่าบาท”
    “ใช่ๆเป็นวิธีก็ไม่เลวนะ”
    “ข้ารู้สึกว่าฝ่าบาท จะต้องช่วยข้าแน่ฝ่าบาทแค่ซุกซนแต่ตั้งแต่วันนั้นที่ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ประชาชนผ่านเขตหวงห้ามได้ข้าคิดว่าข้าเข้าใจฝ่าบาทฝ่าบาทจะทรงคิดได้”
    “ฮ่ะเจ้ายังจะรออีกเหรอเขาอยากจะลงโทษเจ้าใจจะขาดอยากให้ฝ่าบาทได้บริหารบ้านเมือง”
    “ท่านน่ะดูถูกไทเฮาเกินไปแล้วพระองค์ดูแลบ้านเมืองมานานตอนนี้ต้องตามน้ำไปก่อนรอเวลาที่จะจัดการรอไทเฮาทรงแน่พระทัยว่าฝ่าบาทปลอดภัยดีขุนนางเลิกสงสัยพระองค์ก็จะค่อยๆจัดการพวกขุนนางนั้นทีละคนท่านอย่าลืมสิข้าไม่เชื่อว่าจะกล้าฆ่าข้าได้หรอก”

 จบตอนที่ 36 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด