
ยอดหญิงปันซู 30
หลันจือแนะนำเรื่องการสอบให้ปันซู เธอคิดหาวิธีอ่านตำราให้บัณฑิตชาย มีเหยาเจวียนกับบัณฑิตหญิงช่วย
ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 05.00 น. / 23.10 น. ทางช่อง NOW26
Ban shu Legend ตอนที่ 30
หลันจือว่า “อย่าปั้นหน้าอมทุกข์แบบนั้น ข้าพูดไปอย่างงั้น ไม่แน่ เจ้าออกจากเมืองหลวง น้องข้ายังอยู่หอวัง”
“เจ้า.. จริงสิ ทำไมไม่ให้น้องเจ้าทำผลงาน จะได้สอบได้”
หลันจือว่า “เขา..ไม่ชอบเรียน”
“เอ๊ะ จริงสิ เจ้าอยู่โรงเรียนตั้งนานฉลาดด้วย มีวิธีอะไรบ้าง ที่ทำให้บัณฑิต สามารถสอบเข้าโรงเรียนหลวงเพิ่มมากขึ้น จึ๊ อย่ามองแบบนี้ พูดหน่อยก็ไม่เห็นเสียหาย ข้าเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง ไม่แก้แค้นน้องชายเจ้า ดูมือข้า เป็นเพราะเขาคนเดียวแท้ๆ”
“ข้าน่ะ เพิ่งเคยเห็นคนเจ้าเล่ห์อย่างเจ้า” ปันซูยิ้ม “แม้ข้าไม่เคยเข้าร่วมการสอบ แต่คิดดูแล้ว แม้การสอบจะยาก แต่ก็มีหลักการ หลายปีนี้ ข้อสอบมีเพียงไม่กี่ข้อ ขอเพียงรู้ว่า ใครเป็นคนคุมสอบ ดูว่า สอนอะไรเป็นพิเศษ แล้วเขียนมันออกมา ก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
“ใช่ นึกไม่ถึงเลย ขอบใจ ขอบใจมาก เดินทางปลอดภัย ถึงแล้ว เขียนจดหมายมาบอกข้าไปนะ รักษาตัวด้วย”
“พอแล้ว คำพูดหลอกลวง ข้าไม่อยากฟัง” หลันจือว่า
ปันซูจะไปแต่หันกลับมาอีกบอกว่า “ที่จริง ข้าอยากพูด ถ้าไม่มีเรื่องพวกนั้นมาวุ่นวาย ไม่แน่ เราอาจเป็นเพื่อนสนิท” ปันซูออกไป
โค่วเฟิงคิดว่าปันซูพูดไม่ดี แต่หลันจือว่าเปล่า แล้วขึ้นเกี้ยวออกไป โค่วเฟิงแค้นแทนหลันจือ
ปันซูไปถามอาจารย์หยางเรื่องข้อสอบปีก่อนๆ ว่ามีเรื่องอะไรที่ออกบ่อยๆ แล้วนำไปให้บัณฑิตหญิง
ปันซูตั้งใจเขียนหนังสือ เติ้งเข้ามาหาแล้วบอกเรื่องที่ปันซูอยากมีชื่อในตระกูล เขาก็ส่งจดหมายไปจัดการให้ แต่ปันซูโวยวายให้นำจดหมายกลับมา เพราะไม่อยากให้เขาใช้อำนาจแบบนี้ เธอต้องการใช้ความสามารถของตัวเองมากกว่า
วันต่อมา ขณะที่ปันซูสอนอยู่ ฮ่องเต้เสด็จมาแล้วต่อว่าปันซู เพราะคิดว่าปันซูไปฟ้องไทเฮาที่ไม่มาเรียน ปันซูว่าเขาไม่ได้ฟ้อง ฮ่องเต้ตัดบทว่าให้สอนมา แต่ปันซูบอกว่า
“ฝ่าบาท ทรงรู้มั้ย หนึ่งเดือนนี้ ตารางการเรียน ส่วนมาก เป็นการเตรียมพื้นฐานการสอบ บัณฑิตที่อายุไม่ถึงสิบหก ส่วนมากจะเรียนเอง”
