
เพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต ‘ริท’ ยืนหยัดอยู่ในวงการบันเทิง
"ริท" เรืองฤทธิ์ เผยถึงโชคชะตาฟ้าลิขิตทำให้เขายืนหยัดอยู่ในวงการบันเทิง
เป็นคุณหมอหมาดๆ เมื่อไม่นานนี้ สำหรับ “ริท” เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช หลังจากเรียนจบปุ๊บ นักร้องหนุ่มก็กลับมาสร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ ในคอนเสิร์ต “ริท คัมแบ็ก ทู ยู คอนเสิร์ต” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17-18 มิถุนายน ซึ่งงานนี้ถือเป็นคอนเสิร์ตงานบันเทิงงานแรกแบบเต็มตัวในรอบ 5 ปีของหมอหนุ่ม กลับมาแบบนี้ “บันเทิง คม ชัด ลึก” เลยขอถามไถ่ถึงเรื่องราวตลอด 5 ปีที่พักงานในวงการซะหน่อย
@@การกลับมาของ “ริท”
คอนเสิร์ต “ริท คัมแบ็ก ทู ยู” มีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง
คอนเสิร์ตมีชื่อว่า "ริท คัมแบ็ก ทู ยู คอนเสิร์ต" ต้องเล่าย้อนกลับไปตั้งแต่ที่ริทมีคอนเสิร์ตทิ้งทวน “รักหนึ่งคำ จดจำตลอดไป” คือตอนนั้นเราอำลาไปเรียน ซึ่งยังยืนยันว่าตอนนั้นคิดจริงๆ ว่าจบแล้ววงการบันเทิง (หัวเราะ) หลังจากนั้นก็ไปเรียนจริงๆ และก็ไปเรียนอย่างเต็มที่ แต่ก็มีแวบมาทำงานบ้างเป็นอีเวนท์บ้าง หรือคอนเสิร์ตอื่นๆ แต่ไม่ได้มีงานจริงจัง ผ่านมา 5 ปี ตอนนี้ริทเรียนจบแล้ว เป็นหมอแล้ว กลับมาครั้งนี้เลยใช้ชื่อคอนเสิร์ต “ริท คัมแบ็ก ทู ยู” ซึ่งความหมายของคอนเสิร์ตนี้คือริทกลับมาหาทุกคนแล้วนะ คอนเสิร์ตนี้มีการคุยกันมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว เพราะตอนนั้นมั่นใจแล้วว่าจบแน่นอน (หัวเราะ) จนมาถึงเมื่อเมษายนที่ผ่านมา ก็เริ่มมาคุยงานนี้กันอย่างจริงจัง"
ในคอนเสิร์ต “รักหนึ่งคำ จดจำตลอดไป” ในวันนั้นเป็นความรู้สึกว่าจะต้องจากกันจริงๆ ใช่ไหม
เนี่ย!!! เรื่องนี้เริ่มจากเพื่อนซี้ตัวแสบของริทเอง คุณกัน (นภัทร อินทร์ใจเอื้อ) จะบอกว่าในตอนนั้น เราคิดจริงๆ ว่าเราจะไม่ได้กลับมาแล้ว ไม่ได้จัดคอนเสิร์ตเพื่อหลอกเอาเงินแต่อย่างใด (หัวเราะ) ในตอนนั้นทุกคน ริท ทีมงานทุกคน คิดจริงจังว่าคงไม่ได้กลับมาทำงานตรงนี้แล้ว คงไม่มีใครกล้าคิดหรอกว่าเรียนหมอจะทำงานตรงนี้ได้ แล้วริทเรียนหมอที่ขอนแก่นนะ ไกลด้วย เพราะฉะนั้นเราเลยไม่กล้าคิดว่าเราจะทำงานไปด้วยได้ เพราะเราเรียนหมอ 5 ปี คือไม่มีใครคิดว่าเราจะกลับมาทำงานตรงนี้ได้ แต่เราก็ทนมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา”
