
"ทอดด์" ตัดพ้อ "ไทย" เห่อเกาหลี หยิบ "หิมพานต์ เซคกัน เวิลด์" โชว์นอก
มีผลงานโปรเจกท์ใหม่มาให้ได้ติดตามกันอีกครั้ง สำหรับฝรั่งหัวใจไทยเกินร้อย ทอดด์ ทองดี โดยครั้งนี้นอกจากจะมีอัลบั้มเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง หิมพานต์ เซคกัน เวิลด์ (HIMMAPAN 2nd WORLD) ที่เป็นแนวเพลงแบบผสมผสานวัฒนธรรมทางดนตรีไทยกับดนตรีโลกทุกทวีปเข้าด้วยกัน (M
ทอดด์ เริ่มต้นเล่าถึงคอนเซ็ปต์อัลบั้มใหม่ให้ฟังว่า
"เราใช้คำว่าจากโลกที่เคยเป็น สู่โลกที่เป็นอยู่ เพื่อโลกที่เป็นไปได้ ผมคิดว่าถ้าเรามีวัฒนธรรม มีตำนานภายในตัวเรา ก็เหมือนมีผ้าห่มห่มให้เราอุ่น โลกปัจจุบันต้องการความคิดใหม่ แนวทางใหม่ ซึ่งมาจากสีสันใหม่ของมนุษย์ที่อาจจะเคยมีมานานแล้ว และสิ่งเหล่านี้เองคือศาสตร์หิมพานต์ของเรา คำว่า เซคกันเวิลด์ ก็คือโลกใบใหม่ที่เราจะสร้างด้วยกัน โดยใช้ความเมตตา ความรัก การประสาน เราจะมาสร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆ ร่วมกัน
ผมมองว่าเมืองใหญ่ทั่วโลกเป็นโลกที่จืดมาก ยกตัวอย่างเมืองไทยที่เด็กทุกคนทำผมเหมือนเกาหลีหมด คิดอะไรไม่ออก แต่ผมมองว่าชนบทยังมีสีสัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ภาษา ศิลปะ จึงคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะหยิบของเหล่านั้นมาทำให้คนทั่วไปรับได้ ฟังได้ การไปอเมริกาครั้งนี้ผมไม่รู้ว่าคนดูเขาจะไล่เราออกจากร้านไหม หรือเขาจะเข้าใจสิ่งที่เราอยากจะสื่อสารหรือเปล่า แต่เราก็อยากที่จะทำ อยากที่จะลองดู"
เมื่อถามถึงศิลปินที่มาร่วมขับกล่อมบทเพลงในอัลบั้มนี้ ศิลปินฝรั่งหัวใจไทย เผยว่าอัลบั้มนี้ได้คนมาร่วมงานประมาณ 300 ชีวิตจากทั่วประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งสิ่งสำคัญของการทำงานอัลบั้มนี้คือการได้เพื่อน
"จากภาคเหนือเรามีเพลงวัฒนธรรมของปกากะญอ ล้านนา มาเชื่อมรวมกับดนตรีจากฝรั่งเศส จากภาคใต้เรามีดนตรีจากฝั่งอเมริกามาเชื่อมกับดนตรีของชาวมุสลิม จากแม่น้ำโขงเรามีดนตรีที่ไล่ลงมาจากทิเบต สู่เวียดนาม มาถึงภาคกลางสิงห์บุรี หรือแม้แต่เพลงที่ใช้แกนแอฟริกา มารวมกับความเป็นไทยเราก็มี เราทำโดยไม่คำนึงว่าใครมาก่อน