“หึ อะไรกัน ข้าเป็นฮ่องเต้ทำไมทำแบบนี้ ปันซู เจ้าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเลย”
“หม่อมฉันไม่รอบคอบ แต่ห้องเรียนมีจำนวนไม่มาก หรือฝ่าบาทยินดี เข้าเรียนร่วมกับบัณฑิตหญิง ฝ่าบาท เห็นว่ายังไง”
“เหลวไหล ข้าเป็นฮ่องเต้ เรียนกับผู้หญิงไม่ได้ อีกอย่าง ไม่ได้เรื่องซักคน ข้าไม่ยอมเด็ดขาด”
“ฝ่าบาท บัณฑิตหญิงมีองค์หญิงเหวินสี่ องค์หญิงเป่ยเซียง ลูกสาวท่านแม่ทัพ ที่ฝ่าบาทตรัสว่าไม่ได้เรื่อง ใช่พวกนางหรือเปล่า ฝ่าบาทตรัสว่า ไม่เรียนกับบัณฑิตหญิง เรื่องนี้ หม่อมฉันเห็นด้วย บัณฑิตหญิงพวกหม่อมฉันสอนมา เรียนหลุนยี่ กลอนเหมา โจวหลี่ เรียนหนังสือฮั่นครึ่งเล่ม แล้วฝ่าบาท เรียนไปถึงไหนแล้ว”
“อื่ม ข้า อ่านหลุนวีจนคล่องแล้ว” คนอื่นพากันหัวเราะ
“หา ใครหัวเราะ ยืนขึ้น ข้าจะลงโทษ ตัดหัวซะ ออกมา ออกมานะ ปันซู เจ้าเป็นอาจารย์แบบไหน คนหัวเราะข้า เจ้ากลับไม่สนใจ แถมยัง ไม่เอาใจใส่ เพื่อคนต่ำต้อยทำให้ข้าเสียเวลา เจ้าทำความผิดใหญ่หลวงแล้ว ไม่ซื่อสัตย์ละเลยหน้าที่ ข้าจะปลดตำแหน่ง ลงโทษเจ้า”
“ต้องขออภัย ตำแหน่งนี้ ไม่ใช่ขุนนาง แต่เป็นอาจารย์ ที่ไทเฮาทรงเชิญมา ฝ่าบาท..จะปลดไม่ได้”
ฮ๋องเต้แค้น “เจ้า”
“อาจารย์ปัน ไม่เคารพฮ่องเต้ ยิ่งเป็นอาจารย์ ยิ่งควรมีมารยาท กล้าเยาะเย้ยฮ่องเต้เหรอ” โค่วเฟิงลุกมายืนข้างฮ่องเต้
“ใช่ กล้าเถียงข้า คือความผิดใหญ่หลวง”
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องสนใจ รีบทบทวน และฝึกรียนเอง”
“หา เจ้า กล้าไม่สนใจข้า ปันซู เจ้าคนเลว ตระกูลเจ้าเลวทุกคน นอกเผ่า ขายชาติ คนเลว ที่ฟูฟงไม่ยอมรับเจ้าสมน้ำหน้า”
ปันซูเริ่มโกรธ “พูดอีกครั้งซิ”
โค่วเฟิงรีบขวาง “นี่ฮ่องเต้นะ อาจารย์ปัน กล้าข่มขู่เหรอ”
“ใช่ อย่าคิดว่า ข้ากลัวเจ้านะ ข้าเป็นฮ่องเต้”
“เป็นฮ่องเต้ ควรรักษาวาจา พ่อหม่อมฉัน อยู่แดนตะวันตกหลายปี ต้องจากครอบครัว ส่วนพี่ชาย ออกศึกชายแดน ฆ่าล้างศัตรู ผลงานเหล่านี้ ในสายตาฝ่าบาท ไม่ซื่อสัตย์เหรอ คืนคำพูดเมื่อครู่ซะ ไม่งั้น จะใช้แส้ที่ไทเฮามอบให้ อาจารย์ มีสิทธิ์ตีบัณฑิต”
“เจ้า ก็ตีสิ ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก ถ้าข้าว่าราชการ ตอนนั้น ข้าจะฆ่าเจ้าซะ”