คอนเสิร์ตนี้จะล้างภาพความเศร้าในคอนเสิร์ต “รักหนึ่งคำ จดจำตลอดไป” เลยใช่ไหม
ภาพคอนเสิร์ตรักหนึ่งคำจะยังอยู่ จะไม่ได้ถูกล้างไป เพียงแค่ว่าในคอนเสิร์ตนี้เราจะเก็บความคิดถึงตลอด 5 ปีของเราจากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ไว้ เพราะคอนเสิร์ตคราวที่แล้วก็เป็นความประทับใจและความทรงจำดีๆ ที่สำหรับริทแล้ว ล้างออกไปไม่ได้หรอก
บัตรขายหมดเกลี้ยงใน 10 นาที
เรารู้สึกดีใจที่ทุกคนรอคอยการกลับมาของเราเพราะต้องยอมรับว่าตอนแรก เราคิดนะว่าจะได้จัดจริงๆ เหรอ เพราะว่าก็มีแอบหวั่นว่าจัดแล้วจะมีคนมาดูเราเหรอ แต่ผู้ใหญ่ในค่ายก็ให้ความเชื่อมั่นในตัวเรา และตอนที่รู้ว่าจะจัด 2 รอบ เอาจริงๆ ที่ผ่านมา ริทจัดได้แค่รอบเดียวไง พอบอกจะจัด 2 รอบ ก็แอบตื่นเต้นว่าจะมีคนมาดูไหม จะเต็มไหม ก็แอบหวั่นใจเหมือนกัน แต่พอบัตรขายหมดในเวลาแค่ 10 นาที เป็นความรู้สึกที่ทั้งดีใจและตกใจ เพราะเราไม่คิดว่าจะได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ ตอนแรกริทไม่มั่นใจว่าบัตรจะขายหมด แต่แค่รู้สึกว่ายังไงก็ต้องลองดู คิดว่าก็คงมีคนคิดถึงเราเหมือนกันแหละ ก็เลยลองดูสักตั้ง แต่ตอนนั้นก็มีแอบเผื่อใจว่าถ้าไม่เต็มไม่เป็นไร เพราะว่าคอนเสิร์ตนี้ริททำเพราะว่าอยากจะมาเจอแฟนๆ ที่เขารอเรามา 5 ปี ไม่ได้คิดว่าบัตรจะขายหมดหรือไม่หมด ในความรู้สึกของเราแค่รู้สึกว่าคอนเสิร์ตจะเป็นคอนเสิร์ตในประวัติศาสตร์ของเรา ที่แฟนคลับของเราจะได้มารวมตัวกัน"
แขกรับเชิญคนแรกคนเดียวของคอนเสิร์ตนี้ทำไมต้องเป็น “โตโน่” ภาคิน
คือเราตั้งใจที่จะบอกว่าแขกรับเชิญเราคือใครตั้งแต่แรกไม่อยากปิดบังไว้ เพราะสุดท้ายก็รู้กันก่อนอยู่ดี ก็เลยบอกไปเลยแล้วกันว่าเป็นใครจะได้แฟร์ๆ ถามว่าทำไมต้องเป็นพี่โน่ คอนเสิร์ตนี้เป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวของริทและเป็นคอนเสิร์ตที่ค่อนข้างเฉพาะกิจ ซึ่งคนที่จะมาอยู่ร่วมในคอนเสิร์ตนี้ก็น่าจะเป็นคนที่ผ่านช่วงวันเวลานั้นมากับริทด้วย คนที่คลิกที่สุดแล้วก็พร้อมที่จะช่วยเหลือร่วมด้วยช่วยกันก็คือพี่โน่ เราคิดถึงคนใกล้ตัวก่อนก็เลยเป็นพี่โน่ ซึ่งริทเป็นคนบอกและชวนพี่โน่ด้วยตัวเอง และพอชวนปุ๊บพี่โน่ก็ตอบตกลงทันที แต่ก็มีข้อแม้ว่าขอไม่เต้นเยอะ (หัวเราะ) มีคนถามว่าทำไมไม่มี “กัน” นภัทร (ยิ้ม) ต้องบอกเลยว่าจริงๆ อยากได้ทุกคนแหละ แต่ในส่วนของไอ้ดำ เอ้ย คุณกัน เขาฮอตมาก ทั้งคอนเสิร์ต 10 ปีรัชดาลัย รวมถึงโปรเจกท์ 4 โพดำของเขา เพราะเขาคิวไม่ว่าง จริงๆ ซึ่งเขามีงานอื่นที่ใหญ่กว่างานเราอีกเพราะฉะนั้นไม่มีน้อยใจแน่นอน
