
ว่าด้วย "เทรนด์" และ "ทาง" หนังเกาหลีได้สร้างอะไรไว้
หลังจาก t-pop (ไต้หวัน) ค่อยๆ ม้วนตัวกลายเป็น "คลื่นลูกใหม่" แซง j-pop (ญี่ปุ่น) และไล่กวดเท้าของ k-pop (เกาหลี) มาพักหนึ่ง
ผมมีข้อสังเกตว่า บางทีเทรนด์ของ t-pop น่าจะหมดแรงไปก่อน ที่จะแสดงตัวตนอะไรได้มากกว่านี้ ข้อสังเกตอันนี้ของผมมิได้ดูแคลนวัฒนธรรมอะไรเกี่ยวกับไต้หวันเลย แต่เกรงว่าสินค้าจะไม่เพียงพอ ที่จะรักษาหรือ keep ความนิยมต่อวัยรุ่นในระยะยาว
อย่าลืมว่า k-pop อยู่มาได้เหยียบ 10 ปีแล้ว เพราะสลับหน้าตากันเข้ามาเล่น ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์ในทีวี, หนังเกาหลี, การท่องเที่ยว, คอนเสิร์ต, โชว์บนเวที, แฟชั่นเสื้อผ้า, เทรนด์หน้าตาแบบคิขุน่ารัก, การท่องเที่ยวโลเกชั่น มาจนถึงวัฒนธรรมอาหารเกาหลี
แต่ t-pop ไม่ได้มีสินค้าแบบนี้มากพอที่จะขายยาวๆ
เมื่อกี้นี้พูดถึงวัฒนธรรมอาหารเกาหลี ก็นึกถึง The Naked Kitchen ซึ่งจะเข้าฉายในวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา หนังเรื่องนี้นำเอาแง่มุมทางอาหารการกินมาเล่นกับเรื่องราวของความรักในแบบ ไทรแองเกิล หรือ “รักสามเส้า” ด้วย
แปลกเหมือนกัน ท่ามกลางหนังเกาหลีหลายเรื่อง ที่ไม่น่าสนใจในระยะหลังๆ ผมกลับรู้สึกว่า The Naked Kitchen นั้น มีความน่าดูอยู่เหมือนกัน แต่ระหว่างยังไม่มีคำตอบชัดๆ เพราะผมยังไม่ได้ดู จะลองขอสรุปแง่มุม เทรนด์และวัฒนธรรมที่บรรดาหนังเกาหลีที่ผ่านมา 10 ปี ได้สร้างเอาไว้ จนกลายเป็นแบบเบ้า(type) ในหนังตัวเอง
1.เหล้าโซจู
หนังเกาหลีร้อยละ 95% จะต้องมีเหล้าโซจูขวดสีเขียวขนาดเล็กประกอบ มันมักอยู่ในฉากกินอาหารเสมอๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาปาร์ตี้ของตัวละคร หรือเวลาพระเอกนางเอกอกหัก ใครอยากเห็นชัดๆ ลองเปิดดู My Sassy Girl ตอนที่ จอน จีฮุน กินเหล้าเมามายร้องไห้ต้นเรื่อง หรือเปิด One Fine Spring Days ตอนที่พระเอกอกหัก นั่งอมทุกข์กับเพื่อนที่ขับรถแท็กซี่
2. วัฒนธรรม 3 generation
นี่เป็นข้อสังเกตที่น่าลึกซึ้งกว่าทุกข้อสังเกตในบทความนี้ หนังเกาหลีมักฉายภาพผ่านๆ บ้าง เน้นย้ำบ้าง เกี่ยวกับครอบครัวของตัวละครหรือคนทางบ้าน อันมักประกอบด้วยปู่ย่าตายาย พ่อและแม่ มาจนถึงคนรุ่นลูกซึ่งก็คือตัวละครพระเอกนางเอกเอง
3. ความแตกต่างทาง Class
ความต่างกันทางชนชั้นหรือสถานะของตัวละครในหนัง ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ นี่คือสิ่งที่ฮอลลีวู้ดหรือหนังไทยใช้มาตลอด แต่เอาเถอะ ถึงไม่ใหม่ มันก็ยังเห็นอยู่อย่างหนาแน่นในหนังจากแดนกิมจิ เพราะความต่างทางสถานะ ทำให้ต้องต่อสู้ และพอต่อสู้ก็เป็นดราม่าให้คนดูลุ้น
4. ฉาก/เพลง/ฤดูกาล
ผมเคยไปเกาหลี 4-5 ครั้ง หนึ่งในนั้นถูกเชิญไปร่วมงานเทศกาลวัฒนธรรมบันเทิงกับพวกดาราเกาหลี หลังเลิกงานมีดินเนอร์กับดาราเกาหลี 5 คน (ตามที่เคยรายงานลงนสพ.กรุงเทพธุรกิจไปแล้ว) ผมถามคำถามหนึ่งว่า อะไรคือจุดเด่นของหนังพวกเขาในสายตาพวกเขา
เขาบอกว่า ฉากมักจะสวย เพลงมักจะไพเราะ ผมเลยบอกเขาว่ามีอีกอย่างหนึ่งที่พวกคุณไม่ได้ตอบ นั่นคือ การใช้ฤดูกาลต่างๆ ในการบอกหรือขับเน้นความรู้สึกของตัวละครออกมา
เช่น หน้าฝนใน Christmas in August, หน้าหนาวใน April Snow หรือฤดูใบไม้ผลิใน One Fine Spring Days ยังมีอีกเป็นร้อย และฤดูกาลเป็นตัวสร้างอารมณ์ให้แก่หนัง
5. ชื่อหนัง
ชื่อหนังมักเกี่ยวกับแง่มุมของฤดูกาล, ลักษณะของบุคลิกคน แถมโปสเตอร์ยังโดดเด่น
6. เซ็กส์
เซ็กส์ที่โจ่งแจ้งหลายครั้ง กลายเป็นจุดขายใหม่ทางการตลาด และมันได้ผลเสียด้วย เพราะรัฐบาลของเกาหลีในช่วงปี 1990 เขาไม่คิดว่า หนังเกาหลีต้องนั่งเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้
7. ผมยาวตรงและตากลมโต ผอมและขาว
ใครจะเถียงล่ะ เพราะข้อนี้แหละที่ทำให้เราเห็นสาวๆ ในบ้านเรา กลายเป็นโมเดลแบบนี้กัน เรียกว่ามีกันทุกถนนทุกเส้นสาย
ผมว่าจะสร้างเทรนด์กระแสบ้าง เอาแบบผู้ชายขี้เหร่ หัวโล้น ตาเข ดำผอม ผมหงอก
คุณว่าจะฮิตไหม (ฮา)
"นันทขว้าง สิรสุนทร"
[email protected]



