บันเทิง

‘อ๊อฟ’ เผยแม่กำลังใจดี แม้เชื้อมะเร็งลุกลาม

‘อ๊อฟ’ เผยแม่กำลังใจดี แม้เชื้อมะเร็งลุกลาม

20 พ.ค. 2560

“อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ เผยอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งของ “แม่อรุณี” ย้ายจากปอดซ้ายไปปอดขวา

          ก่อนหน้านี้ “อ๊อฟ” ปองศักดิ์ เคยออกมาให้สัมภาษณ์ถึงอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งของ “แม่อรุณี” ที่ตรวจพบเนื้องอกภายในปอด ซึ่งจากผลตรวจปรากฏว่าเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 4 และได้ทำการรักษาด้วยคีโมจนอาการดีขึ้น ล่าสุดเมื่อพบ “อ๊อฟ” ในงานกาลา “มิวสิคัลโชว์ 10 ปี เมืองไทยรัชดาลัย” จึงต้องขออัพเดทอาการอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง

‘อ๊อฟ’ เผยแม่กำลังใจดี แม้เชื้อมะเร็งลุกลาม

         "ก็หลังจากที่ให้คีโมไปแล้วรอบแรกผ่านไปเรียบร้อย ก็เช็กอัพอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดที่ไปเช็กมาต้นเดือนที่ผ่านมา คุณหมอบอกว่ามันกลับมา และย้ายฝั่งไปอีกฝั่งของปอด ในส่วนของตับอ่อนก็ยังคงสภาพอยู่เหมือนเดิม คุณหมอเลยแนะนำให้ทำคีโมรอบสองดีกว่า เราก็ตัดสินใจว่างั้นทำคีโมรอบสองดีกว่า แต่ว่าก็ต้องเปลี่ยนตัวยา ซึ่งยาตัวใหม่ก็จะทำให้มีอาการแพ้ขึ้นมา ก็อาจจะมีผมร่วงบ้าง หรืออาจจะมีมึนหัว หรือลุกไม่ขึ้นบ้าง แต่ก็บอกให้คุณแม่เตรียมใจไว้เรียบร้อย ซึ่งคุณแม่เขาก็ตกใจนะ ตอนแรกหมอแนะนำให้ผ่าตัดใหญ่เลย เพื่อเอาชิ้นเนื้อมาตรวจจริงๆ แต่เราก็ถามหมอว่าถ้าตรวจก็ต้องให้คีโมเหมือนเดิมไหม หมอก็บอกว่าใช่ เราก็เลยบอกว่าโอเค งั้นจะใช่หรือไม่ใช่ ตัวยาที่จะทำคีโมเข้าไป มันก็ฆ่าเชื้อมะเร็งอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็ไม่อยากให้คุณแม่เจ็บ ก็เลยคิดว่าอย่างน้อยที่สุด ถ้าเกิดว่ายาคีโม เราให้ไปรักษาฝั่งปอดที่เชื้อมันงอกมาใหม่ แล้วมันจะสามารถคุมตัวที่ตับอ่อนได้ก็โอเค อ๊อฟคิดว่าไม่ต้องผ่าให้เจ็บตัวดีกว่า ตอนแรกเป็นที่ปอดข้างซ้าย ตอนนี้มาเป็นข้างขวา แล้วที่ตับอ่อนเป็นมาได้สักพักแล้ว”อ๊อฟบอก 

‘อ๊อฟ’ เผยแม่กำลังใจดี แม้เชื้อมะเร็งลุกลาม

         ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามถึงสภาพจิตใจของแม่อรุณีเป็นอย่างไร นักร้องหนุ่มเผยว่า “สุขภาพแม่ดีมาก สุขภาพจิตก็ดี โรคมะเร็งมันเป็นแค่ส่วนที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องท้อ แต่แม่อ๊อฟโชคดีมาก ใจสู้ แล้วเราก็ดูแลท่านเต็มที่มาก เราก็พยายามบอกว่ามันไม่มีอะไร จริงๆ คุณหมอบอกว่าถ้าหมอไหนบอกว่าทำคีโมแล้วเชื้อมะเร็งจะหาย บอกตรงๆ ว่าไม่มีจริง มะเร็งเป็นเซลล์ในร่างกาย มันอยู่ที่ว่าร่างกายของเรา จะสร้างเซลล์ส่วนนี้ออกมาเมื่อไหร่เท่านั่นเอง เราก็เครียดนิดหน่อย แต่ถ้าเราเครียดแล้วเราจะเอาแรงที่ไหนไปดูแลเขา ซึ่งตัวเราเองก็รู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก รู้สึกว่าเราสามารถที่จะหางานหาเงินมารักษาเขาได้ เรายังโชคดีกว่าอีกหลายๆ ครอบครัวที่เขาต้องเครียดกับเรื่องพวกนี้” อ๊อฟกล่าวปิดท้าย