
พรมแดนของโลกมายา - เสียงจากไอร์แลนด์
อัลบั้มซีดี Full Tide โดยศิลปินชาวไอริช Mary Black วางจำหน่ายปี 2005 เข้าใจว่าชื่อนี้ยังไม่ค่อยคุ้นหูกันในกลุ่มนักฟังในบ้านเรา เธอยืนหยัดในวงการนี้มาไม่น้อยกว่า 3 ทศวรรษในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับ Richard Thomson และ Christy Moore ถ้าอยากเห็นหน้าตาและการแสดงขอ
1. The Land of Love (ประพันธ์โดย Noel Brazil 1957-2001) ตัวตนของ Mary Black ยังชัดเจน เปิดอินโทรด้วยเสียงฮาร์โมนิก้าน่ารักและมีเสน่ห์ โครงสร้างดนตรีเรียบง่าย จังหวะกระชับ เนื้อหาสดใสมีชีวิตชีวา
2. Lay Down Your Weary Tune (Bob Dylan) Mary Black ร้องทั้งเสียงหลักและเสียงประสาน บรรยากาศคล้ายเพลงสวดในโบสถ์ เปียโนเล่นคลอเป็นพื้น ใช้นักดนตรีในวงของเธออัดเสียงเป็นหลัก เสน่ห์ของเพลงอยู่ที่เสียงแมนโดลินของ Steve Cooney
3. Your Love (O’Reilly, Mary Black) ทำนองเพลงคุ้นหูมากเหมือนวง U2 เคยเอามาทำเพลงหนึ่ง สีสันของเพลงอยู่ที่เสียงโดโบรของ Jerry Douglas
4. Don’t Let Me Come Home a Stranger (Robin and Linda Williams Jerome Clark) บรรยากาศของเพลงเหงาและว้าเหว่อย่างสุดพรรณนา
5. The Real You (Noel Brazil) ชื่อ Full Tide ของอัลบั้มชุดนี้นำมาจากถ้อยคำหนึ่งของเพลงนี้ เนื้อหาลึกซึ้งน่าค้นหาความหมายและใช้เวลาตีความ
6. Stand Up (O’Reilly, Black) แนวเพลงค่อนข้างซ้ำจากชุดก่อนๆ แต่จังหวะกระชับ คึกคักพอสมควร
7. Full Moon (Sandy Denny) เพลงนี้ได้นักดนตรีคลาสสิกมาช่วยออเรนจ์ ใช้เครื่องสาย อาทิ เชลโล ไวโอลิน และวิโอลากลุ่มเล็กมาช่วย ทำให้เพลงมีรายละเอียด สีสันนุ่มนวลละเมียดละไมขึ้นเยอะทีเดียว
8. Straight As A Die (Noel Brazil) ฟังเพลงนี้แล้วอดคิดถึงตอนที่เธอเล่นเพลง Columbus ในคอนเสิร์ตที่โอลิมเปีย เธอพูดถึง Noel Brazil ที่ตายจากไปในช่วงคริสต์มาสปี 2001 คงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจพอสมควร
9. Si?l A R?n เพลงพื้นบ้านเก่าแก่ของไอริช ในช่วงทศวรรษ 60 โลกรู้จักเพลงนี้โดยผ่านศิลปินโฟล์กอเมริกันในชื่อเพลง Gone the Rainbow เมื่อไม่กี่ปีมานี้ Mark O’Connor เคยเอามาทำใหม่ให้ James Jaylor ร้องเพลงนี้มีภาษาถิ่นไอริชในบางท่อน
10. St. Kilda Again (Shane and Damien Howard) มีเนื้อหาน่าสนใจ เสียงแอคคอร์เดียนที่เคยได้ยิน กลับมาอีกครั้ง
11. To Make You Fell My Love (Bob Dylan) ได้ยินแค่อินโทรก็เหงาสุดๆ อยากจะพูดว่าใครหนอจะปลอบใจเราได้เท่านี้
"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"