@@วิบากกรรมกว่าจะกลับมา
ความรู้สึกตอนแรกที่กลับไปเรียนโดยที่คิดว่าอนาคตในวงการคงจบแล้วเป็นยังไง
เสียดายเพราะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราอุตส่าห์แวบเข้ามาในวงการบันเทิงได้ ซึ่งเป็นความฝันอย่างหนึ่งของเรา แต่ทำไมมันหายไปเร็วจังเลย ในตอนนั้นเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เราเคยคิดว่า 5 ปีเราจะกลับมาให้ได้ แต่เป็นความคิดที่ในตอนนั้นความเป็นไปได้มีน้อยมาก แต่ด้วยกลไกของอะไรก็ตามก็พาเรากลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง ทำให้ระยะเวลา 5 ปี ไม่ได้นานอย่างที่คิด และเราไม่ได้หายไปเลย ทำให้ความรู้สึกก่อนหน้านี้ที่มันดาวน์ รู้สึกแย่ รู้สึกเสียใจ ก็ค่อยๆ หายไปเอง
“ริท” เคยบอกว่า 5 ปีที่ผ่านมาจะไม่พูดว่าเหนื่อยและท้อเพราะอะไร
ตลอดทางมันเหนื่อย แต่ริทเลือกที่จะไม่พูดออกมา ถามว่าเหนื่อยถึงขั้นร้องไห้ไหม ไม่ถึงขั้นนั้น แต่ความท้อมีถึงขั้นที่ไม่เอาแล้ว อยากหยุดตรงนี้ไป ไม่อยากทำอีกแล้ว เคยเกิดเหตุการณ์ที่ว่า ริทสอบด้วยริทต้องมาซ้อมคอนเสิร์ต พอริทซ้อมคอนเสิร์ตเลิกดึก ต้องนั่งรถตู้กลับแล้วรถตู้เหมือนจะเกิดอุบัติเหตุ เขาคงง่วงเพราะดึก เลยแฉลบไปอีกเลน ก็มีแสงวาบเข้ามา เหมือนในหนังเลย คือตอนนั้นคิดว่าไม่รอดแล้ว ณ จุดนั้นมันเสี่ยงชีวิตมากๆ ตอนนั้นรู้สึกว่าทำไมเจอแต่เรื่องแย่ๆ วันรุ่งขึ้นริทโทรกลับมาบอกทางค่ายเลยว่าริทไม่เอาแล้ว ริททำไมได้แล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้คือเหนื่อยทนไหว แต่ถ้าเสี่ยงตายริททนไม่ไหว บางทีรู้สึกว่าเราโหมเกินไปหรือเปล่า ทำมากเกินไปหรือเปล่า ช่วงนั้นไม่เอาแล้ว อะไรที่ต้องเลิกดึกๆ แล้วนั่งรถตู้กลับไม่เอาแล้ว ซึ่งเกิดแบบนี้ประมาณ 2 ครั้ง ครั้งแรกเรายังทนไหว ริทยังไม่เข็ดไง แต่ครั้งที่ 2 ไม่ได้แล้ว เพราะมันคือการเสี่ยงชีวิตแล้ว
เจอขนาดนี้แล้วทำไมถึงยังทำอยู่
