บันเทิง

วัดองศา 4 สาขาเข้าชิงดำ

วัดองศา 4 สาขาเข้าชิงดำ

09 มิ.ย. 2560

คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 14 ประเดิมใน 4 สาขาแรก

    เปิดเผยกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ 5 ผู้เข้าชิงรางวัล “คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 14” ที่จะประกาศผลผู้ชนะในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ วันนี้ทีมข่าวบันเทิง “คม ชัด ลึก” จะพาไปวัดองศาความร้อนของผู้เข้ารอบสุดท้ายประเดิมใน 4 สาขาแรกกันก่อน
    เริ่มกันที่ สาขาดาวดวงใหม่ลูกทุ่งชายยอดเยี่ยม กันก่อนเลยดูรายชื่อสาขานี้แล้วต้องบอกเลยว่า กองเชียร์นั่งกันไม่ติดแน่ เพราะแต่ละคนพื้นฐานการร้องไม่หนีกันมากนัก

วัดองศา 4 สาขาเข้าชิงดำ
    คนแรก พงศ์ จักรพงศ์ ฝาแฝดผู้พี่ของ พัน จักรพันธ์ สังกัดยุ้งข้าว เรคคอร์ด ที่หลุดเข้ารอบมาด้วย เพลง “ทุ่งเหงา” พัฒนาการวิธีการร้องอยู่ในขั้นประมาทไม่ได้เลยทีเดียว เช่นเดียวกับ เต้ย จักริน น้องใหม่จากค่ายเดียวกัน ที่เข้ามากับเพลง “ร้องเพลงเพื่อเธอ” แม้จะอยู่ค่ายเดียวกันแต่ชื่อชั้นของรางวัล “คมชัดลึก อวอร์ด” ที่ยึดมาตรฐานของการร้องเพลงลูกทุ่งที่ถือว่าหินสุดในทุกรางวัล ทั้งคู่ก็ต้องเต็มที่ แถมยังมาเจอกับนักร้องปอดใหญ่ หลานชายแท้ๆ ของ เสรี รุ่งสว่าง นายกสมาคมนักร้องลูกทุ่งประเทศไทย มานัส เกษตรศรี นักร้องอิสระที่ใช้ลีลาน้ำเสียงขยี้เพลง “นักรบบนผืนผ้าใบ” บาดอารมณ์ไม่น้อย เช่นเดียวกับลูกทุ่งสำเนียงใต้ไร้สังกัด อย่าง หนัง ไข่นุ้ย ศ.ตะลุงบัณฑิต กับเพลง “ตะลุงพลัดถิ่น” ที่ต้องมาเฉือนอารมณ์กับ เจมส์ จตุรงค์ เพลง “มื้อใด๋สิบอกฮัก” ซึ่งปัจจุบันถูกดึงเข้าค่ายใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วัดองศา 4 สาขาเข้าชิงดำ
    ด้าน สาขาดาวดวงใหม่ลูกทุ่งหญิงยอดเยี่ยม ก็ไม่แพ้กัน สาวๆ จากอาร์สยามที่เข้ามาถึง 3 คน คนแรกสาวใต้ ตาล ชยาพร กับ เพลง “สาวตรังยังคอย” ก็โดดเด่นน่าฟัง อีกคนคือ แพรว รัตนาพร สาวโคราชเสียงกังวานใสกับอารมณ์เพลงที่หายากในยุคนี้ กับเพลง “อยากรู้ใจจัง” ส่วนคนที่ 3 คือ ธัญญ่า อาร์สยาม นักร้องป้ายแดงมาแรง จากเวทีลูกทุ่งเฟสติวัลที่ร้อง เพลง “ใจกังวล” ได้ถึงอารมณ์เช่นกัน แต่ก็ต้องมาเจอกับ บูม ชญาภา นักร้องสังกัดอิสระทายาทดาวตลก ชูษี เชิญยิ้ม ก็โชว์การร้องได้โดดเด่นไม่แพ้กันกับสำเนียงลูกทุ่งแท้ ในเพลง “นางเอกอกหัก” ส่วนคนสุดท้ายที่คนในวงการยกให้เป็น “ศิริพร 2” คือ ป๊อปปี้ ปรัชญาลักษณ์ สังกัดยุ้งข้าว เรคคอร์ ที่ร้องเพลง “ต้องฮักให้สุดใจ” ได้สุดๆ ไม่แพ้ใครเหมือนกัน

