
วัดองศา 4 สาขาเข้าชิงดำ
คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 14 ประเดิมใน 4 สาขาแรก
เปิดเผยกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ 5 ผู้เข้าชิงรางวัล “คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 14” ที่จะประกาศผลผู้ชนะในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ วันนี้ทีมข่าวบันเทิง “คม ชัด ลึก” จะพาไปวัดองศาความร้อนของผู้เข้ารอบสุดท้ายประเดิมใน 4 สาขาแรกกันก่อน
เริ่มกันที่ สาขาดาวดวงใหม่ลูกทุ่งชายยอดเยี่ยม กันก่อนเลยดูรายชื่อสาขานี้แล้วต้องบอกเลยว่า กองเชียร์นั่งกันไม่ติดแน่ เพราะแต่ละคนพื้นฐานการร้องไม่หนีกันมากนัก
คนแรก พงศ์ จักรพงศ์ ฝาแฝดผู้พี่ของ พัน จักรพันธ์ สังกัดยุ้งข้าว เรคคอร์ด ที่หลุดเข้ารอบมาด้วย เพลง “ทุ่งเหงา” พัฒนาการวิธีการร้องอยู่ในขั้นประมาทไม่ได้เลยทีเดียว เช่นเดียวกับ เต้ย จักริน น้องใหม่จากค่ายเดียวกัน ที่เข้ามากับเพลง “ร้องเพลงเพื่อเธอ” แม้จะอยู่ค่ายเดียวกันแต่ชื่อชั้นของรางวัล “คมชัดลึก อวอร์ด” ที่ยึดมาตรฐานของการร้องเพลงลูกทุ่งที่ถือว่าหินสุดในทุกรางวัล ทั้งคู่ก็ต้องเต็มที่ แถมยังมาเจอกับนักร้องปอดใหญ่ หลานชายแท้ๆ ของ เสรี รุ่งสว่าง นายกสมาคมนักร้องลูกทุ่งประเทศไทย มานัส เกษตรศรี นักร้องอิสระที่ใช้ลีลาน้ำเสียงขยี้เพลง “นักรบบนผืนผ้าใบ” บาดอารมณ์ไม่น้อย เช่นเดียวกับลูกทุ่งสำเนียงใต้ไร้สังกัด อย่าง หนัง ไข่นุ้ย ศ.ตะลุงบัณฑิต กับเพลง “ตะลุงพลัดถิ่น” ที่ต้องมาเฉือนอารมณ์กับ เจมส์ จตุรงค์ เพลง “มื้อใด๋สิบอกฮัก” ซึ่งปัจจุบันถูกดึงเข้าค่ายใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ด้าน สาขาดาวดวงใหม่ลูกทุ่งหญิงยอดเยี่ยม ก็ไม่แพ้กัน สาวๆ จากอาร์สยามที่เข้ามาถึง 3 คน คนแรกสาวใต้ ตาล ชยาพร กับ เพลง “สาวตรังยังคอย” ก็โดดเด่นน่าฟัง อีกคนคือ แพรว รัตนาพร สาวโคราชเสียงกังวานใสกับอารมณ์เพลงที่หายากในยุคนี้ กับเพลง “อยากรู้ใจจัง” ส่วนคนที่ 3 คือ ธัญญ่า อาร์สยาม นักร้องป้ายแดงมาแรง จากเวทีลูกทุ่งเฟสติวัลที่ร้อง เพลง “ใจกังวล” ได้ถึงอารมณ์เช่นกัน แต่ก็ต้องมาเจอกับ บูม ชญาภา นักร้องสังกัดอิสระทายาทดาวตลก ชูษี เชิญยิ้ม ก็โชว์การร้องได้โดดเด่นไม่แพ้กันกับสำเนียงลูกทุ่งแท้ ในเพลง “นางเอกอกหัก” ส่วนคนสุดท้ายที่คนในวงการยกให้เป็น “ศิริพร 2” คือ ป๊อปปี้ ปรัชญาลักษณ์ สังกัดยุ้งข้าว เรคคอร์ ที่ร้องเพลง “ต้องฮักให้สุดใจ” ได้สุดๆ ไม่แพ้ใครเหมือนกัน