คือเราทำน้อยลง ไม่เอาแล้วการนั่งรถตู้กลับตอนกลางคืน ตอนนั้นจะมีโจทย์ว่าถ้าจะจ้างงานริทจะต้องทันให้ริทขึ้นเครื่องบินกลับ บวกกับตอนนั้นโชคดีที่สายการบินขอนแก่นเปิดเพิ่มรอบเป็น 4 ทุ่มขึ้นมา ปกติมีถึงแค่รอบ 6 โมงเย็น เขาน่าจะเห็นใจริท (หัวเราะ) บังเอิญโชคดีเลยได้ทำมาเรื่อยๆ เหมือนโชคชะตาวางไว้ว่าเราต้องอยู่ตรงนี้ ริทเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องดวงแบบที่ดูลายมือ แต่ริทเชื่อเรื่องของการโดนกำหนดไว้แล้วว่าต้องเดินไปเส้นไหน เป็นเรื่องดวงอย่างเดียวที่ริทเชื่อ ซึ่งริทก็เชืื่อว่าริทโดนกำหนดไว้แล้วว่าริทจะต้องอยู่ที่นี่ ริทจะต้องเดินเส้นทางสายนี้ ริทเชื่ออย่างนั้น
เรียกว่ากลับมาทำงานในวงการบันเทิง 100 เปอร์เซ็นต์เลยไหม
ริทยังเลือกการเป็นแพทย์เป็นหลักอยู่ดี จันทร์ถึงศุกร์ริทก็ยังต้องประจำอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต ใครจะติดต่อจ้างงานอะไรก็ต้องมาเคลียร์กับคิวหมอริทก่อน (หัวเราะ) ตอนนี้เพราะมีคำว่าหมอนำหน้าทำให้เราต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น คิดเองนะว่าอยากจะแยกแยะว่าเมื่อไหร่ที่ริทสวมชุดหมอ ริทคือหมอทั่วไป 1 คน ที่ทำหน้าที่แพทย์ปกติ และจะทำหน้าที่ดูแลคนไข้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าวันไหนถอดเสื้อกาวน์ออก ริทก็จะกลับมาเป็นริทเดอะสตาร์ ที่พร้อมจะสนุกสนานเฮฮาสร้างความสุขให้ทุกคน
คิดว่าการเป็นหมอและการเป็นดาราไปด้วยกันได้ไหม
ก่อนหน้านี้ริทคิดว่าไปด้วยกันยาก แต่ว่าตลอดเวลาที่ริทเจอมา หลายปีก็พิสูจน์ว่าสามารถไปด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำแพทย์มาใช้วงการบันเทิง หรือการเอาความเป็นดารามาใช้ในวงการแพทย์ ก็ควบคู่กันไปได้หมดอยู่แล้ว
@@ ประตูใจของ “ริท”
มีคนพิเศษที่มาดูแลหัวใจหรือยัง
ไม่มี ถ้าจะถามว่าเพราะแฟนคลับใช่ไหม บอกเลยว่าไม่ใช่ คือแฟนคลับยุให้มีด้วย แต่เราไม่มีเอง อย่างแรกคือเราเรื่องมาก สองคือเราไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องนี้ สามคือเราก็เจอแต่คนหน้าตาเดิมๆ คือด้วยตัวริทเป็นคนที่เพอร์เฟกชั่นนิสต์ก็ได้ คือทุกอย่างต้องสมบูรณ์ไว้ก่อน เพราะฉะนั้นคนที่จะเข้ามาอยู่ด้วยก็ต้องมีอะไรที่ดีหลายๆ ด้าน แล้วอีกอย่างสังคมของริทก็เจอแต่สังคมคนเดิมๆ ถึงไม่มีใครใช่สักคน
โสดมากี่ปีแล้ว