“ที่แท้ฝ่าบาท ยังมีทิฐิ ได้ หม่อมฉันรับไว้ จากรูปร่าง และความสามารถของฝ่าบาท ถึงผ่านไปสิบปี ก็ฆ่าหม่อมฉันไม่ได้ ได้ ฝึกเรียนเองใช่มั้ย มาเพิ่มความรู้ และความแข็งแรงกันดีกว่า พร้อมมั้ยเพคะ ใครที่ไม่ถึงสิบหก ยืนขึ้นเดี๋ยวนี้ ยังจำวันแรก ที่สอนท่องกลอนได้มั้ย”
คนที่ยืนพูดพร้อมกัน “จำได้”
“พวกเจ้า และฮ่องเต้ ไปที่สวนด้านหลัง วิ่งพร้อมกับท่องกลอน ทำเหมือนวันแรกอีกครั้ง”
ฮ่องเต้จะไม่ยอมไป แต่โดนปันซูทำท่าเอาจริง ก็จำต้องไปวิ่งจนเหนื่อย ยังโดนเหวินสี่สอนอีกที่ไม่รู้จักออกกำลัง
ปันซูให้บัณฑิตชายหญิงเตะตะกร้อแข่งกัน ฝ่ายหญิงนำ มีฮั่วเหิงกับเติ้งจือมาร่วมด้วย ทุกคนยิ่งสนุกสนาน แต่ฮ่องเต้ที่ไม่ได้เล่น เชียร์สนุก พอเบื่อก็อยากเล่นแต่โดนโค่วเฟิงเป่าหู แล้วชวนกลับไปเล่นการพนันที่ตำหนักแทน มีแม่นมคอยให้ท้าย
แม่นมให้โคว่เฟิงคอยเล่นเป็นเพื่อนฮ่องเต้ แล้วคิดหาวิธีกำจัดปันซูให้ พอดีแม่นมได้รับจดหมายว่าสนมชิงเหอ พระมารดาของฮ่องเต้สวรรคตก็กระหยิ่ม ให้คนไปทูลไทเฮา
ไทเฮารีบประชุมขุนนาง แล้วตรัสว่า สนมชิงเหอ เป็นมารดาฮ่องเต้ ตอนนี้สวรรคต ควรแต่งตั้งเป็นไทเฮาหรือสนมเอกหรือไม่
ใต้เท้าหยางว่า “กระหม่อมว่าไม่ควร ฮ่องเต้ แม้เป็นราชโอรส แต่ไทเฮาเข้าตระกูล..ฮ่องเต้องค์ก่อน กฎบรรพบุรุษ ฮ่องเต้องค์ก่อนกับราชโอรส กับอ๋องชิงเหอ เป็นแค่อาหลาน ไม่ได้เป็นพ่อลูกกัน นางสวรรคต อย่างมาก แต่งตั้งเป็นสนมฟันตี้ อย่างอื่น ไม่สมควรยิ่ง”
“แต่ว่า ฮ่องเต้ไม่ลงรอยกับข้า ถึงตอนนี้ ก็ยังเรียกข้าว่าไทเฮา ไม่เรียกเสด็จแม่ ถ้าทำแบบนี้ เขาต้องคิดฟุ้งซ่านแน่”
เติ้งว่า “ไทเฮา กระหม่อมเห็นว่า ควรปฏิบัติตามเหตุผล ฝังศพอย่างดี ก็นับว่าทำดีแล้ว”
ไทเฮาค้าน “หากฮ่องเต้ อยากใส่ชุดไว้ทุกข์ล่ะ”
“เฮ้อ เป็นความสัมพันธ์แม่ลูก กระหม่อม ไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี”
ฮั่วหวนทูล “กระหม่อมว่าไม่เหมาะ”
“อ๋อ ไม่เหมาะยังไง”
“ฮ่องเต้ ไม่สมควร ใส่ชุดไว้ทุกข์ ฮ่องเต้ไว้ทุกข์ ขุนนางควรทำยังไง ตามหลัก ฮ่องเต้ไว้ทุกข์ ราษฎร..ทั้งประเทศ ห้ามเอิกเหริกห้ามแต่งงานสามปี จากสถานการณ์ ตอนนี้ กำลังขับเคี่ยวกับศัตรู ถ้าห้ามแต่งงาน กำลังทหาร จะน้อยลง เป็นผลเสีย ต่อประเทศชาติ”
ไทเฮาชม “มีเหตุผล”
“กระหม่อมคิดว่า เรื่องสวรรคต ควรรู้เฉพาะเขตชิงเหอ”
ใต้เท้าหยางค้าน “เจ้าหมายความว่า ไม่บอกฮ่องเต้เหรอ ไทเฮา ไม่สมควรอย่างยิ่ง”