คนที่มาร่วมงานก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มิสเตอร์เดบาชิช ภัตตะชะยา (Debashish Bhattacharya) ศิลปินจากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าชิงรางวัลแกรมมี่ อวอร์ด (Grammy Award) แนว World Music ประจำปี 2009 หรือวงอินคา มาร์ก้า (Inka Marka) ศิลปินจากอเมริกาใต้ (South America), เควิน ล็อก (Kevin Locke) ศิลปินเชื้อสายเนทีฟ อเมริกัน (Native American) หรืออินเดียนแดง มิสเตอร์ยูนาซิ (Yunasi) ศิลปินจากประเทศเคนยา (Kenya) ทวีปแอฟริกา (Africa) วงคาบิเน็ต (Cabinet) ศิลปินชั้นนำแนวบลูส์ กลาส Blues Glass จากสหรัฐอเมริกา
นอกจากศิลปินจากทั่วโลกแล้ว ยังมีศิลปินของประเทศไทยมาร่วมร้องร่วมแจมกันอีกมากมาย เช่น ลานนา คัมมินส์ ศิลปินชาวเหนือ อาจารย์ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินเครื่องเป่าไทย อ.ธีระ ภู่มณี ศิลปินเครื่องสายไทย แชมป์ซอด้วงในประเทศไทย ซึ่งท่านมาร่วมทำเพลงเพื่อถวายในหลวง โดยเป็นบทเพลงสุดท้ายที่ อ.ธีระ บันทึกเสียงก่อนที่ท่านจะจากไปตลอดกาล ในเพลง The Father of Love สามพี่น้อง เปียโน-เบส-ซอ วงเดอะ ซิส
ศิลปินชาวใต้ที่ได้ร่วมแจมกับศิลปินแห่งชาติ ลุงขาเดร์ แวเด็ง จากปัตตานี โก้ มิสเตอร์แซกแมน "จุ๋ม" นรีกระจ่าง คันธมาส, ชิ และคือวา ศิลปินชาวปกากะญอทางภาคเหนือของไทย ฯลฯ ผมว่ามันน่าปลื้มที่สุดที่เพื่อนมาร่วมกันทำ สิ่งที่เปรียบเป็นเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่เรากำลังจะลองไปเพาะยังอีกที่หนึ่ง แล้วดูสิว่ามันจะขึ้นได้ไหม"
โดยหลังจากนี้เขาและคณะจะเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตเชิงวัฒนธรรมนี้ใน 20 เมือง 10 รัฐ ทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งทอดด์บอกว่าหากมีเงินเหลือพอ เขาตั้งใจด้วยว่าอยากที่จะนำวัฒนธรรมผสมผสานนี้ไปโชว์ทั่วโลก แต่น่าเสียดายที่คนไทยจะไม่มีโอกาสได้ฟังและได้เห็นด้วยเหตุผลที่เขามองว่าเมืองไทยไม่ให้ความสนใจกับสิ่งที่เขาพยายามทำเท่าไหร่
"ผมหวังว่าจะได้ขยายในสิ่งที่เราคิดต่อไปเรื่อยๆ การที่เราเลือกไปที่อเมริกา เพราะเรามองว่าเมืองไทยไม่ค่อยน่าสนใจ ปล่อยให้นักร้องเกาหลีเขาสนุกของเขา ผมไม่ยุ่งดีกว่า ผมคิดว่าเพลงแนวนี้ต้องสงวนนิดหนึ่ง เพราะผมจะรู้สึกเสียใจที่เพลงของผมถูกมองเป็นของเล่น เราจึงไม่ตั้งความหวังกับคนไทยเลย ผมคิดว่าแฟนเพลงผมก็คงจะอยู่กันแค่ในศิลปิน นักดนตรีที่เราเล่นเท่านั้นแหละ นอกจากนั้นก็จะเป็นยอดแจก ยอดขายไม่เท่าไหร่
ถามว่าผมไม่คิดว่าจะปลูกฝังให้คนไทยหรือ เทศกาลดนตรีที่ผมจัดในไทยเป็นประจำทุกปี คนไทยมากันเยอะก็จริง แต่เขาไม่ซื้อซีดีเลย ผมจึงคิดว่าให้เขามาสนุกกับเทศกาลดีกว่า ไม่คิดจะขายของตรงนั้น" ทอดด์กล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าคิด