วัดองศา 4 สาขาเข้าชิงดำ
    วกมาดูที่ สาขาเพลงอมตะรังสรรค์หญิงยอดเยี่ยม ซึ่งสายนี้ซัดกันถึงวินาทีสุดท้ายทุกปี เพราะการนำเพลงเก่ามาร้องใหม่ใช่ว่าจะง่ายถ้าไม่มีของจริงๆ หลุดเข้ามายาก เพลงแรก “สายเปลสายใจ” คำร้อง-ทำนองโดย ครูจิ๋ว พิจิตร เพลงนี้เราจะคุ้นรูหูกับเสียงของนักร้องต้นฉบับอย่าง ไวพจน์ เพชรสุพรรณ แต่หนนี้ จอมขวัญ กัลยา นำมาร้องใหม่ในอีกลีลาหนึ่ง เช่นเดียวกับเพลง “คิดฮอดจังเลย” เพลงนี้เขียนคำร้อง-ทำนองโดย แผน พันธ์สาลี นักร้องต้นฉบับ แจ่มจันทร์ กำไรทอง ถูกนำกลับมา ร้องใหม่โดย อรัญญา บุตรศรีภูมิ หลานสาวของเจ้าแม่เพลงแก้ หน่อย เนาวรัตน์ นั่นเอง อีกเพลงคือ “สาวกัมพูชา” ที่แต่ง คำร้อง-ทำนองโดย คม ประจันตร์คาม นักร้องต้นฉบับเพลงนี้คือ ละอองดาว โสธรบุญ สาลี่ ขนิษฐา แสงรวีฯ นำมาปัดฝุ่นร้องใหม่ ส่วนเพลง “สาวนครชัยศรี” ที่ ละอองดาว โสธรบุญ เป็นผู้ร้องต้นฉบับ และ พนมไพร ลูกเพชร เป็นคนเขียนคำร้อง-ทำนอง ซึ่งฉบับล่าสุด ผู้ที่นำมาร้องใหม่คือ คัฑลียา มารศรี เพลงอมตะเพลงสุดท้ายที่เข้ามาคือเพลง “ให้ฉันตายก่อนที่รัก” ซึ่งแต่งโดย จิตรกร บัวเนียม และนักร้องต้นฉบับคือ “เจ้าพ่อเพลงหวาน” สันติ ดวงสว่าง และนำมาร้องใหม่ได้น่าฟังโดย นิสนึง พรพรรณ พรสุภา

วัดองศา 4 สาขาเข้าชิงดำ
    มาต่อกันที่ สาขาเพลงอมตะรังสรรค์ ชายยอดเยี่ยม กันบ้างเพลงแรกคือ “ภัตตาคารลมโชย” คำร้อง-ทำนอง ของครูสุรินทร์ ภาคศิริ นักร้องต้นฉบับ รุ่ง โพธิ์ธาราม ร้องใหม่โดยเพิ่มโห่เข้าไปโดย เจี๊ยบ พุฒิเศรษฐ์ ต่อมาคือเพลงเก่าที่ไม่ค่อยได้ยินผ่านหูบ่อยนักอย่างเพลง “สบตาพาฝัน” เพลงนี้เขียน คำร้อง-ทำนองโดย รุ่งทิพย์ ธารทอง นักร้องต้นฉบับคือ แทน นครปฐม นำมาร้องใหม่และเข้ามรอบมาคือ ทิวา ดวงไสว ถัดมาก็จะเป็นเพลง “กัมพูชาที่รัก” คำร้องทำนองเพราะกินใจของครู ฉลอง ภู่สว่าง นักร้องต้นฉบับเพลงนี้คือ ภูษิต ภู่สว่าง นักร้องจอมชี้นิ้ว ยิ่งยง ยอดบัวงาม นำมาร้องใหม่ อีก 2 เพลงสุดท้ายที่เข้ามาชิงดำคือเพลง “ดวงจันทร์ไม่มี” คำร้อง-ทำนองของ ระพี เรือนเพชร นักร้องต้นฉบับคือราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร้องใหม่โดย น้องบี ชยานันท์ พุทธา ส่วนเพลงสุดท้ายคือเพลง “ความรักเจ้าขา” คำร้อง-ทำนอง โดยสมโภชน์ ล้ำพงษ์ นักร้องต้นฉบับคือ รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ร้องใหม่โดย ฟอร์ม มาสเตอร์คีย์ หรือ พิพรรธน์ ชูแสง
    นี่คือ 4 สาขาแรกที่นำมาเทียบฟอร์มวัดเสียงกันให้เห็นส่วนใครจะทะลุจุดเดือดคว้ารางวัลแห่งเกียรติยศที่คนวงการลูกทุ่งต่างยอมรับไปครองได้ บ่ายวันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560 จะได้รู้คำตอบกันที่หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมกันหน้างานเวลา 13.00 น. เพื่อมาลุ้นให้กำลังใจกับเลือดใหม่แห่งวงการเพลงลูกทุ่ง