บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - เบาสมอง

มองผ่านเลนส์คม - เบาสมอง

24 ก.พ. 2552

ละครเบาสมองทางช่อง 7 เรื่อง ‘ดำขำ’ จบตอนไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แม้ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษให้ประทับใจ แต่ควรมอบคำชมให้ผู้เกี่ยวข้องกับการทำละครเรื่องนี้ทุกคน โดยเฉพาะคนเขียนบทว่า มีความพยายามดีมาก

  อย่างน้อยที่สุดละครเรื่องนี้ก็ไม่มีมลพิษทางความคิดมากนัก
 ง่ายๆ สั้นๆ คือ ละครเรื่องนี้พยายามแสดงภาพคนที่เป็นคน ไม่ใช่คนที่ถูกแบ่งพวกเป็นฝ่ายดำขาว ดีก็ดีเหลือล้น เลวก็เลวเหลือหลาย เหมือนที่เห็นในละครไทยทั่วไป
 ผู้หญิงที่ถูกกำหนดให้เป็นฝ่ายนางอิจฉาของเรื่อง คือแม่พระเอกและสาวสังคมตระกูลดังที่แม่พระเอกหมายตาให้เป็นคู่พระเอกนั้น
 นอกจากไม่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดชวนรำคาญหู ยังมีความเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป คือมีทั้งนิสัยดีที่เข้าท่า และนิสัยไม่เข้าท่าประเภทเห็นแก่ตัวเอาเปรียบคนอื่น ฯลฯ ปะปนกันไป
 หากเมื่อถึงเวลาสมควรเข้าท่าก็เข้าท่า เช่น เมื่อนางเอกทำดีด้วยก็ทำดีกลับบ้าง เป็นต้น
 ละครเรื่องนี้มีเสียอย่างเดียวแต่เป็นประเด็นหลักก็คือโครงเรื่องกับเหตุผลซึ่งชักนำตัวละครไปสู่พฤติกรรมต่างๆ หละหลวมเลื่อนลอยเหมือนละครไทยแทบทุกเรื่อง
 มีเสียงบ่นเสมอเรื่องความไม่สมเหตุผลและความคับแคบของแนวคิดที่ปรากฏในละครไทยส่วนมาก ซึ่งวนเวียนอยู่แต่เรื่องการตบตีทำร้ายกันและกันเพื่อแย่งชิงคนรักและทรัพย์สมบัติ แต่ละครไทยก็ยังเป็นละครไทยไม่เคยเปลี่ยน
 ขณะที่หนังและละครทั่วโลก รวมถึงละครเกาหลีซึ่งยังติดลมบนในบ้านเรา มีประเด็นอื่นๆ ที่สอดคล้องกับชีวิตจริงมากมาย รวมถึงอุดมคติในการประกอบวิชาชีพของตนให้ประสบผลสำเร็จ และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน เป็นต้น
 โลกส่วนตัวใบน้อยในละครไทย ไม่มีอุดมคติอื่นนอกจากชีวิตในฝันที่เรา (อันมีพระเอกนางเอกเป็นตัวแทน) ต้องฝ่าฟันอุปสรรคจนได้ชัย คือการเอาชนะใจเศรษฐีและผู้มีบุญหนักศักดิ์สูงให้ยอมรับว่า เราควรคู่กับการได้เลื่อนชั้นทางสังคม เป็นสะใภ้หรือเขย หรือเกี่ยวดองทางใดทางหนึ่งกับตระกูลยิ่งใหญ่นั้น
 เป็นไปได้ว่าการใช้ความคิดเพื่อพิจารณาเรื่องราวต่างๆ อย่างลุ่มลึกไม่ใช่ลักษณะของคนไทยที่ชอบเรื่องเบาสมอง คนช่างคิดที่สังคมอื่นว่าดี อยู่ในสังคมแบบนี้จึงต้องยอมรับความเป็นคนนอกคอก

"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์)