วกมาดูที่ สาขาเพลงอมตะรังสรรค์หญิงยอดเยี่ยม ซึ่งสายนี้ซัดกันถึงวินาทีสุดท้ายทุกปี เพราะการนำเพลงเก่ามาร้องใหม่ใช่ว่าจะง่ายถ้าไม่มีของจริงๆ หลุดเข้ามายาก เพลงแรก “สายเปลสายใจ” คำร้อง-ทำนองโดย ครูจิ๋ว พิจิตร เพลงนี้เราจะคุ้นรูหูกับเสียงของนักร้องต้นฉบับอย่าง ไวพจน์ เพชรสุพรรณ แต่หนนี้ จอมขวัญ กัลยา นำมาร้องใหม่ในอีกลีลาหนึ่ง เช่นเดียวกับเพลง “คิดฮอดจังเลย” เพลงนี้เขียนคำร้อง-ทำนองโดย แผน พันธ์สาลี นักร้องต้นฉบับ แจ่มจันทร์ กำไรทอง ถูกนำกลับมา ร้องใหม่โดย อรัญญา บุตรศรีภูมิ หลานสาวของเจ้าแม่เพลงแก้ หน่อย เนาวรัตน์ นั่นเอง อีกเพลงคือ “สาวกัมพูชา” ที่แต่ง คำร้อง-ทำนองโดย คม ประจันตร์คาม นักร้องต้นฉบับเพลงนี้คือ ละอองดาว โสธรบุญ สาลี่ ขนิษฐา แสงรวีฯ นำมาปัดฝุ่นร้องใหม่ ส่วนเพลง “สาวนครชัยศรี” ที่ ละอองดาว โสธรบุญ เป็นผู้ร้องต้นฉบับ และ พนมไพร ลูกเพชร เป็นคนเขียนคำร้อง-ทำนอง ซึ่งฉบับล่าสุด ผู้ที่นำมาร้องใหม่คือ คัฑลียา มารศรี เพลงอมตะเพลงสุดท้ายที่เข้ามาคือเพลง “ให้ฉันตายก่อนที่รัก” ซึ่งแต่งโดย จิตรกร บัวเนียม และนักร้องต้นฉบับคือ “เจ้าพ่อเพลงหวาน” สันติ ดวงสว่าง และนำมาร้องใหม่ได้น่าฟังโดย นิสนึง พรพรรณ พรสุภา
มาต่อกันที่ สาขาเพลงอมตะรังสรรค์ ชายยอดเยี่ยม กันบ้างเพลงแรกคือ “ภัตตาคารลมโชย” คำร้อง-ทำนอง ของครูสุรินทร์ ภาคศิริ นักร้องต้นฉบับ รุ่ง โพธิ์ธาราม ร้องใหม่โดยเพิ่มโห่เข้าไปโดย เจี๊ยบ พุฒิเศรษฐ์ ต่อมาคือเพลงเก่าที่ไม่ค่อยได้ยินผ่านหูบ่อยนักอย่างเพลง “สบตาพาฝัน” เพลงนี้เขียน คำร้อง-ทำนองโดย รุ่งทิพย์ ธารทอง นักร้องต้นฉบับคือ แทน นครปฐม นำมาร้องใหม่และเข้ามรอบมาคือ ทิวา ดวงไสว ถัดมาก็จะเป็นเพลง “กัมพูชาที่รัก” คำร้องทำนองเพราะกินใจของครู ฉลอง ภู่สว่าง นักร้องต้นฉบับเพลงนี้คือ ภูษิต ภู่สว่าง นักร้องจอมชี้นิ้ว ยิ่งยง ยอดบัวงาม นำมาร้องใหม่ อีก 2 เพลงสุดท้ายที่เข้ามาชิงดำคือเพลง “ดวงจันทร์ไม่มี” คำร้อง-ทำนองของ ระพี เรือนเพชร นักร้องต้นฉบับคือราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร้องใหม่โดย น้องบี ชยานันท์ พุทธา ส่วนเพลงสุดท้ายคือเพลง “ความรักเจ้าขา” คำร้อง-ทำนอง โดยสมโภชน์ ล้ำพงษ์ นักร้องต้นฉบับคือ รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ร้องใหม่โดย ฟอร์ม มาสเตอร์คีย์ หรือ พิพรรธน์ ชูแสง
นี่คือ 4 สาขาแรกที่นำมาเทียบฟอร์มวัดเสียงกันให้เห็นส่วนใครจะทะลุจุดเดือดคว้ารางวัลแห่งเกียรติยศที่คนวงการลูกทุ่งต่างยอมรับไปครองได้ บ่ายวันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560 จะได้รู้คำตอบกันที่หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมกันหน้างานเวลา 13.00 น. เพื่อมาลุ้นให้กำลังใจกับเลือดใหม่แห่งวงการเพลงลูกทุ่ง



