
"แดเนียล เมริเวเธอร์" ป๊อปหน้าใหม่ เปี่ยมความสามารถ
ชื่อของนักร้องเดี่ยวเสียงทรงพลังชาวออสเตรเลีย แดเนียล เมริเวเธอร์ อาจเพิ่งเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงชาวป๊อปกันเมื่อไม่นานมานี้ ค่าที่ว่าหนุ่มเมลเบิร์นวัย 26 เพิ่งจะเข็นอัลบั้มแรก "Love & War" และซิงเกิ้ล "Change" ออกมาไต่ชาร์ตเพลงป๊อปในอังกฤษ ออสเตรเลีย และ
ย้อนหลังไปสมัยเมื่อ แดเนียล ยังเป็นเด็ก ครอบครัวชนชั้นกลางไม่ได้มอบชีวิตสุขสบายหรูหรา แต่ได้ให้ประสบการณ์ทางดนตรีที่เป็นแรงขับดันให้ แดเนียล มาถึงจุดนี้ นั่นก็คืออิทธิพลทางดนตรีหลากหลาย ทั้งอาร์แอนด์บี แจ๊ส โซล โฟล์ก แดเนียล เรียนไวโอลินด้วยตัวเองตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ ด้วยความที่เป็นคนช่างคิด ช่างสังเกต และสนใจในสิ่งต่างๆ รอบตัว บวกกับทักษะการแต่งเพลงที่ แดเนียล ฝึกฝนมาตั้งแต่วัยละอ่อน จนทำให้วันนี้ เราได้นักร้องและนักแต่งเพลงป๊อปหน้าใหม่อย่าง แดเนียล เมริเวเธอร์ มาสร้างสีสันในวงการเพลง ไม่ว่าจะเป็นซิงเกิ้ลแรก "Change" เพลงจังหวะสนุกๆ ที่แฝงเนื้อหาน่าคิดและท่อนแร็พมันๆ จากฝีปากของแร็พเปอร์ เวล หรือซิงเกิ้ลต่อๆ มาอย่าง "Red" และ "Impossible" ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในแนวดนตรีที่หลากหลายและการนำเพลงที่แตกต่างมารวมกันในอัลบั้มเดียวอย่างลงตัว
อัลบั้มนี้ยังได้เพื่อนเก่า มาร์ค รอนสัน มาโปรดิวซ์ให้ด้วย ก่อนหน้านี้ มาร์ค เป็นโปรดิวเซอร์ให้แก่นักร้องหน้าใหม่ที่ไปถึงฝั่งฝันมาแล้วหลายคน รวมถึงสาวเพี้ยน เอมี ไวน์เฮ้าส์ ด้วย
แดเนียล ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ "คม ชัด ลึก" ถึงที่มาของอัลบัมแรกในชีวิตของเขา ...
ตอนนี้ทำอะไรอยู่
กำลังจะเริ่มทัวร์ในยุโรปครับ จะเริ่มทัวร์แรกวันที่ 2 ตุลาคมนี้
คุณดูจะสนิมกับ มาร์ค รอนสัน มาก เป็นไงมาไง
เขาเป็นคนที่ผมทำเพลงด้วยตั้งแต่ผมเริ่มเข้าวงการใหม่ๆ ตอนนั้นเขาเองก็เพิ่งเริ่มในวงการเหมือนกัน เขาชวนผมมาทำเพลงร่วมกันและเราเข้ากันดีมาก จากนั้นเราก็ทำเพลงร่วมกันมาโดยตลอด
คุณโตมากับเพลงแบบไหน
ตอนเด็กๆ ผมโตมากับเพลงอาร์แอนด์บีหวานๆ ฟังมากๆ แล้วเลี่ยนอะไรทำนองนั้นน่ะครับ โตมาซักหน่อย ก็เริ่มฟังเพลงอาร์แอนด์บีในช่วงต้นยุค 90 แล้วผมก็เริ่มฟังเพลงป๊อปร็อกอย่าง เจฟ บัคลีย์, เดอะ บีเทิลส์ แล้วก็เพลงแนวอื่นๆ อีกผสมกันไป ผมชอบเพลงฮิพฮอพ ชอบเพลงฟังก์ จากนั้นไม่นานผมก็เริ่มแต่งเพลงของตัวเองครับ ผมว่าจากตรงนั้นมันทำให้มีความหลากหลายในเพลงที่ผมแต่ง
แล้วดนตรีในอัลบั้มนี้ล่ะ ออกมาในรูปแบบไหน
ผมไม่อยากจำเพาะเจาะจงว่ามันเป็นแนวไหนอะไรยังไงครับ เพราะผมเองก็ไม่ได้วางแผนตั้งแต่แรกว่ามันจะเป็นแนวไหน ผมอยากให้คนฟังได้ฟังทั้งอัลบั้มและตีความกันเองมากกว่า
ทำไมถึงตั้งชื่ออัลบั้มแรกนี้ว่า "Love & War"
ผมหลงใหลความตรงกันข้ามกันในตัวผู้คนครับ ผมว่าคนเราทุกคนมีความขัดแย้งที่ตรงกันข้ามกันในตัว และปัจจัยนี้ทำให้เกิดอะไรต่างๆ ที่น่าสนใจตามมามากมาย ทั้งเรื่องน่าปวดหัว เรื่องที่ทำให้เราต้องมาขบคิด ผมว่าน่าสนใจครับ
แล้วคุณล่ะ เอียงไปฝั่ง "รัก" หรือ "สงคราม"
ผมเป็นนักรักมากกว่านักรบครับ (หัวเราะ)
ฝากอะไรถึงผู้ฟังชาวไทยหน่อย
อย่าลืมซื้ออัลบั้มของผมนะครับ และหวังว่าเราจะได้เจอกันที่เมืองไทยนะครับ ผมยังไม่เคยไปและอยู่ใกล้แค่ออสเตรเลียนี้เอง คิดว่าไม่นานนี้เราคงได้เจอกัน
เรื่อง: มันตา คลังบุญครอง