โสดมา 7 ปี ก็ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการ (หัวเราะ) จริงๆ อาจเป็นเพราะว่าริทยังไม่ค่อยอยากจะมีด้วย วันนี้ริทอาจจะเรียนจบ อาจจะเหมือนพร้อมที่จะมีใคร แต่จริงๆ ก็ยังไม่พร้อม เพราะว่าช่วงนี้เราก็ต้องมาเริ่มอะไรใหม่ๆ ย้ายของเข้ามาอยู่คนเดียว กลับมาเริ่มงานในวงการบันเทิง แล้วก็มาเริ่มทำงานเป็นหมอ เลยยังไม่พร้อมที่จะทำอะไรเพิ่มเติมอยู่ดี น่าจะอีกระยะหนึ่ง สักประมาณอายุ 30 ปี ยังได้ไหม คือตอนนี้เรายังไม่เจอคนที่ใช่ เพราะสำหรับริทคำว่าใช่สำคัญ มาก เราโตแล้วไม่ใช่จะมากุ๊กกิ๊กเท่านั้นแล้ว
สเปกของริทเป็นยังไง
ริทเป็นคนที่เลือกคนที่จะเข้ามาในชีวิต ทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท หรือใครก็ตาม ริทจะต้องสกรีนก่อนว่าคนนี้คือคนที่ริทไว้ใจและเป็นคนที่ริทคบได้ อย่างที่ริทจะสนิทกับใครริทไม่ได้สนิทกับใครง่ายๆ คือริทเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่าย แต่การที่จะเลือกใครเข้ามาในชีวิตริทเลือกแล้วเลือกอีก ริทเป็นคนมีกำแพง คือคนเข้ามาคุยกับริท ริทยินดีคุยกับทุกคน แต่ถึงขั้นจะมาสนิทด้วย ริทต้องเลือกแล้ว ให้พูดตรงๆ การที่เราอยู่ตรงนี้จะมีคนเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ เข้ามาหวังอะไรจากเรา แต่จริงๆ คือก่อนที่จะมาเป็นเดอะสตาร์ ริทก็เป็นคนที่มีกำแพงระดับหนึ่งอยู่แล้ว ริทไม่ได้ดูที่ความรวย ความจน หรือหน้าตาดีอะไร แต่ริทดูที่ความจริงใจ เพราะริทค่อนข้างดูออกในระดับหนึ่งว่าโดนใส่หน้ากากในการคุยด้วยไหม ริทเป็นคนเกลียดคนยากมาก แต่ถ้าเกิดริทให้ใจใครไปแล้ว ให้เขาเป็นคนที่เราไว้ใจ แต่ถูกหักหลัง ทำให้เราผิดหวัง ริทก็จะโนไปเลย ซึ่งริทไม่อยากให้คนในชีวิตริทเป็นคนที่ริทเกลียด ริทเลยสร้างกำแพงนี้ขึ้นมา
นี่แหละ!!! มุมมองลึกๆ จากความคิดของ “หมอริท”
เรื่อง : ณัฏฐิรา หลอดแก้ว
ภาพ : วริศรา วุฒิกุล
ล้อมกรอบ
ผู้ชายคนนี้: “ริท” เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช
เกิด : 20 มิถุนายน พ.ศ.2533
การศึกษา : คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปัจจุบันเป็นแพทย์ใช้ทุนอายุรศาสตร์ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติคณะแพทยศาสตร์
ผลงานที่ผ่านมา : รองแชมป์เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 6, อัลบั้มเดอะสตาร์ 6 (เพลง How To, ยังไงก็รักเพลง, เพื่อดาวดวงนั้น) อัลบั้ม The Eight (เพลง ชอบก็จีบ) อัลบั้ม Rit&Zen, เพลง รักหนึ่งคำ จดจำตลอดไป, ละครนางสาวจำแลงรัก, Wifi Society ตอน Be My Dad ปะป๊ากับเทวดาตัวน้อย
ผลงานล่าสุด : คอนเสิร์ต “Ritz COME BACK TO YOU CONCERT”