ฮั่วหวนว่า “ต้าฮั่นมีชนต่างเผ่า สนมมากมาย ไทเฮาก็ไม่น้อย แม้นางจะเป็นมารดาแท้ๆ แต่นาง..เป็นฝ่ายซ้ายอ๋องชิงเหอ เรื่องที่ นางสวรรคต ไม่ควรจัดพิธี”
ใต้เท้าหยางเตือน “ไทเฮา ที่ท่านฮั่วพูด ควรคิดให้รอบคอบ”
ไทเฮาตัดสนิใจ “ทำตามท่านฮั่ว ท่านฮั่วมีผลงาน ให้เลื่อนเป็นซื่อจง ทำงานที่หอซั่งซู”
“ขอบพระทัยไทเฮา พันปีพันพันปี หึ”
ฮ่องเต้พอรู้เรื่องก็โมโหโวยวาย แม่นมปลอบแล้วบอกว่าคิดหาวิธีกำจัดปันซูให้แล้วด้วย เพียงให้ฮ่องเต้หาวิธีประทับตราในหนังสือก็สำเร็จ ฮ่องเต้แอบเข้าไปในตำหนักไทเฮาแล้วประทับตราสำเร็จ
ไทเฮาทำพิธีให้สนมชิงเหอ มีฮั่วหวนอยู่ข้างๆ เติ้งเรียกหมิงกงจ่างมาสอบถามว่าทำไมไทเฮาถึงชื่นชมฮั่วหวน พอรู้ก็สั่งให้จับตาดูให้ดี พอดีมีทหารนำหนังสือที่ฮ่องเต้ประทับตาเข้ามาให้เติ้ง เขาโมโหมากขว้างทิ้ง
ไทเฮาเห็นก็ตามตัวฮ่องเต้มาต่อว่าไม่ใช่เด็กแล้วทำไมถึงทำแบบนี้ เติ้งคิดว่าต้องมีคนออกคำสั่งแน่ แต่ฮ่องเต้สวนว่าใครจะมาออกคำสั่งกับฮ่องเต้
เติ้งสวนว่า “ไม่มีเหตุผล เจ้ารู้มั้ย คำสั่งนี้แพร่ออกไป คนดีใจเป็นใคร หัวหน้าโจร ไม่เหลือทหารไว้เฝ้า เท่ากับปันหย่ง เสียเวลาครึ่งปี ยื่นดินแดนให้คนอื่น”
“ข้าไม่สน ข้าเป็นฮ่องเต้ คำสั่งข้าสั่งยังไงต้องอย่างงั้น”
“จะพูดมั้ย ใครยุยงเจ้า ให้เขียนราชโองการ” เติ้งคาดคั้น แต่ฮ่องเต้ยืนยันว่าไม่พูด
ไทเฮาเตือน “ฮ่องเต้ ท่านแม่ทัพหวังดี เขาซื่อสัตย์ต่อหน้าที่”
“เฮอะ หวังดีเหรอ อย่ามาพูด พวกเจ้าปิดบังเรื่องที่แม่ของข้าตาย ท่านแม่ ลูกอกตัญญู แม้เป็นฮ่องเต้ ก็ส่งศพท่านไม่ได้”
หมิงกงจ่างพยายามบอก “ฝ่าบาท ไทเฮาเป็นเสด็จแม่ สนมอ๋องชิงเหอ เป็นอาหญิงของท่าน”
“ไม่จริง ข้าไม่ใช่ลูกของนาง นางคลอดลูกไม่ได้ ก็ฆ่าท่านแม่ แล้วพาข้าเข้าวัง” ฮ่องเต้ร้องไห้ “ข้าเป็นหุ่นเชิด เป็นไม้กระบอง ท่านแม่”
เติ้งโมโห “พูด ใครให้พูดเหลวไหล พูด”
ฮ่องเต้ร้องไห้โวยวาย “ช่วยด้วย เขาจะฆ่าข้า มานี่ เขาจะฆ่าข้า ช่วยด้วย”
ไทเฮาตัดบทให้เติ้งปล่อยฮ่องเต้ “ฮ่องเต้ ข้าไม่ได้ฆ่าแม่เจ้า ปีนั้น ตอนที่พ่อเจ้าแนะนำ ข้าจึงพาเจ้าเข้าวัง อ๋องชิงเหอพ่อเจ้าเป็นเชื้อพระวงศ์ เขาคิดถึงตำแหน่งอ๋องไม่เคยลืม ช่างเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อยากฟัง เด็กๆ พาฮ่องเต้ไปบรรทม อยู่ในวังคิดให้ดีล่ะ”
“ฮื่อ ฮึ” ฮ่องเต้ทำเสียงก่อนออกไป ไทเฮาถอนใจ
จบตอนที่ 30



